You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
หุ้นเอเชียร่วง หวั่นเกิดสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นหลายแห่งในเอเชียปรับตัวลดลง เพราะกังวลว่าแผนการตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีนมูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะเป็นชนวนให้เกิดสงครามการค้าขึ้นได้
ด้านจีนออกมาตอบโต้ด้วยการประกาศว่าจีนไม่ต้องการทำสงครามการค้า แต่จีนก็ "ไม่กลัวแม้แต่นิดเดียว" หากต้องร่วมสงครามนี้จริง
การตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐฯ เกิดขึ้นเพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาที่สหรัฐฯ ระบุว่าจีนขโมยทรัพย์สินทางปัญญา
รัฐบาลจีนระบุว่า จีนคัดค้านการตั้งกำแพงภาษีใหม่นี้อย่างเต็มที่ แต่ในเวลาเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ของจีนก็มั่นใจว่า "จีนจะรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นได้" และ "จีนจะไม่นิ่งเฉยต่อสิทธิอันชอบธรรมและผลประโยชน์ของตัวเอง เราพร้อมอย่างเต็มที่ในการปกป้องผลประโยชน์อันชอบธรรมของเรา" อย่างไรก็ดีกระทรวงพาณิชย์จีนยังหวังว่า สหรัฐฯ จะไม่ทำให้ความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศตกอยู่ในอันตราย ตลาดหุ้นหลายแห่งในเอเชียปรับตัวลดลง เพราะกังวลว่าแผนการตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีนมูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะเป็นชนวนให้เกิดสงครามการค้าขึ้นได้
ความกังวลว่าจะเกิดสงครามการค้าขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นหลายแห่งในเอเชียปรับตัวลดลงอย่างมาก ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนปิดลดลง 3.4% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงปิดลดลง 2.5%
ขณะที่ตลาดหุ้นในยุโรปปรับตัวลดลงไม่รุนแรงเท่ากับในเอเชีย โดยดัชนี FTSE 100 ของสหราชอาณาจักร ในการซื้อขายช่วงเช้า ปรับตัวลดลง 1% ส่วนดัชนี Dax ของเยอรมนีปรับตัวลดลง 2% โดยหุ้นโฟล์คสวาเกนและทริสเซ่นครุปป์ (ThyssenKrupp) อยู่ในหมู่หุ้นที่ปรับตัวลดลงมากที่สุด
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว จีนได้ประกาศข้อเสนอตั้งกำแพงภาษีของตัวเองมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากจีน ซึ่งนายทรัมป์ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ในเดือนเดียวกัน และจะมีผลบังคับใช้ในสัปดาห์นี้ แต่จีนซึ่งเป็นผู้ส่งออกเหล็กรายใหญ่เป็นอันดับ 11 ให้แก่สหรัฐฯ ระบุว่า กำลังพิจารณามาตรการหลายอย่าง "เพื่อชดเชยการขาดทุนที่เกิดขึ้นกับผลประโยชน์ของจีน"
กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า รายการสินค้าที่จีนกำลังพิจารณาปรับขึ้นกำแพงภาษีรวมถึงเนื้อหมู ไวน์ ผลไม้ ถั่ว และท่อเหล็กกล้าไร้สนิม
จีนมีแผนตอบโต้สหรัฐฯ 2 ขั้นตอน
- เพิ่มกำแพงภาษี 15% ในสินค้า 20 รายการ รวมมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงผลไม้สด ถั่ว และไวน์
- เพิ่มกำแพงภาษี 25% ในสินค้า 8 รายการ รวมมูลค่าเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงเนื้อหมู และเศษอลูมิเนียม
ทำไมสหรัฐฯ ถึงตั้งกำแพงภาษี?
สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในแต่ละปี ซึ่งมากกว่าที่สหรัฐฯ ส่งออกไปยังจีน เมื่อปีที่แล้วสหรัฐฯ ขาดดุลการค้าจีนราว 3.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่นายทรัมป์เป็นอย่างยิ่ง
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาได้ขอให้จีนปรับลดตัวเลขการขาดดุลลง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ "ในทันที"
นอกจากนี้เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว นายทรัมป์ยังได้สั่งให้ตรวจสอบการดำเนินนโยบายหลายอย่างของจีน ซึ่งการประกาศตั้งกำแพงภาษีใหม่ของสหรัฐฯ สะท้อนผลที่ได้จากการตรวจสอบดังกล่าว
โดยทำเนียบขาวระบุว่า ได้ตรวจสอบพบว่า มีการปฏิบัติ "ที่ไม่เป็นธรรม" เกิดขึ้นในจีน รวมถึงข้อจำกัดเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของของชาวต่างชาติซึ่งกดดันให้บริษัทต่างประเทศต้องถ่ายโอนเทคโนโลยีให้แก่จีน
การสอบสวนยังพบหลักฐานว่า จีนได้บังคับใช้เงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมกับบริษัทหลายแห่งของสหรัฐฯ ควบคุมการลงทุนในสหรัฐฯ ในอุตสาหกรรมที่เป็นยุทธศาสตร์หลายอุตสาหกรรม และยังดำเนินการและสนับสนุนการโจมตีทางไซเบอร์ด้วย
ทำเนียบขาวระบุว่า มีบัญชีรายการสินค้ามากกว่า 1,000 รายการที่อาจจะถูกเพิ่มกำแพงภาษีสูงถึง 25% โดยธุรกิจต่าง ๆ จะมีโอกาสให้ความคิดเห็นก่อนที่บัญชีรายการสินค้าจะมีผลบังคับใช้
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังหาทางจำกัดการลงทุนของจีนในสหรัฐฯ ด้วย และจะร้องเรียนเกี่ยวกับเงื่อนไขใบอนุญาตที่ไม่เป็นธรรมไปยังองค์การการค้าโลกด้วย
ใครเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้านี้?
เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ รับรู้ถึงความเป็นไปได้ว่าจีนจะตอบโต้ แต่ระบุว่าท้ายที่สุดแล้ว จีนมีสิ่งที่ต้องสูญเสียมากกว่านี้
นักวิเคราะห์ระบุว่า ถ้ามีการบังคับใช้กำแพงภาษีตามที่ระบุ กำแพงภาษีของสหรัฐฯ จะทำให้ผู้บริโภคมีต้นทุนสูงขึ้น ขณะที่การตอบโต้ของจีนจะส่งผลกระทบต่อภาคส่วนที่สำคัญของเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมอวกาศ
จีนเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของสหรัฐฯ ในปี 2016 และเป็นหนึ่งในผู้ซื้อข้าวโพด เนื้อหมู และเครื่องบิน รายใหญ่ที่สุดจากสหรัฐฯ
จีนยังเป็นผู้บริโภคถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดในโลก และยังนำเข้าธัญพืชราว 1 ใน 3 จากสหรัฐฯ ด้วย แต่จากข่าวที่จีนประกาศเมื่อวันศุกร์ กำแพงภาษีที่จีนตั้งไม่รวมถึงถั่วเหลือง
มีผู้สนับสนุนแผนการนี้ในสหรัฐฯ หรือไม่?
ผู้ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของนายทรัมป์ ไม่กังวลเกี่ยวกับการขาดดุลการค้า โดยระบุว่า เป็นการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
แต่ก็มีผู้ที่กังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่นำโดยรัฐของจีน และมีความกังวลว่าจีนกำลังหาทางใช้เทคโนโลยีเพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหาร
นโยบายอเมริกาต้องมาก่อนของนายทรัมป์ ยังคงได้รับความนิยมจากหลายภาคส่วนในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ผู้จับตามองการค้าในเอเชีย ระบุว่า การตอบโต้ของจีนจะพุ่งเป้าไปที่พื้นที่ที่สนับสนุนนายทรัมป์อย่างไม่ต้องสงสัย
เดบอราห์ เอลม์ส ผู้อำนวยการบริหารของศูนย์การค้าเอเชียในสิงคโปร์ กล่าวว่า "จีนจัดทำบัญชีรายการของตัวเองมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว และทำได้ดีมากด้วย"
"ถ้าสิ่งต่าง ๆ แย่ลง จีนอาจทำให้บริษัทของสหรัฐฯ เผชิญกับความยุ่งยากมากขึ้นในการทำธุรกิจในจีน และนั่นเป็นสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง"