สัมพันธ์ทรัมป์-ดาราหนังโป๊ ยิ่งปิด ยิ่งฉาว

ที่มาของภาพ, Getty Images
สัมพันธ์ทางเพศระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ และนักแสดงหนังสำหรับผู้ใหญ่ชื่อดังชาวอเมริกันเมื่อ 11 ปีที่แล้วกำลังตามหลอกหลอนประธานาธิบดีสหรัฐฯผู้พยายามปิดอดีตด้วยเงิน แต่ดูเหมือนยิ่งปิด ก็ยิ่งถูกเปิดโปง
"สตอร์มี แดเนียลส์" นักแสดงหนังสำหรับผู้ใหญ่ชื่อดังชาวอเมริกันได้ยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อกรณี "สัญญาค่าปิดปาก" ที่ทนายความของนายทรัมป์ให้เงินเธอ 130,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นค่าปิดปากไม่ให้เธอเปิดเผยเรื่องมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับนายทรัมป์เมื่อ 2006
กรณีอื้อฉาวนี้มีความสำคัญอย่างไร? และเหตุใดจึงอาจสั่นคลอนเก้าอี้ประธานาธิบดีของนายทรัมป์ได้?
น.ส.แดเนียลส์ ซึ่งปัจจุบันอายุ 39 ปี อ้างว่าสัมพันธ์สวาทระหว่างเธอกับนายทรัมป์เริ่มขึ้นในปี 2006 และเขาพยายามเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับตลอดมา
อย่างไรก็ตาม ทนายความของ น.ส.แดเนียลส์ ได้อ้างว่าที่ผ่านมามีความพยายามปกปิดเรื่องอื้อฉาวนี้ และหลายฝ่ายตั้งคำถามว่าสัญญาค่าปิดปากนี้อาจเข้าข่ายการใช้จ่ายเงินในการรณรงค์หาเสียงที่ผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะสัญญาดังกล่าวมีขึ้นไม่นานก่อนหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อปี 2016

ที่มาของภาพ, Getty Images
สตอร์มี แดเนียลส์ คือใคร?
สตอร์มี แดเนียลส์ เกิดที่รัฐลุยเซียนา เมื่อปี 1979 มีชื่อจริงว่า สเตฟานี คลิฟฟอร์ด เธอเริ่มเข้าสู่วงการในฐานะนักแสดงในหนังสำหรับผู้ใหญ่ ก่อนที่จะผันตัวไปทำงานด้านการกำกับและเขียนบท
สำหรับชื่อ สตอร์มี แดเนียลส์ ที่ใช้ในวงการแสดงของเธอนั้นได้มาจากลูกสาวของ นิกกี ซิกซ์ มือเบสวงมอตลีย์ครู (Mötley Crüe) ที่ชื่อว่า สตอร์ม (Storm) บวกกับชื่อของวิสกียี่ห้อแจ็คแดเนียลส์
เธอเคยร่วมแสดงในภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง 40-Year-Old Virgin และ Knocked Up รวมทั้งมิวสิควิดีโอเพลง Wake Up Call ของวงมารูนไฟฟ์ เธอเคยคิดจะลงสมัครชิงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาของรัฐลุยเซียนา เมื่อปี 2010 แต่ล้มเลิกแผนดังกล่าวไปเพราะไม่มีใครให้ความสนใจอย่างจริงจัง

