แฟนเพลงผู้ชายเผารูป "ไอรีน" นักร้องวง Red Velvet หลังรู้ว่าเธออ่านหนังสือเฟมินิสต์

ที่มาของภาพ, Getty Images
แฟนเพลงผู้ชายหลายคนแสดงความไม่พอใจด้วยการเผารูปภาพของ เบ จู-ฮย็อน หรือ ไอรีน หลังนักร้องชื่อดังจากวงเค-ป็อป Red Velvet กล่าวว่าเธออ่านหนังสือเฟมินิสต์ เรื่อง "คิม จี-ยอง ผู้เกิดปี 1982"
ขณะเดียวกัน "แฟนคลับ" จำนวนมากของไอรีน ทั้งในเกาหลีใต้และในไทย ออกมาปกป้องเธอและประณามผู้ที่โจมตีเธอในครั้งนี้
หนังสือที่มีเนื้อหาสตรีนิยมดังกล่าว เล่าเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดในปี 1982 และตลอดทั้งชีวิตต้องพบกับความไม่เท่าเทียมและสถานการณ์เหยียดเพศในสังคมเกาหลีใต้
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่นาน หลังจากกระแส #MeToo รณรงค์ต่อต้านการละเมิดทางเพศในเกาหลีใต้ ซึ่งนับถึงตอนนี้มีผู้หญิงนับพันใช้แฮชแท็ก เพื่อเปิดเผยพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศในสังคม ได้นำไปสู่การลาออกของผู้กำกับและนักการเมือง
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 1
ปฏิกิริยาจากแฟนเพลง
ไอรีน เป็นสมาชิกของวง Red Velvet หนึ่งในวงเค-ป็อปชื่อดัง ซึ่งร่วมแสดงในพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองพยองชาง เมื่อเดือนที่ผ่านมา ในงานพบปะกับแฟน ๆ เมื่อวันอาทิตย์ (18 มี.ค.) มีคนถามว่าเธอได้อ่านหนังสือเล่มไหนบ้างในช่วงนี้ ซึ่งเธอได้ตอบว่า "คิม จี-ยอง ผู้เกิดปี 1982" หรือ Kim Ji Young, Born 1982
หลังจากนั้นไม่นานมีรายงานว่ากลุ่มแฟนเพลงผู้ชายหลายคนของเธอได้แสดงความไม่พอใจ ด้วยการโพสต์ภาพ รูปของไอรีนที่ถูกตัดและเผา บนโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมและทัศนคติต่อเพศหญิงของแฟนกลุ่มนี้
แฟนคลับผู้ชายหลายคนแสดงความผิดหวังและโจมตีการเลือกอ่านหนังสือของเธอ ซึ่งมีใจความตั้งแต่ "ผมผิดหวังในตัวเธอ" ไปจนถึง "เธอไม่ควรทำตัวไร้เดียงสา และต้องเข้าใจว่าแฟนคลับของเธอส่วนมากเป็นผู้ชาย" และ "มันเป็นเรื่องผิดที่เธอทำให้แฟนคลับรู้สึกแย่ในเมื่อพวกเขาเป็นผู้สนับสนุนเธอ"
ขณะที่ผู้ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มแฟนดังกล่าวได้แสดงความเห็นเป็นจำนวนมากเช่นกัน
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 2
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 3
มีอะไรในหนังสือเล่มนี้ ?
หนังสือ "คิม จี-ยอง ผู้เกิดปี 1982" เล่มนี้เป็นผลงานของ โช นัม-จู บอกเล่าเรื่องราวของผู้หญิงเกาหลีคนหนึ่งซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 1982 และ ต้องเผชิญกับเหตุการณ์เหยียดเพศที่ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ ตั้งแต่เมื่อครั้งเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยม จนกระทั่งเข้าทำงานซึ่งเธอต้องชงกาแฟให้เพื่อนร่วมงานคนอื่น ไปจนถึงการลาออกจากงานเพื่อเป็นแม่บ้าน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ผู้หญิงหลายคนในเกาหลีใต้ยังต้องเผชิญ
หนังสือเล่มดังกล่าวตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2016 และเป็นหนึ่งในหนังสือที่ขายดีที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา รวมทั้งทำให้เจ้าของผลงานได้รับรางวัล Writer of Today Award
นอกจากหนังสือเล่มนี้จะได้รับคำชมว่าอ่านง่ายและบอกเล่าเรื่องราวได้ตรงกับความจริงในสังคมแล้ว สำนักข่าว คอเรีย ไทมส์ ยังรายงานด้วยว่า กระแสจากแคมเปญรณรงค์ต่อต้านการละเมิดทางเพศ #MeToo ทำให้หนังสือหนังสือเฟมินิสต์หลายเล่ม มียอดขายระหว่าง 1 ก.พ.- 12 มี.ค. เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว

ที่มาของภาพ, AFP
กระแส #MeToo ในเกาหลีใต้
#MeToo เป็นกระแสสังคมที่กำลังมาแรงในหลายประเทศทั่วโลก และเริ่มเป็นที่สนใจในเกาหลีใต้ ผู้หญิงจำนวนมากในหลากหลายสาขาอาชีพ เริ่มออกมาเปิดเผยเรื่องที่ตนเองถูกคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศมากขึ้นเรื่อย ๆ
ระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการของเครือข่ายโทรทัศน์ เจทีบีซี เมื่อต้นเดือนนี้ น.ส.คิม จี อึน อดีตเลขานุการของ นายอัน ฮี จอง นักการเมืองชื่อดัง กล่าวว่านายอันข่มขืนเธอ 4 ครั้งในช่วงเวลา 8 เดือน ที่เธอทำงานกับเขา
การสัมภาษณ์ครั้งนี้ทำให้นายอัน ฮี จอง นักการเมืองผู้เคยท้าชิงตำแหน่งผู้สมัครประธานาธิบดีเกาหลีใต้กับประธานาธิบดีมุน เจ อิน ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการจังหวัดชุงชองใต้และยุติบทบาททางการเมืองทั้งหมด
"ผมขออภัยทุกคน โดยเฉพาะ น.ส.คิม จี อึน...ทุกอย่างเป็นความผิดของผมเอง และนับตั้งแต่วันนี้ผมจะลาออก...และยุติบทบาททางการเมืองทั้งหมด" นายอัน ระบุทางเฟซบุ๊ก
น.ส.คิม ระบุว่า กระแส #MeToo ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อต่อต้านปัญหาการคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศสตรี ทำให้เธอมีความกล้าที่จะออกมาเปิดโปงเรื่องนี้

ที่มาของภาพ, AFP
แคมเปญที่เริ่มขึ้นในสหรัฐฯ นี้ ได้ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนในเกาหลีใต้ เมื่อเดือน มี.ค. อัยการหญิง ซอ จี-ฮยุน ออกมาเปิดเผยว่าเธอถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยเจ้าหน้าที่ในกระทรวงยุติธรรม
นอกจากนี้ ลี ฮยุน-จู ผู้กำกับหญิงวัย 36 ปี ได้ลาออกจากวงการภาพยนตร์ หลังถูกพบว่ามีความผิดฐานละเมิดทางเพศนักแสดงหญิงคนหนึ่ง ขณะที่ ผู้กำกับละครเวทีชื่อดัง ลี ยุน-แทค ออกมาขอโทษหลังถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศและข่มขืนนักแสดงหลายคนในช่วงเวลา 18 ปี
ในประเทศไทย ถึงแม้กระแส #MeToo จะยังไม่เป็นที่แพร่หลาย แต่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาก็มีผู้หญิงหลายคนออกมาเปิดเผยเรื่องการถูกคุกคามทางเพศมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน









