สรุปเหตุการณ์หนุ่มขโมยเครื่องบินที่สนามบินซีแอตเทิล ในสหรัฐฯ

Aircraft in Seattle

ที่มาของภาพ, AFP

เหตุการณ์ระทึกขวัญที่กลายเป็นที่พูดถึงตลอดเมื่อวานนี้ (11 ส.ค.) คือ มีชายคนหนึ่งแอบขโมยเครื่องบินโดยสารขึ้นบินโดยไม่ได้รับอนุญาตที่สนามบินนานาชาติซีแอตเทิล-ทาโคมา ของสหรัฐฯ จนทำให้สนามบินต้องระงับการบินเป็นการชั่วคราวและ ทางการสหรัฐฯ ได้จัดส่งเครื่องบินขับไล่ F-15 เข้าประกบเพื่อบังคับให้ชายคนดังกล่าวนำเครื่องบินลงจอด

นักบินคนดังกล่าวใช้เวลาบินราว 90 นาที ก่อนที่เขาจะตัดสินใจนำเครื่องบินพุ่งลงกระแทกพื้นบนเกาะคีทรอน และเสียชีวิตในอุบัติเหตุดังกล่าว

คำบรรยายวิดีโอ, นาทีหนุ่มขโมยเครื่องบินจากสนามบินซีแอตเทิล

ผู้ก่อเหตุคือใคร

ตามการรายงานของสื่อสหรัฐฯ ระบุว่า ชายคนดังกล่าวชื่อ ริชาร์ด รัสเซลล์ อายุ 29 ปี เป็นพนักงานบริการภาคพื้นของสายการบินฮอไรซัน แอร์ มาแล้วกว่า 3 ปี โดยทำหน้าที่ลากจูง ทำความสะอาดเครื่องบิน และลำเลียงสัมภาระขึ้นเครื่องบิน

อดีตเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งอธิบายว่าเขาเป็นคนเงียบ ๆ

ขณะที่ริค คริสเตนสัน เพื่อนของเขาบอกกับสื่อท้องถิ่นว่า "เขาเป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนร่วมงานคนอื่น ผมรู้สึกเสียใจมากต่อริชาร์ดและครอบครัวของเขา และหวังว่าพวกเขาจะผ่านเรื่องราวนี้ไปได้"

ล่าสุด ครอบครัวของเขา ออกแถลงการณ์ยอมรับว่า "รู้สึกใจสะลายกับเหตุการณ์ที่ยากที่จะทำใจ เพราะ บีโบ (ซึ่งเป็นชื่อเล่นที่ครอบครัวและเพื่อน ๆ เรียกริชาร์ด) เป็นคนอบอุ่น เป็นคนเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เขาเป็นสามีที่ซื่อสัตย์ ลูกชายที่น่ารัก และเพื่อนที่ดี"

โฉมหน้าของริชาร์ด รัสเซลล์ ขณะที่ทำงานเป็นพนักงานบริการภาคพื้นให้กับสายการบินฮอไรซัน แอร์

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, โฉมหน้าของริชาร์ด รัสเซลล์ ขณะที่ทำงานเป็นพนักงานบริการภาคพื้นให้กับสายการบินฮอไรซัน แอร์

ขณะที่ในบทสนทนาระหว่างเขาและหอบังคับการบิน ได้เผยให้เห็นว่า เขาไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายใคร พร้อมยังได้กล่าวขอโทษไปยังคนที่เขารัก และระบุเพียงว่า "ผมเป็นเพียงแค่คนที่ใจสลายคนหนึ่ง"

นอกจากนี้ยังมีคำพูดหลายประโยคที่สร้างความประหลาดใจต่อเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ เช่น ในตอนที่เจ้าหน้าที่แนะนำในเรื่องการบิน เขากลับตอบมาว่า "ไม่ ผมไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือ ผมเคยเล่นวิดีโอเกมบางอย่างแบบนี้มาก่อนแล้ว"

อีกหนึ่งเรื่องก็คือ เมื่อเจ้าหน้าที่แนะนำให้เขาพยายามร่อนลงจอดที่ฐานทัพอากาศสหรัฐฯ แห่งหนึ่ง แต่เขาตอบกลับมาว่า "อ้าวคุณ...ทหารที่นั่นอาจจะโจมตีผมก็ได้ หากผมจะทำเช่นนั้น โอ้..พวกเขาอาจจะมีระบบต่อต้านอากาศยานก็ได้"

