กลุ่มติดอาวุธโรฮิงญา “อาร์ซา” ประกาศเดินหน้าสู้รบต่อไป

กองกำลังอาร์ซาเผยแพร่วิดีโอที่มีผู้นำกลุ่มคือนายอตา อุลลาห์ (คนกลาง) รวมอยู่ด้วย

ที่มาของภาพ, YOUTUBE

คำบรรยายภาพ, กองกำลังอาร์ซาเผยแพร่วิดีโอที่มีผู้นำกลุ่มคือนายอตา อุลลาห์ (คนกลาง) รวมอยู่ด้วย

กองทัพปลดปล่อยโรฮิงญาแห่งอาระกัน หรือ อาร์ซา (ARSA) ออกแถลงการณ์ทางทวิตเตอร์เมื่อวานนี้ (7 ม.ค.) โดยยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีรถบรรทุกของทหารเมียนมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และจะยังคงยืนหยัดต่อสู้กับรัฐบาลเมียนมาต่อไป

นายอตา อุลลาห์ ผู้นำของอาร์ซาแถลงว่า "เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องต่อสู้กับ "การก่อการร้ายที่สนับสนุนโดยรัฐพม่า" ซึ่งมุ่งกวาดล้างประชากรโรฮิงญา เราต้องสู้เพื่อปกป้อง กอบกู้ และพิทักษ์รักษาชุมชนของชาวโรฮิงญา"

แถลงการณ์ดังกล่าวยังเรียกร้องให้ชาวโรฮิงญาร่วมกันปรึกษาหารือเรื่องความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมที่ต้องการ รวมถึงปัญหาเรื่องอนาคตทางการเมืองของตนด้วย

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลเมียนมาระบุว่า "ผู้ก่อการร้ายหัวสุดโต่งชาวเบงกาลี" ราว 20 คน ก่อเหตุซุ่มโจมตีรถบรรทุกของทหารคันหนึ่งที่กำลังนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลในรัฐยะไข่ โดยคนกลุ่มดังกล่าวมีกับระเบิดที่ทำเองรวมทั้งอาวุธครบมือ ทำให้มีผู้บาดเจ็บในเหตุครั้งนี้ 3 ราย รัฐบาลเมียนมายังกล่าวหาว่ากองกำลังอาร์ซาเป็นผู้ลงมือก่อเหตุรุนแรงขึ้นหลายครั้ง รวมทั้งเหตุสังหารหมู่ชาวฮินดู 28 คนที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐยะไข่เมื่อปีที่แล้ว

เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลเมียนมากล่าวหาว่ากองกำลังอาร์ซาก่อเหตุสังหารหมู่และเผาทำลายหมู่บ้านชาวฮินดูในรัฐยะไข่

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลเมียนมากล่าวหาว่ากองกำลังอาร์ซาก่อเหตุสังหารหมู่และเผาทำลายหมู่บ้านชาวฮินดูในรัฐยะไข่

นายโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า กองกำลังอาร์ซาไม่ได้รับการสนับสนุนจากชาวโรฮิงญาทุกคน ทั้งมีการจัดตั้งองค์กรที่ไร้ระเบียบและหละหลวม แต่อย่างไรก็ตาม เหตุโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วชี้ว่าอาร์ซายังคงเคลื่อนไหวอยู่ในรัฐยะไข่ และน่าจะก่อเหตุโจมตีอีกหลายครั้งหลังจากนี้ ซึ่งจะยิ่งทำให้รัฐบาลเมียนมาปิดกั้นการเข้าถึงพื้นที่ความขัดแย้งในรัฐยะไข่อย่างแน่นหนาขึ้น จนความหวังที่จะส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับคืนถิ่นและส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าไปในพื้นที่กลับริบหรี่ลงไปอีก

เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2016 กองกำลังอาร์ซาได้เข้าโจมตีด่านตำรวจหลายแห่งในรัฐยะไข่ ซึ่งทำให้ตำรวจ 12 นายเสียชีวิต เป็นเหตุให้กองทัพเมียนมาเริ่มการปราบปรามตอบโต้กองกำลังอาร์ซาและชุมชนชาวโรฮิงญาครั้งใหญ่อย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้มีผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาที่ข้ามแดนจากรัฐยะไข่เพื่อหลบหนีการสู้รบเข้าไปยังบังกลาเทศแล้วกว่า 650,000 คน

องค์การแพทย์ไร้พรมแดนชี้ว่า มีชาวโรฮิงญาถูกสังหารไปอย่างน้อย 6,700 ราย นับแต่ความขัดแย้งครั้งล่าสุดปะทุขึ้น แต่กองทัพเมียนมาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ปราบปรามกวาดล้างชาวโรฮิงญา และเหตุรุนแรงในรัฐยะไข่ครั้งล่าสุดมีผู้เสียชีวิตราว 400 รายเท่านั้น

อาร์ซาเคยออกแถลงการณ์ขอหยุดยิงแต่เพียงฝ่ายเดียวเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม เพื่อเปิดทางให้องค์กรบรรเทาทุกข์เข้าให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ผู้พลัดถิ่นทุกฝ่าย แต่ทางรัฐบาลเมียนมาไม่ยอมรับข้อตกลงดังกล่าว โดยระบุว่าไม่มีนโยบายเจรจากับผู้ก่อการร้าย