You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
รถยนต์เทสลา จะล่องลอยอยู่ในอวกาศต่อไปอีกหลายล้านปี
นักวิจัยจากสาธารณรัฐเช็ก และแคนาดา เผยผลการวิเคราะห์ผ่านเว็บไซต์ Arxiv.org ว่า รถยนต์เทสลาที่นายอีลอน มัสก์ ส่งขึ้นสู่อวกาศ มีแนวโน้มจะล่องลอยไปเรื่อย ๆ อีกหลายสิบล้านปี ก่อนจะตกกลับสู่พื้นผิวโลกหรือดาวศุกร์
การคำนวณชี้ว่ารถยนต์คันดังกล่าว มีโอกาสร้อยละ 6 ที่จะพุ่งตกลงบนพื้นโลก และมีความเป็นไปได้ร้อยละ 2.5 ที่จะตกลงสู่ดาวศุกร์ภายในอีกหลายล้านปีข้างหน้า โดยหากรถยนต์ตกกลับลงมายังโลก ก็ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากทุกอย่างจะเสียดสีกับชั้นบรรยากาศจนถูกเผาไหม้ไปเกือบหมด
ผลการคำนวณสถานการณ์จำลองด้วยคอมพิวเตอร์ ชี้ว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากที่รถยนต์จะพุ่งชนดวงอาทิตย์ และมีโอกาสน้อยถึงไม่มีเลยที่จะตกลงบนดาวอังคาร
นายมัสก์ ส่งรถยนต์สีแดงเชอรี พร้อมหุ่นคนขับและวิทยุที่เล่นเพลงของ เดวิด โบวี ขึ้นสู่อวกาศ พร้อมจรวดฟอลคอนเฮฟวี ซึ่งเป็นจรวดขนส่งอวกาศที่ทรงพลังที่สุดของโลก เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยปล่อยเข้าสู่วงโคจร ซึ่งจะพาไปถึงจุดหมายปลายทางที่ดาวอังคาร
ผศ.ดร.ฮานโน เรน จากมหาวิทยาลัยโทรอนโต และทีมงาน ใช้คอมพิวเตอร์คำนวณสถานการณ์จำลอง 240 ครั้ง เพื่อทำความเข้าใจว่าวงโคจรของรถเทสลา จะค่อย ๆ พัฒนาไปอย่างไรในช่วง 3.5 ล้านปีจากนี้
"เราไม่รู้จะคาดเอาอย่างไร เนื่องจากวัตถุอวกาศอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้โลกที่เรามองเห็นได้ เป็นดาวเคราะห์น้อย ซึ่งปกติแล้วจะมาจากส่วนที่อยู่ห่างไกลออกไปในระบบสุริยะ แต่ในกรณีนี้กลับกัน เรารู้ว่าวัตถุถูกส่งขึ้นจากโลก ดังนั้นคำถามคือมันจะลอยไปไหนจากตรงนี้"
ดร.เรน กล่าวว่า "เป็นไปได้สองกรณี คือ อยู่บริเวณชั้นในของระบบสุริยะ หรือล่องลอยไกลออกไปอยู่แถบเดียวกับดาวเคราะห์น้อยและวัตถุไคเปอร์"
ทีมนักวิจัยตั้งข้อสงสัยว่า ปฏิกิริยาในระยะยาว ซึ่งเรียกว่าสตรองเรโซแนนซ์ หรือปฏิกิริยาระหว่างรถกับแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ขนาดยักษ์ อย่าง ดาวพฤหัสบดี อาจทำให้วัตถุถูกดึงออกไปไกลขึ้นหรือไม่ ซึ่งจากการคำนวณพบว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น และในทางกลับกัน วงโคจรของรถ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดูเหมือนจะขึ้นอยู่กับอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงในระยะใกล้กับโลก และเมื่อเวลาผ่านไปจะเปลี่ยนเป็นปฏิกิริยากับดาวศุกร์มากกว่า
ดร.เรน กล่าวด้วยว่า ไม่จำเป็นต้องกังวลว่ารถจะพุ่งชนดาวอังคาร และนำแบคทีเรียจากโลกไปปนเปื้อนจนเกิดผลกระทบต่อการค้นพบจุลชีพดั้งเดิมบนนั้น เนื่องจาก "วัตถุนี้จะลอยอยู่ในอวกาศไปอีกหลายล้านปี ก่อนจะพุ่งชนอะไร"
ส่วนในกรณีที่รถตกกลับมายังพื้นโลก ก็คาดว่ามันจะเสียดสีกับชั้นบรรยากาศจนถูกเผาไหม้ไปเป็นส่วนใหญ่ และอาจเหลือเพียงชิ้นส่วนขนาดเล็กที่ตกลงสู่พื้น รวมถึงยังไม่มีอันตรายที่จะพุ่งชนใครในขณะนี้ เนื่องจากในอีกหลายล้านปีข้างหน้า อาจไม่มีมนุษย์เหลืออยู่บนโลกใบนี้แล้วก็เป็นได้
นอกจากนี้ทีมวิจัยระบุว่า มีโอกาสน้อยมากที่รถยนต์เทสลา จะชนกับดาวเคราะห์น้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไป รถคันนี้อาจจะมีลักษณะเปลี่ยนไปมาก เนื่องจากถูกฝุ่นผงจากสะเก็ดดาวพุ่งชน
ดร.เรน คาดว่ารถยนต์เทสลา จะโคจรผ่านเข้าใกล้โลกทุก ๆ 30 ปี โดยในปี 2091 จะมีระยะห่างพอ ๆ กับระยะทางระหว่างโลกกับดวงจันทร์
"นับเป็นวัตถุขนาดเล็กมาก ไม่แน่ใจว่าจะเฝ้าสังเกตได้ยากหรือง่ายแค่ไหนในอีกหนึ่งปีจากนี้ คิดว่าน่าจะเห็นได้เลือนรางมาก" ดร.เรน กล่าว
"แต่ครั้งหน้าที่มันกลับมาใกล้กับโลก อีก 30 ปีต่อจากนี้ ก็น่าสนุกที่จะลองดูว่าเราจะหามันพบหรือไม่"