ปฏิกิริยาจากผู้บริหารสายการบินและสนามบิน

ในการแถลงข่าวชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้อำนวยการด้านปฏิบัติการการบินของสนามบินนานาชาติซีแอตเทิล-ทาโคมา บอกว่า ชายผู้ก่อเหตุได้รับอนุญาตให้เข้าไปบนเครื่องบินลำดังกล่าวได้ และไม่ปรากฏว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรการด้านความปลอดภัย

ด้าน แบรด ทิลเดน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินอลาสกา แอร์ไลน์ ระบุว่าได้ตรวจสอบประวัติของเขามาแล้ว ซึ่งในขณะที่เขาปฏิบัติหน้าที่เมื่อวานนี้ เขาก็ยังสวมเครื่องแบบพนักงานอยู่

ประชาชนบันทึกภาพเครื่องบิน

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ประชาชนจำนวนมากบันทึกภาพเครื่องบินลำนี้ได้ขณะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนนำเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์

ส่วนแกรี เบก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินฮอไรซัน แอร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของสายการบินอลาสกา แอร์ไลน์ ระบุว่า จากข้อมูลของสายการบิน ริชาร์ด รัสเซลล์ ไม่มีใบอนุญาตนักบิน แต่ก็ไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าเขาฝึกทักษะการบินมาจากที่ไหน

ด้านฝ่ายสืบสวนสอบสวนอย่าง โฆษกสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) แจ้งว่าจะประสานงานร่วมกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางการขนส่งและหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อรุดเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบจุดที่เครื่องบินตกบนเกาะคีทรอน

ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เมื่อเวลา 19.32 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ราว 9.32 น. เมื่อวานนี้ตามเวลาในไทย) เครื่องบินบอมบาร์ดิเอร์ รุ่น Q400 ซึ่งเป็นเครื่องบินแบบสองใบพัดและบรรทุกผู้โดยสารได้ 76 ที่นั่ง ของสายการบินฮอไรซัน แอร์ ได้ทะยานบินออกไปจากสนามบินนานาชาติซีแอตเทิล-ทาโคมา ของสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ชายผู้ก่อเหตุได้ขับรถยนต์ลากจูง ดันเครื่องบินลำดังกล่าวจากจุดซ่อมบำรุงไปยังจุดที่ทำการบิน

เครื่องบินลำดังกล่าวลดเพดานบินลงใกล้กับระดับน้ำ

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, เครื่องบินลำดังกล่าวลดเพดานบินลงใกล้กับระดับผิวน้ำ

หลังจากทะยานบินไปไม่นาน เครื่องบินลำดังกล่าวก็ได้ทำการบินแบบหวาดเสียวอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ด้วยการม้วนตัวกลางอากาศก่อนที่จะพุ่งลดระดับการบินลงใกล้ผิวน้ำไม่กี่เมตร จากนั้นก็พุ่งขึ้นอากาศอีก

ต่อมาศูนย์บัญชาการป้องกันอากาศยานอเมริกาเหนือ (NORAD) ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ได้ส่งเครื่องบินขับไล่รุ่น F-15 จำนวน 2 ลำจากเมืองพอร์ตแลนด์ เพื่อประกบเครื่องบินลำดังกล่าว เพื่อที่จะเปลี่ยนทิศทางการบินไปยังจุดที่ไม่เป็นอันตราย แต่เครื่องบินลำดังกล่าวกลับพุ่งตกไปบนเกาะคีทรอน ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินซีแอตเทินฯ ไปทางตอนใต้ราว 48 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม NORAD เปิดเผยว่า ไม่มีการยิงอาวุธใด ๆ จากเครื่องบินขับไล่ไปยังเครื่องบินลำดังกล่าว

ขณะที่ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ได้โพสต์คลิปวิดีโอจำนวนมาก แสดงให้เห็นเครื่องบินที่บินอยู่ในลักษณะผิดปกติ

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์

ด้านเจ้าหน้าที่ระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวขาดการติดต่อเมื่อเวลา 20.47 น. หรือราว 1 ชั่วโมงกว่า หลังจากที่เครื่องบินลำนี้บินออกจากสนามบิน

ภาพแสดงจุดที่เครื่องบินดังกล่าวตกกำลังเกิดไฟไหม้

ที่มาของภาพ, CBS

คำบรรยายภาพ, ภาพแสดงจุดไฟไหม้หลังจากที่เครื่องบินดังกล่าวตก

ก่อนหน้านี้สำนักงานนายอำเภอเมืองเพียซยืนยันว่า "นี่ไม่ใช่เหตุก่อการร้าย"