You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ศรีวราห์ รับรองกรณีล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ "ไม่เป็นมวยล้ม ต้มคนดู"
รองผบ.ตร. ยืนยันกรณีล่าสัตว์สงวนทุ่งใหญ่นเรศวรว่า "ไม่ต้องกลัวเป็นมวยล้มต้มคนดู" ส่วนกระทรวงทรัพย์ฯ ตั้งคณะกรรมการติดตามคดีจนถึงที่สุด และจะเพิ่มโทษผู้ล่าสัตว์สงวน ในขณะที่ "หน.วิเชียร"ขอบคุณประชาชนที่ให้กำลังใจ หวังมีเครื่องมือและบุคลากรพร้อมเพื่อการรักษาป่าให้ดียิ่งขึ้น
พล. ต. อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ. ตร. ให้สัมภาษณ์กรณีของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ พร้อมพวกที่ถูกจับกุมได้ ณ. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรตะวันตก จ. กาญจนบุรี พร้อมของกลาง ซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง และเครื่องกระสุนปืน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส) ที่บางเขนในวันนี้ (8) ว่า ทั้งนายกรัฐมนตรี และผบ.ตร. ต่างก็กำชับให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา
"สำนวนผมว่าสมบูรณ์ ไม่ต้องกลัวเป็นมวยล้มต้มคนดู นายกฯกำชับให้ผมดูแล เจ้านายก็สอบถาม ไม่มีประเด็นที่ต้องเป็นห่วง ยังไงก็ยืนยันว่าดำเนินการร้อยเปอร์เซนต์ ไม่มีอิทธิพลใด ๆ มาเกี่ยวข้องแน่นอน" รอง ผบ.ตร. กล่าว
นอกจากนี้ พล. ต. อ. ศรีวราห์ ยังกล่าวอีกว่าการตรวจสอบร่องรอยเขม่าดินปืนที่มือของนายเปรมชัย ผลจะออกมาอย่างช้าไม่เกินหนึ่งเดือน "แต่ก็จะไปเร่งให้เร็วกว่านั้น"
ส่วนนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ซึ่งมาให้ปากคำเพิ่มเติมในวันนี้ กล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้กำลังใจอย่างล้นหลาม
"ผมดีใจที่ทุกคนเป็นห่วงเป็นใยติดตามข่าวสาร เป็นกำลังใจให้พวกเขาปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง แต่ผมไม่ใช่พระเอก ไม่ใช่วีรบุรุษ"
นาทีจับกุม
นายวิเชียรเล่าให้ น.ส. ภัทราพร ตั๊นงาม นักข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสในไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กช่วงกลางวันว่าพอเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ากลุ่มของนายเปรมชัยพักแรมในจุดที่ไม่อนุญาต ผู้ช่วยของเขาคนหนึ่งจึงไปแจ้งให้ย้ายไปในสถานที่จัดให้แต่กลุ่มดังกล่าวก็ไม่ยอมย้าย เจ้าหน้าที่เห็นผิดปกติจึงกระจายกำลังตรวจค้น เจอบุคคลที่มีอาวุธในป่า รวมทั้งเมื่อตรวจค้นในแคมป์ได้พบเนื้อสัตว์ป่าชำแหละ อยู่ในตู้แช่
เมื่อตรวจค้นบริเวณรอบ ๆ อีกก็พบอาวุธปืนสองกระบอกซึ่งถูกซุกซ่อนไว้ห่างจากตัวแคมป์ไม่เกิน 10 เมตร เอาเศษหญ้าต่าง ๆ ปกปิดไว้
ส่วนซากเสือดำนั้นเจอเมื่อขึ้นไปตรวจค้นโดยละเอียดหลังจากที่เชิญกลุ่มนายเปรมชัยมาที่ที่ทำการเขตฯ เพื่อสอบปากคำรวบรวมวัตถุพยานในการดำเนินคดี
