อดีตนักการทูตสหรัฐฯ โจมตีคณะที่ปรึกษาวิกฤตโรฮิงญาที่นำโดย ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย

นายบิล ริชาร์ดสัน อดีตนักการทูตสหรัฐฯ ยื่นหนังสือลาออกจากคณะที่ปรึกษานานาชาติที่นางอองซานซูจี ตั้งขึ้นเพื่อหาทางออกวิกฤตชาวโรฮิงญา โดยระบุว่าคณะที่ปรึกษานี้ตั้งขึ้นเพื่อ "ลบล้างความผิด" และกล่าวหานางซูจีว่า ขาด "ความเป็นผู้นำด้านศีลธรรม" ในประเด็นดังกล่าว

ด้านสมาชิกคณะที่ปรึกษารายหนึ่งให้ความเห็นว่า คำกล่าวของนายริชาร์ดสันไม่เป็นธรรม

นายริชาร์ดสัน ซึ่งเป็นอดีตที่ปรึกษาในรัฐบาลคลินตัน กล่าวว่า "เหตุผลหลักที่ผมลาออก เป็นเพราะคณะที่ปรึกษา คือเครื่องมือลบล้างความผิด" และกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของ "ทีมเชียร์ลีดเดอร์ของรัฐบาล"

นายริชาร์ดสัน กล่าวถึงนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานคณะที่ปรึกษาฯ ด้วยว่า "ผมเป็นห่วงด้วยว่า ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานคณะที่ปรึกษาฯ ไม่มีความตั้งใจจริงที่จะทำตามคำแนะนำของคณะที่ปรึกษารัฐยะไข่ (Rakhine Advisory Commission) เพื่อแก้ไขที่ต้นตอของวิกฤติในรัฐยะไข่"

นอกจากนี้เขายังกล่าวอีกว่า ดร.สุรเกียรติ์กลับไปยึดตามความคิดที่อันตรายและไม่เป็นความจริงว่า กลุ่มเอ็นจีโอนานาชาติใช้วิธีการสุตโต่ง และกลุ่มที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกำลังให้การสนับสนุนกับกองทัพปลดปล่อยโรฮิงญาแห่งอาระกัน (ARSA)

นายริชาร์ดสันยังได้ชี้อีกว่า "การที่คณะที่ปรึกษาฯ ไร้ซึ่งอำนาจหน้าที่ที่แท้จริง และการที่ดร.สุรเกียรติ์ หลีกเลี่ยงประเด็นซึ่งอาจทำให้เกิดการเผชิญหน้ากับเจ้าภาพ ทำให้วาระของที่ประชุมขาดการมีส่วนเกี่ยวข้องกับชุมชนในท้องถิ่นที่รัฐยะไข่ ทั้งที่คนเหล่านี้เป็นผู้ที่คณะที่ปรึกษาต้องให้ความช่วยเหลือ" และลงท้ายด้วยว่า "ยิ่งไปกว่านั้น ข้อเสนอของประธานฯ ที่ให้คณะที่ปรึกษาพบกันเพียงสองครั้งตลอดระยะเวลาการทำงาน คือครั้งหนึ่งในเดือนมกราคม 2018 และอีกครั้งในเดือนธันวาคม 2018 แสดงให้เห็นถึงมุมมองที่ไม่จริงจังต่อความท้าทายซึ่งชาวรัฐยะไข่และรัฐบาลเมียนมากำลังเผชิญอยู่"

เขายังได้กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์อีกว่าเขาและนางอองซานซูจี มีความเห็นไม่ลงรอยกันในระหว่างการประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เหตุจากการที่เขากล่าวถึงกรณีผู้สื่อข่าวรอยเตอร์สองคน ที่ถูกรัฐบาลเมียนมาดำเนินคดีฐานทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลลับของทางราชการ ทั้งที่กำลังรายงานข่าวเกี่ยวกับวิกฤติชาวโรฮิงญา ซึ่งนายริชารด์สัน ระบุว่านางซูจี "โกรธจัด" และยืนยันว่ากรณีดังกล่าว "ไม่ใช่งานของคณะที่ปรึกษาฯ"

นายริชาร์ดสัน กล่าวว่า รู้จักกับนางซูจี มาตั้งแต่ช่วงปี 1980 และ "เธอไม่ได้รับคำแนะนำที่ดีจากทีมของเธอ... ผมชอบเธอมาก และเคารพเธอ แต่เธอไม่ได้แสดงออกถึงความเป็นผู้นำด้านศีลธรรมในประเด็นรัฐยะไข่ และข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น ซึ่งผมเสียใจ"

ส่วนนายซอ ฮเต โฆษกรัฐบาลเมียนมาก็กล่าวกับรอยเตอร์ว่ารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่นายบิล ริชาร์ดสันลาออกจากคณะที่ปรึกษาฯ จากความเข้าใจผิดกันครั้งนี้ เขายังได้อธิบายอีกว่าคณะที่ปรึกษาฯและนางซูจีกำลังหารือกันเรื่องของรัฐยะไข่ แต่นายริชาร์ดสันกลับพูดถึงเรื่องนักข่าวรอยเตอร์ที่ถูกจับขึ้นมา ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่นอกกรอบการหารือครั้งนี้

ก่อนหน้านายริชาร์ดสัน ประกาศลาออก คณะปรึกษานานาชาติฯ ที่ตั้งขึ้นโดยนางอองซานซูจีเมื่อปีที่แล้ว ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 10 คน โดย 5 คนมาจากต่างประเทศ ในจำนวนนี้ รวมถึงมีนายโรเอลอฟ ไมเออร์ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมแอฟริกาใต้ ซึ่งกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การเยือนเมียนมา "เป็นไปอย่างสร้างสรรค์อย่างยิ่ง" และคำพูดที่ว่าคณะที่ปรึกษา "เป็นเพียงตรายางหรือเสียงสะท้อนให้กับรัฐบาล ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง และไม่เป็นธรรม จนถึงขณะนี้เรายังไม่ได้ให้ข้อเสนอแนะใด ๆ เลย"