ศาลเมียนมาตั้งข้อหา 2 นักข่าวรอยเตอร์ เสี่ยงโทษสูงสุด 14 ปี

ที่มาของภาพ, Reuters
ศาลเมียนมาตั้งข้อหานักข่าวรอยเตอร์ 2 คน ความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความลับของทางราชการ มีโทษจำคุกสูงสุด 14 ปี
ศาลเมียนมาตั้งข้อหานายวา โล วัย 31 ปี และนายจอ โซ อู วัย 27 ปี นักข่าวชาวเมียนมาสังกัดสำนักข่าวรอยเตอร์ ฐานความผิดตาม พ.ร.บ. ความลับของทางราชการ โดยพวกเขาถูกจับกุมไปตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค. หลังจากได้รับการเชื้อเชิญให้ไปพบกับตำรวจที่ร้านอาหารย่านชานนครย่างกุ้ง
นักข่าวทั้งสองรายงานข่าวในรัฐยะไข่ของเมียนมา ซึ่งองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ระบุว่ามีการปราบปรามรุนแรงโดยกองทัพเมียนมาและทำให้ชาวมุสลิมกว่า 665,000 คน ต้องอพยพหนี
สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า นักข่าวทั้งสองไม่ได้ทำอะไรผิด และกลุ่มเรียกร้องสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ เรียกร้องให้ปล่อยตัวพวกเขาทันที
สตีเฟน เจ แอดเลอร์ บรรณาธิการใหญ่ของ สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุผ่านแถลงการณ์ว่า นี่เป็น "การโจมตีเสรีภาพสื่ออย่างโจ่งแจ้งและไร้มูลเหตุที่สุด"
กฎหมายพระราชบัญญัติความลับของทางราชการนี้มีมาตั้งแต่สมัยที่เมียนมายังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ที่ผ่านมา แทบไม่มีการตั้งข้อหาด้วยกฎหมายนี้
พวกเขาถูกคุมตัวไปหลังจากพบกับตำรวจที่ให้ข้อมูลกับพวกเขา โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลเมียนมาบอกว่าตำรวจกล่าวว่า พวกเขา "ถูกจับเพราะมีเอกสารลับสำคัญที่เกี่ยวข้องกับรัฐยะไข่และกองกำลังความมั่นคงไว้ในครอบครอง"
รัฐบาลบอกต่อว่า พวกเขา "ได้ข้อมูลมาอย่างผิดกฎหมาย และมีเจตนาจะเผยแพร่ต่อให้สื่อต่างประเทศ"

ที่มาของภาพ, Reuters
เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. พวกเขาปรากฏตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกตั้งแต่ถูกจับตัวไป เพื่อการพิจารณาคดีครั้งแรก โดยศาลเมียนมามีคำสั่งฝากขังพวกเขาต่ออีก 2 สัปดาห์
ในวันที่ 10 ม.ค. พวกเขาปรากฎตัวที่ศาลในนครย่างกุ้ง และถูกตั้งข้อหานี้
"เราจะสู้กับข้อกล่าวหาที่ตั้งให้" นายวา โล บอกกับนักข่าว และหลังจากการพิจารณาคดี 30 นาที เขาและจอ โซ ถูกนำตัวกลับไปที่เรือนจำอินเซ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า บรรยากาศภายนอกศาลเป็นไปอย่างโศกเศร้าโดยมีญาติ ๆ ของนักข่าวทั้งสองมารวมตัวกัน โดยนายวา โล ตะโกนบอกกับนักข่าวว่าเขา "จะพยายามเข้มแข็ง"
แรงกดดันจากต่างชาติ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายโยชิฮิเดะ สุกะ เลขาธิการสำนักรัฐมนตรี ระบุในวันที่ 10 ม.ค. ว่า ทางการญี่ปุ่นต้องการจะพูดคุยกับรัฐบาลเมียนมาเรื่องการจับกุมนักข่าวทั้งสองในโอกาสที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงระหว่างการไปเยือนเมียนมาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้
"รัฐบาลญี่ปุ่นได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับประเด็นนี้ และอยากจะเจรจาพูดคุยและวิงวอนรัฐบาลเมียนมาเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม รวมถึงการไปเยือนของรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่นด้วย" นายโยชิฮิเดะ กล่าว
เขาบอกต่อด้วยว่า เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องรับประกันเสรีภาพในการแสดงออกและสิทธิมนุษยชนขั้นต้นไม่ว่าจะในประเทศไหนก็ตาม








