ปธน.ทรัมป์ เตรียมตรวจสุขภาพประจำปี: ผลจะเป็นอย่างไร?

นายโดนัลด์ ทรัมป์

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, โอเวน อามอส
    • Role, บีบีซีนิวส์ วอชิงตัน ดีซี

ในวันศุกร์นี้ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ โดยแพทย์ประจำตัวประธานาธิบดีที่ศูนย์การแพทย์วอลเทอร์ รีด ที่เมืองบีเธสดา รัฐแมรีแลนด์ น่าจะมีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย เตรียมรอไว้แล้ว

ข่าวดี

ปธน.ทรัมป์ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และไม่มีประวัติการดื่มมาก่อน โดยระบุว่าได้เห็นบทเรียนจากนายเฟรด ซึ่งเป็นพี่ชายที่เสียชีวิตด้วยวัย 43 ปีจากภาวะติดแอลกอฮอล์

ผู้นำสหรัฐฯ ไม่สูบบุหรี่ และเคยกล่าวเอาไว้เมื่อปี 2015 ว่า "ผมมองดูคนสูบบุหรี่... สำหรับผม มันดูแย่"

ข่าวร้าย

จากหนังสือที่เพิ่งถูกตีพิมพ์เมื่อไม่นานนี้ พบว่าปธน.ทรัมป์ "รับประทานอาหารสี่กลุ่มหลัก" ในช่วงการหาเสียง ได้แก่:

  • แม็คโดนัลด์
  • ไก่ทอดเคนทักกี
  • พิซซ่า
  • ไดเอทโค้ก
กราฟิกทรัมป์ตรวจสุขภาพ

หนังสือเล่มนี้มีนายคอรีย์ เลแวนโดว์สกี อดีตผู้จัดการทีมหาเสียง เป็นผู้ร่วมเขียน ระบุว่าอาหารมื้อค่ำ อาจจะเป็น "บิ๊กแมคสองชิ้น ฟิลเลท์-โอ-ฟิช สองชิ้น และช็อกโกแลตมอล์ท (มิลค์เชค)" ซึ่งรวมกันแล้วคิดเป็น 2,430 แคลอรี แต่ปริมาณพลังงานที่แนะนำให้บริโภคต่อวันสำหรับผู้ชายอยู่ที่ 2,500 แคลอรี

นอกจากนี้ ดูเหมือนว่าปธน.ทรัมป์ จะไม่เชื่อเรื่องการออกกำลังกาย และแม้ว่าจะเล่นกอล์ฟ แต่ก็ใช้รถบักกี้ ซึ่งแหล่งข่าวหนึ่งระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯ เชื่อว่าร่างกายมนุษย์ "เปรียบเสมือนแบตเตอรี ที่มีพลังงานจำกัด ซึ่งการออกกำลังจะทำให้พลังงานหมดลง"

สำหรับผู้ที่ตู้อาหารเต็มไปด้วย "คุกกี้สอดไส้ครีมเวียนนา มันฝรั่งทอด และโอรีโอ" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดูเหมือนจะยังมีสุขภาพดีอยู่ และเมื่อเดือนกันยายน 2016 หรือสองเดือนก่อนหน้าการเลือกตั้งสหรัฐฯ ประวัติสุขภาพของปธน.ทรัมป์ เผยว่าระดับคอเลสเตอรอลอยู่ที่ 169 โดยนับว่ายังเป็นไปตามเกณฑ์ที่ "น่าพอใจ" ซึ่งต้องต่ำกว่า 200 และปริมาณคอเลสเตอรอล ทั้งประเภทดีและไม่ดีต่อร่างกาย ยังอยู่ในระดับที่จัดว่าสุขภาพดี

ค่าความดันโลหิตของปธน.ทรัมป์ อยู่ที่ (116/70) ซึ่งถือว่าเป็นระยะ "ดีมาก" ส่วนตับและต่อมไทรอยด์ทำงานเป็นปกติ และผลการส่องตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยกล้องไม่พบปัญหาแต่อย่างใด ซึ่งนพ.ฮาโรล์ด บอร์นสตีน แพทย์ประจำตัวที่ดูแลปธน.ทรัมป์ มานาน เขียนว่า "สรุปแล้ว... นายทรัมป์ มีสุขภาพร่างกายดีมาก"