ที่มาของภาพ, Reuters
เธอกล่าวหานายทรัมป์ว่าอย่างไร?
น.ส.แดเนียลส์ บอกว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือน ก.ค. 2006 โดยเธอได้พบกับนายทรัมป์ที่งานแข่งกอล์ฟการกุศลรายการหนึ่งแถวทะเลสาบทาโฮที่อยู่ระหว่างรัฐแคลิฟอร์เนียกับรัฐเนวาดา
ในบทสัมภาษณ์กับนิตยสาร In Touch Weekly เมื่อปี 2011 ซึ่งบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มถูกนำมาตีพิมพ์อีกครั้งเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา น.ส.แดเนียลส์ บอกว่า นายทรัมป์เชิญเธอไปรับประทานอาหารค่ำจากนั้นเธอก็ไปพบเขาที่ห้องพักโรงแรม
"เขานอนเหยียดอยู่บนโซฟา กำลังดูโทรทัศน์หรืออะไรสักอย่าง" เธอเล่า "เขาสวมกางเกงนอน"
น.ส.แดเนียลส์ เล่าว่า จากนั้นทั้งคู่มีเพศสัมพันธ์กันในห้องพักโรงแรมดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ทนายความของนายทรัมป์ระบุว่าลูกความของเขา "ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง"
แต่หากข้อกล่าวหาของ น.ส.แดเนียลส์ เป็นความจริงเรื่องนี้น่าจะเกิดขึ้นเพียง 4 เดือนหลังจากนางเมลาเนีย ทรัมป์ ให้กำเนิด ด.ช.แบร์รอน ลูกชายคนเล็กของนายทรัมป์

ที่มาของภาพ, Getty Images
น.ส.แดเนียลส์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ 60 Minutes ว่า เธอถูกข่มขู่ให้ปิดปากเงียบเรื่องสัมพันธ์สวาทกับนายทรัมป์ โดยอ้างว่าเมื่อปี 2011 มีชายคนหนึ่งเดินเข้าไปพูดข่มขู่ให้เธอเลิกยุ่งกับนายทรัมป์ที่ลานจอดรถในเมืองลาสเวกัส หลังจากเธอตกลงให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร In Touch Weekly
น.ส.แดเนียลส์ บอกว่า ครั้งสุดท้ายที่เธอได้พูดคุยกับนายทรัมป์คือเมื่อปี 2010 ซึ่งเป็นช่วงที่เธอตัดสินใจไม่ลงสมัครชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิก
เหตุใดเรื่องนี้จึงเพิ่งปรากฏเป็นข่าว?
กระแสข่าวลือเรื่องนี้เริ่มแพร่สะพัดก่อนหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อเดือน พ.ย. 2016
เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลตีพิมพ์บทความที่อ้างว่า นายไมเคิล โคเฮน ทนายของนายทรัมป์จ่ายเงิน 130,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่ น.ส.แดเนียลส์ เมื่อเดือน ต.ค.ปี 2016 เพียง 1 เดือนก่อนการเลือกตั้ง
เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล ระบุว่า เงินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาห้ามเปิดเผยข้อมูลที่ทำกับ น.ส.แดเนียลส์ ซึ่งมีเงื่อนไขห้ามเธอเปิดเผยเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายทรัมป์ต่อสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนหนึ่งกล่าวว่า "เรื่องพวกนี้เป็นข่าวเก่าเล่าใหม่ที่ถูกตีพิมพ์และมีการปฏิเสธอย่างรุนแรงก่อนหน้าการเลือกตั้ง"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ด้านนายโคเฮน ปฏิเสธเรื่องการจ่ายเงินค่าปิดปาก โดยในถ้อยแถลงของเขาที่ส่งถึงเดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล เขาระบุว่าข้อกล่าวหานี้ได้ถูกปฏิเสธจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมานานหลายปี
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เขาประกาศยอมรับว่าที่จริงแล้วเขาได้จ่ายเงินให้แก่ น.ส.แดเนียลส์ โดยในแถลงการณ์ถึงหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ นายโคเฮนระบุว่า ทั้งนายทรัมป์ ทีมหาเสียง หรือบริษัทของนายทรัมป์ไม่ทราบเรื่องการจ่ายเงิน ซึ่งเขาใช้เงินตัวเองจ่ายและไม่ได้รับการจ่ายคืนด้วย
"การจ่ายเงินให้ น.ส.แดเนียลส์ ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ใช่การช่วยหาเสียง หรือเป็นเงินบริจาคเพื่อใช้ในการหาเสียง"
ด้าน น.ส.แดเนียลส์ ระบุว่าหลังรับเงินดังกล่าวมาเธอได้พยายามจะคืนเงินเพื่อที่ตนเองจะสามารถเล่าเรื่องของเธอได้ แต่ก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับจากนายทรัมป์หรือทนายความของเขา
นายไมเคิล อาเวนัตติ ทนายความของ น.ส.แดเนียลส์ อ้างในรายการ 60 Minutes ว่า สัญญาห้ามเปิดเผยข้อมูลที่ลูกความของเขาลงนามแล้วได้ถูกส่งไปที่สำนักงานของนายโคเฮนที่ตึกทรัมป์ทาเวอร์

