นักการเมืองดังเกาหลีใต้ประกาศลาออกหลังถูกกล่าวหาข่มขืนเลขาฯ

ที่มาของภาพ, AFP
กระแส #MeToo ที่กำลังได้รับความสนใจในเกาหลีใต้ทำให้ นายอัน ฮี จอง นักการเมืองชื่อดังที่เคยท้าชิงตำแหน่งผู้สมัครประธานาธิบดีเกาหลีใต้กับประธานาธิบดีมุน เจ อิน ในการเลือกตั้งเมื่อปีก่อน ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการจังหวัดชุงชองใต้และยุติบทบาททางการเมืองทั้งหมด หลังจากเขาถูกอดีตเลขานุการสาวเปิดโปงว่าเขาข่มขืนเธอหลายครั้ง
นายอัน วัย 54 ปี โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ขออภัยต่อการกระทำอันโง่เขลาของตนเอง และว่าคำปฏิเสธที่สำนักงานของเขาแถลงก่อนหน้านี้เป็นเรื่องเท็จ
"ผมขออภัยทุกคน โดยเฉพาะ น.ส.คิม จี อึน...ทุกอย่างเป็นความผิดของผมเอง และนับตั้งแต่วันนี้ผมจะลาออก...และยุติบทบาททางการเมืองทั้งหมด" นายอัน ระบุทางเฟซบุ๊ก
น.ส.คิม ได้ไปออกรายการของเครือข่ายโทรทัศน์เจทีบีซีเมื่อคืนวานนี้ (5 มี.ค.) โดยระบุว่า นายอัน ซึ่งแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ข่มขืนเธอ 4 ครั้งในช่วงเวลา 8 เดือน ระหว่างเดือน มิ.ย. ปีที่แล้วถึงเดือน ก.พ.ปีนี้ อีกทั้งยังมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศเธอหลายครั้ง

ที่มาของภาพ, AFP
น.ส.คิม บอกว่ากล้าที่จะออกมาเปิดโปงเรื่องนี้เพราะได้รับแรงบันดาลใจจากกระแส #MeToo ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อต่อต้านปัญหาการคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศสตรี พร้อมเผยว่า นอกจากตัวเธอแล้วยังมีเหยื่อที่ถูกนายอันล่วงละเมิดทางเพศอีกหลายคน
ก่อนหน้านี้ สำนักงานของนายอัน แถลงว่าความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างนายอันกับ น.ส.คิม เป็นเรื่องสมยอมของทั้งสองฝ่าย แต่ น.ส.คิม กล่าวกับหนังสือพิมพ์โคเรียไทมส์ว่า "ความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างเราไม่ใช่เรื่องสมยอม และฉันแน่ใจว่าเขาทราบดี...ฉันไม่ได้อยู่ในสถานะที่สามารถปฏิเสธได้"
น.ส.คิม ระบุว่า "หลังข่าวนี้ถูกเปิดเผยออกมา นายอันมีท่าทีเป็นกังวล และในวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา เขาเรียกฉันเข้าไปพบในสำนักงานพร้อมกล่าวขอโทษ แต่จากนั้นเขากลับทำมันอีก"
นายอัน ระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ในเวลาต่อมายอมรับว่า ถ้อยแถลงจากสำนักงานของเขาที่ออกมาก่อนหน้านี้เป็นความเท็จ ด้านตำรวจเกาหลีใต้ได้เปิดการสอบสวนข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศต่อนายอัน ซึ่งจนถึงบัดนี้เจ้าตัวยังไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธข้อกล่าวหานี้อย่างชัดเจน

ที่มาของภาพ, Getty Images
นายอัน เคยเป็นคู่แข่งชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคประชาธิปไตยลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้กับนายมุน เจ อิน เมื่อปีที่แล้ว แม้เขาจะพ่ายแพ้แต่ก็ได้รับการคาดหมายอย่างกว้างขวางว่าจะได้รับการวางตัวให้เป็นตัวแทนพรรคลงชิงตำแหน่งนี้แทนที่นายมุน ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปในปี 2022
#MeToo เป็นกระแสสังคมที่กำลังมาแรงในหลายประเทศทั่วโลก และเริ่มเป็นที่สนใจในเกาหลีใต้ โดยที่ผู้หญิงจำนวนมากในหลากหลายสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นวงการบันเทิง หรือในแวดวงตุลาการ เริ่มออกมาเปิดเผยเรื่องที่ตนเองถูกคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศมากขึ้นเรื่อย ๆ ประธานาธิบดีมุนเรียกร้องให้ออกมาตรการแก้ปัญหานี้และลงโทษผู้กระทำผิด ขณะที่ประชาชนจำนวนมากแสดงความตกใจและผิดหวังในตัวนายอันซึ่งมีภาพลักษณ์นักการเมืองใสซื่อมือสะอาด