อย่างไรก็ตาม พญ.ซารา คาแยท จากลอนดอน มองว่าปธน.ทรัมป์ กำลังเสี่ยงและมีโภชนาการที่ฟังดู "แย่มาก"

"ไม่ใช่แค่รับประทานอาหารที่มีไขมันและเกลือสูงเท่านั้น แต่เขายังไม่ค่อยรับประทานผักและผลไม้ด้วย เพราะรับประทานแต่อาหารประเภทอื่นมากเหลือเกิน... การรับประทานผักและผลไม้น้อย และมีแต่อาหารไขมันอิ่มตัวสูง มีแนวโน้มจะทำให้เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน มะเร็ง และเบาหวาน" พญ.คาแยท กล่าว

พญ.ซารา คาแยท แสดงความเห็นเรื่องโภชนาการของปธน.ทรัมป์

ที่มาของภาพ, SARA KAYAT

คำบรรยายภาพ, พญ.ซารา คาแยท แสดงความเห็นเรื่องโภชนาการของปธน.ทรัมป์

พญ.คาแยท ระบุด้วยว่า ปธน.ทรัมป์ ได้รับประโยชน์จากการไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ แต่การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ "แน่นอนว่า แอลกอฮอล์และบุหรี่ เป็นตัวการก่อให้เกิดหลายปัญหาสุขภาพ แต่การไม่เคลื่อนไหวร่างกาย นับว่าเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคหัวใจได้มากพอ ๆ กับการสูบบุหรี่ เป็นสิ่งที่คนมองข้าม ซึ่งไม่ควร... ผู้ที่ไม่ออกกำลัง มีโอกาสเสี่ยงสองเท่าที่จะเป็นโรคหัวใจ เมื่อเทียบกับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ"

พญ.คาแยท กล่าวถึงคำพูดที่ว่า "ร่างกายคนเรา เปรียบเหมือนกับแบตเตอรี ที่มีพลังงานจำกัด" ด้วยว่า "เท่าที่ฉันทราบ ไม่ได้เป็นเช่นนั้น... แน่นอนว่า การออกกำลังกายมากเกินไป จะทำให้ข้อต่อในร่างกายเสื่อมสภาพมากขึ้น ซึ่งเราไม่เคยแนะนำให้ทำเกินพอดี แต่ส่งเสริมให้ออกกำลังกายวันละ 30 นาที เป็นประจำ 5 วันต่อสัปดาห์"

นายโดนัลด์ ทรัมป์ รอรับอาหาร ระหว่างการหาเสียงในเมืองฟิลาเดลเฟีย

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นายโดนัลด์ ทรัมป์ รอรับอาหาร ระหว่างการหาเสียงในเมืองฟิลาเดลเฟีย

แม้ว่าจะมีผู้ตั้งคำถามถึงสุขภาพจิตของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ แต่การตรวจสุขภาพครั้งนี้จะไม่รวมถึงการตรวจสุขภาพจิตด้วย ซึ่งโฆษกของผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า "เขาเป็นคนหลักแหลมดังปลายเข็มหมุด" และปธน.ทรัมป์ เคยโพสต์บนทวิตเตอร์ โดยเรียกตัวเองว่า "อัจฉริยะผู้มีความมั่นคงทางอารมณ์สูง"

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ ไม่มีข้อผูกมัดว่าจะต้องเปิดเผยผลการตรวจสุขภาพ แต่โฆษกของประธานาธิบดีระบุว่า นพ.รอนนีย์ แจ็คสัน แพทย์ประจำทำเนียบขาวจะอ่านผลการตรวจให้ทราบ

อย่างไรก็ตาม พญ.คาแยท ระบุว่า หากผู้นำสหรัฐฯ ไปตรวจสุขภาพด้วย เธอจะแนะนำว่า "เราทราบดีว่า การปรับปรุงโภชนาการให้ดีขึ้น และการออกกำลัง จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรค และการเสียชีวิตจากโรคเรื้อรังได้"

"ประเด็นคือการเน้นย้ำ ทั้งสองปัจจัยนี้ว่าเป็นเรื่องใหญ่พอ ๆ กับการสูบบุหรี่" และ "การคิดว่าคุณทำดีแล้วในแง่หนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าคุณจะละเลยอีกแง่มุมหนึ่งได้"