ที่มาของภาพ, STORMY DANIELS
เกิดอะไรขึ้นหลังการให้สัมภาษณ์รายการ 60 Minutes?
หลังจากบทสัมภาษณ์ของ น.ส.แดเนียลส์ ออกอากาศได้ไม่นาน นายโคเฮน ได้ยื่นหนังสือเตือนต่อ น.ส.แดเนียลส์และทนายความของเธอ โดยชี้ว่าเป็นข้อกล่าวหาที่หมิ่นประมาทนายโคเฮน

ที่มาของภาพ, Reuters
ช่วงก่อนหน้าที่บทสัมภาษณ์ในรายการ 60 Minutes จะออกอากาศ ทีมกฎหมายของนายทรัมป์ได้ยื่นฟ้องร้อง น.ส.แดเนียลส์ เป็นเงิน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อให้เรื่องนี้ไม่ถูกเผยแพร่สู่สังคม โดยทีมทนายความชี้ว่า น.ส.แดเนียลส์ ทำผิดสัญญาห้ามเปิดเผยข้อมูลที่ทำไปก่อนหน้านี้ จากนั้น ดาราสาวก็ประกาศว่าเธอได้ยื่นฟ้องนายทรัมป์ โดยอ้างว่าตอนที่ทำสัญญากันนั้นนายทรัมป์ยังไม่ได้ลงนามในสัญญาเสียด้วยซ้ำ
เรื่องนี้สำคัญอย่างไร?
นายโทบี ลัคเฮิร์ส ผู้สื่อข่าวบีบีซีชี้ว่า เงินค่าปิดปาก 130,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่นายโคเฮน จ่ายให้ น.ส.แดเนียลส์ อาจเข้าข่ายการช่วยเหลือการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของนายทรัมป์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นายเทรเวอร์ พ็อตเตอร์ จาก Campaign Legal Center องค์กรด้านกฎหมายเลือกตั้ง ระบุว่า หากนายโคเฮน ทำเรื่องนี้ในฐานะตัวแทนนายทรัมป์นี่จะถือว่านายโคเฮนให้การช่วยเหลือที่ผิดกฎหมายเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อการเลือกตั้ง
ด้านนายเท็ด ลิว และนางแคธลีน ไรซ์ ส.ส.พรรคเดโมแครตส์จากรัฐแคลิฟอร์เนียและนิวยอร์ก ได้ขอให้เอฟบีไอเปิดการสอบสวนกรณีที่นายโคเฮนจ่ายเงินให้แก่น.ส.แดเนียลส์ แล้ว
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์
ที่ผ่านมาบรรดาผู้สนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์ แม้แต่กลุ่มเคร่งศาสนาต่างไม่ยอมรับข้อกล่าวหาเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อผู้หญิงของนายทรัมป์ในอดีต แต่เรื่องอื้อฉาวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งพรรคเดโมแครตส์กำลังมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นในเขตเลือกตั้งที่เคยสนับสนุนพรรครีพับลิกัน ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้แก่พรรคของนายทรัมป์อยู่ไม่น้อย
นอกจากนี้ ข้อกล่าวหาอื้อฉาวของ น.ส.แดเนียลส์ อาจทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องขึ้นให้การต่อศาล ซึ่งจะยิ่งทำให้เรื่องนี้ถูกเปิดโปงมากขึ้นไปอีก








