ปูตินสั่งทัพรัฐบาลซีเรียหยุดโจมตีกลุ่มกบฏวันละ 5 ชั่วโมง

ที่มาของภาพ, Reuters
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย มีคำสั่งให้กองทัพรัฐบาลซีเรียปฏิบัติตามมติหยุดยิงของสหประชาชาติ โดยให้ระงับการโจมตีเขตโกตาตะวันออกซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มกบฏใกล้กรุงดามัสกัสวันละ 5 ชั่วโมง และจะจัดให้มี "เฉลียงทางมนุษยธรรม" เพื่อเป็นช่องทางให้พลเรือนอพยพออกจากวงล้อมการสู้รบได้
นายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียแถลงเพิ่มเติมว่า การหยุดยิงวันละ 5 ชั่วโมงดังกล่าว จะเริ่มต้นขึ้นในวันนี้ (27 ก.พ.) โดยช่วงเวลาหยุดยิงของแต่ละวันจะอยู่ระหว่าง 09.00-14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น
กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังระบุว่าจะร่วมกับสภาเสี้ยววงเดือนแดงของซีเรียจัดตั้ง "เฉลียงทางมนุษยธรรม" ขึ้นในเขตโกตาตะวันออกด้วย เพื่อให้มีช่องทางสำหรับพลเรือนหรือผู้บาดเจ็บที่ต้องการอพยพออกจากเมืองซึ่งตกอยู่ในวงล้อมการสู้รบมานาน โดยจะให้ข้อมูลกับประชาชนในเรื่องนี้ผ่านทางใบปลิว ข้อความตัวอักษรทางโทรศัพท์ และวิดีโอ
มีพลเรือนเกือบ 400,000 คนอาศัยอยู่ในเขตโกตาตะวันออก และล่าสุดยอดพลเรือนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของกองทัพรัฐบาลซีเรียเพิ่มเป็น 560 รายแล้ว นับตั้งแต่การโจมตีเริ่มขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม คำสั่งหยุดยิงจากรัสเซียนี้มีรายละเอียดไม่ตรงกับมติหยุดยิงของสหประชาชาติเสียทีเดียว เนื่องจากสหประชาชาติเรียกร้องให้มีการหยุดยิงอย่างสิ้นเชิงเป็นเวลา 30 วัน และให้ขบวนลำเลียงความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าไปในเขตโกตาตะวันออกได้ด้วย แต่คำสั่งของรัสเซียไม่ได้เอ่ยถึงการเปิดทางให้ขบวนลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าไปในวงล้อมการสู้รบได้แต่อย่างใด
นอกจากนี้ รัสเซียและอิหร่านซึ่งเป็นพันธมิตรผู้สนับสนุนรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ของซีเรีย ยังยืนยันที่จะดำเนินปฏิบัติการสู้รบต่อต้าน "กลุ่มก่อการร้าย" ในพื้นที่ยึดครองของกลุ่มที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) กลุ่มอัลไคดา และแนวร่วมอัล-นุสราต่อไป เนื่องจากปฏิบัติการดังกล่าวถือเป็นข้อยกเว้นในมติหยุดยิงของสหประชาชาติ

ที่มาของภาพ, Reuters
มีรายงานว่าที่เมืองชีฟูนียาของเขตโกตาตะวันออก พลเรือนอย่างน้อย 18 คนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังมีการโจมตีด้วยระเบิดลูกใหญ่ เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีอาการคล้ายได้รับพิษจากอาวุธเคมีซึ่งอาจเป็นก๊าซคลอรีน ทำให้หายใจลำบาก เวียนศีรษะ และระคายเคืองตา ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีเด็กอยู่ด้วยหลายคนและมีทารกชายคนหนึ่งเสียชีวิต
ยังไม่มีฝ่ายใดออกมายืนยันรายงานดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียแย้งว่าเรื่องเช่นนี้เป็นรายงานข่าวปลอม ซึ่งมีคนกุขึ้นเพื่อยั่วยุบ่อนทำลายมติหยุดยิงของสหประชาชาติ
ที่ผ่านมา รัฐบาลซีเรียปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่เคยใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือน แต่รายงานการสอบสวนของสหประชาชาติและองค์กรเพื่อการห้ามใช้อาวุธเคมี (OPCW) ระบุว่ารัฐบาลซีเรียเคยใช้ก๊าซคลอรีนเป็นอาวุธอย่างน้อย 3 ครั้ง ระหว่างปี 2014-2015








