รู้จัก เอโกะ คาโดโนะ ผู้ให้กำเนิด "แม่มดน้อยกิกิ"

ที่มาของภาพ, GKIDS
- Author, ซะกิโกะ ชิราอิชิ & อิเว็ตต์ แทน
- Role, บีบีซี นิวส์
เรื่องราวของแม่มดน้อยกิกิและแมวจิจิของเธอ เป็นที่รักของนักอ่านทุกวัยทั้งในญี่ปุ่นและหลายประเทศทั่วโลก และล่าสุดเจ้าของผลงานวัย 83 ปี เอโกะ คาโดโนะ เพิ่งได้รับรางวัลสูงสุดของโลกวรรณกรรมเด็ก
เมื่อเดือนที่ผ่านมา คาโดโนะได้รับรางวัลฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน (Hans Christian Andersen Award) หรือที่หลายคนเรียกว่ารางวัล "โนเบลจิ๋ว" สำหรับสาขาวรรณกรรม
คณะกรรมการกล่าวว่า หนังสือภาพและนวนิยายของคาโดโนะนั้นมี "เสน่ห์ที่เกินบรรยาย" และหยั่งรากลึกในสังคมญี่ปุ่น
เธอได้รับแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่อง แม่มดน้อยกิกิ (Kiki's Delivery Service) ซึ่งนับเป็นหนังสือซีรีส์ที่โด่งดังที่สุดของเธอ หลังจากเห็นลูกสาววาดภาพแม่มดที่มีโน๊ตดนตรีบินอยู่รอบตัว
"ฉันให้กิกิมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาวของฉันตอนนั้น ซึ่งอยู่ระหว่างวัยเด็กและผู้ใหญ่" คาโดโนะกล่าว ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ อาซาฮี ชิมบุน
"มันเกี่ยวกับเด็กคนนี้ที่ได้ออกบินไปพร้อมกับเวทมนต์ของเธอเอง"

ที่มาของภาพ, Shinichi Shimazaki
"เลท บลูมเมอร์"
คาโดโนะ เกิดที่กรุงโตเกียว แต่เมื่ออายุ 10 ขวบ เธอต้องอพยพออกจากบ้านของเธอไปทางตอนเหนือของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
หลังจากสงครามสิ้นสุดลง เธอเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นก่อนจะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่บราซิลนาน 2-3 ปี
ผลงานของเธอบางชิ้น รวมทั้ง Forest of Tunnel และ Brazil and My Friend Luizinho ได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ในช่วงเวลาเหล่านั้น
คาโดโนะเรียกตัวเองว่าเป็น "เลท บลูมเมอร์" (late bloomer) หรือคนที่ประสบความสำเร็จช้า เพราะเธอต้องรอถึงอายุ 35 ปีกว่าจะได้ตีพิมพ์หนังสือเล่มแรก
"ฉันเป็นนักอ่านมากกว่านักเขียน [แต่]หลังจากลองผิดลองถูก ฉันก็รู้ตัวว่าฉันรักการเขียน" เธอกล่าวระหว่างงานแถลงข่าวในญี่ปุ่น
"ฉันตัดสินใจจะเขียนไปตลอดชีวิต ถึงแม้ว่างานของฉันจะไม่ได้ตีพิมพ์ก็ตาม"
เธอมีหนังสือตีพิมพ์ไปแล้วกว่า 200 เรื่อง ซึ่งมีทั้งหนังสือภาพและเรื่องสำหรับเด็กและผู้อ่านหนุ่มสาว แต่ผลงานที่ทำให้เธอมีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือ แม่มดน้อยกิกิ อย่างไม่ต้องสงสัย

จากหนังสือสู่จอเงิน
เรื่องราวของกิกิ บอกเล่าการเดินทางของแม่มดวัยเด็ก พร้อมกับไม้กวาดคู่ใจและ จิจิ แมวดำของเธอ ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1985
ผู้อ่านจะติดตาม กิกิ ตั้งแต่แต่เป็นแม่มดน้อยวัย 13 ขวบ ผู้ออกเดินทางเพื่อฝึกหัดเป็นแม่มดเป็นเวลา 1 ปี และพยายามหาที่ยืนของเธอในโลกใบนี้ แม้ต้องเผชิญกับอุปสรรคและความผิดหวังนานา จนกระทั่งเธอโตเป็นผู้ใหญ่
แม่มดน้อยกิกิ มียอดขายกว่า 1.7 ล้านเล่มในญี่ปุ่น และถูกแปลเป็น 9 ภาษา ก่อนจะถูกดัดแปลงเป็นภาพยนต์โดย ฮะยะโอะ มิยะซะกิ ผู้กำกับในตำนานของสตูดิโอจิบลิ และได้กลายเป็นหนึ่งในภาพยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของมิยะซะกิ

ที่มาของภาพ, GKIDS
แต่อะไรทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นที่รักของคนจำนวนมาก ?
"แม่มดน้อยกิกิ ทำให้เด็ก ๆ เชื่อว่าทุกคนมีเวทมนต์ของตัวเอง" โทโมโกะ โฮโนเบะ บรรณาธิการของคาโดโนะ กล่าว
โฮโนเบะกล่าวว่า แนวคิดเกี่ยวกับเหตุแห่งการดำรงอยู่ (raison d'être) เพิ่มความมั่นใจให้กับเด็ก ๆ ช่วยให้พวกเขาเติบโตขึ้น
และนอกจากนั้นมันยังดูเหมือนว่า คาโดโนะเองก็มีเวทมนต์ของเธอด้วยเช่นกัน
"เธอเหมือนกับแม่มดคนเก่งที่มีมนต์เสน่ห์เหล่านี้ เธอทั้งซน ช่างคุย ขะมักเขม้น และยังสาว" โฮโนเบะกล่าว "ฉันต้องพยายามมากที่จะตามให้ทันพลังงานของเธอ"
"คำเหล่านั้นจะเป็นความเข้มแข็งของคุณ"
เมื่อเดือนที่แล้ว คาโดโนะ ได้ทราบข่าว่าเธอได้รับรางวัลฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน ซึ่งมอบให้แก่นักเขียนผู้มีผลงานที่สร้างคุณูปการสำคัญต่อวรรณกรรมเด็กของโลก

"ฉันไม่เคยมีความคิดเลยว่าฉันจะได้รางวัลเช่นนี้" คาโดโนะกล่าวในงานรับรางวัล
"มันเป็นเกียรติอย่างสูง… ที่งานของฉันได้ถูกอ่านโดยคนจำนวนมากทั่วโลก"
แต่กระนั้น นักเขียนชื่อดังคนนี้ก็กล่าวว่าเรื่องราวในหนังสือนั้นไม่ได้เป็นของเธอ แต่ผู้อ่านต่างหากที่เป็นเจ้าของเรื่องราวเหล่านี้
"ความสำคัญของการเล่าเรื่องคือ เมื่อมันถูกส่งถึงผู้อ่านแล้ว มันจะกลายเป็นเรื่องของพวกเขา" คาโดโนะกล่าว
"[และในขณะ] ที่คุณอ่าน และอ่านต่อไป คุณสร้างพจนานุกรมของตัวเองขึ้นมาในตัวคุณ และคำเหล่านั้นจะเป็นความเข้มแข็งของคุณไปตลอดชีวิต"