การเจอซากเสือดำ "สั่นสะเทือนคนทุ่งใหญ่มาก ที่สัตว์ผู้ล่าอย่างเสือขนาดใหญ่ถูกฆ่าอย่างทารุณและถลกหนังออกมา ไม่ได้ล่าเพื่อดำรงชีพแต่เป็นการล่าเพื่อวัตถุประสงค์อื่น" เขากล่าว และชี้ด้วยว่า"คนในพื้นที่อย่างมากก็ได้แค่ล่าเพื่อยังชีพ แต่ที่สัตว์ป่าถูกล่าขนาดหนักก็จากคนนอกพื้นที่ คนข้างนอกบางคนที่ไม่พอ ที่มีกิเลส ต้องการสัตวป่าไปบำรุงกำลัง ไปประดับบารมี ผมว่ามันเป็นแนวความคิดแบบโบราณ"
ชีวิตของเจ้าหน้าที่ป่าชั้นผู้น้อย
หน.เขตฯ ยังได้เล่าอีกว่าชุดลาดตระเวน มีอยู่ 20 ชุด ในการดูแลรักษาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกซึ่งมีพื้นที่อยู่มากกว่าหนึ่งล้านไร่ แต่ละชุด ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ 5-7 นาย และเจ้าหน้าที่ต้องออกลาดตระเวนคราวหนึ่งราว 3-7 วัน เดือนหนึ่งไม่ต่ำกว่า 15 วัน โดยที่เงินเดือนของเจ้าหน้าที่ตกราว 7,500 ถึง 9,000 บาท
"อาหารส่วนใหญ่ของเจ้าหน้าที่ก็คือมาม่า ปลากระป๋อง น้ำพริก กุนเชียง ในบางครั้งก็ต้องควักเงินตัวเองเพื่อซื้อเสบียงในยามลาดตระเวน" นายวิเชียรกล่าวและเสริมว่าต้องพึ่งหน่วยงานพันธมิตรซึ่งทำงานด้านอนุรักษ์ธรรมชาติเข้ามาสนับสนุนด้านเสบียงอย่างเช่น ข้าวสาร หรือ เงินค่าอาหารรายวัน
สิ่งที่หน.เขตฯ ต้องการจะเห็นก็คือ "อยากให้มีกำลังคนเพียงพอในการทำงาน มีเครื่องมือการทำงานอย่างเช่นอาวุธปืน ปกป้องตนเองได้ ตอบโต้ฝั่งโน้นได้ จะได้มีขวัญกำลังใจในการลาดตระเวนมากกว่าเดิม"
อย่างไรก็ตามเขาก็ระบุว่าในอนาคตอันใกล้ ทางหน่วยงานต้นสังกัดจะจัดสรรงบประมาณ เพื่อเป็นค่าเสบียงเดินป่า "ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จะเกิดขึ้น" เขากล่าวขณะที่ให้สัมภาษณ์
ตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อติดตามคดี
ในช่วงเช้าวันนี้ ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันไม่ให้มีการเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตหวงห้าม
พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว. กระทรวง ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ เรียกประชุมด่วนหนวยงานที่เกี่ยวข้องวาระพิเศษเพื่อติดตามคดีนายเปรมชัย โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อติดตามการดำเนินคดีจนถึงที่สุดแม้ว่าจะใช้ระยะเวลานานหลายปีก็ตาม
"ตอนนี้สังคมจับตามาก เศร้าสลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีหลายกลุ่มสังคมนำข้อมูลต่างๆมาเสนออย่างแพร่หลาย ร่วมกันไม่ปล่อยละเลย และถึงเวลาเป็นตัวชี้วัดสังคมไทยว่า ถ้ามีคดีแล้ว ทำไม่ได้ คณะกรรมการฯชุดนี้ จึงจะไม่ให้คดีใหญ่แบบนี้ถูกปล่อยผ่าน และอยากให้คิดต่อถึงการวางมาตรการป้องกันที่รัดกุมไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย" พล. อ. สุรศักดิ์กล่าวในการแถลงข่าว