ลูกเรือคาเธ่ย์แปซิฟิคเห็นเหตุการณ์ขณะเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ

ที่มาของภาพ, AFP/KCNA
สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิคเปิดเผยว่าลูกเรือคนหนึ่งของสายการบินได้เห็นเหตุการณ์ขณะที่เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เจ้าหน้าที่สายการบินยืนยันกับบีบีซีว่าลูกเรือคนดังกล่าวซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่บนเครื่องบินขณะบินผ่านน่านฟ้าของญี่ปุ่น เห็นเหตุการณ์ที่คาดว่าน่าจะเป็นจังหวะที่ขีปนาวุธเคลื่อนตัวเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก อย่างไรก็ดี สายการบินยังไม่มีแผนปรับเปลี่ยนเส้นทางบินแต่อย่างใด
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงขีปนาวุธฮวาซอง -15 ซึ่งเป็นขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ICBM) รุ่นใหม่ที่ทรงพลังที่สุด โดยอานุภาพของขีปนาวุธดังกล่าวจะสามารถโจมตีไปได้ไกลครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, AFP
สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของทางการเกาหลีเหนือระบุว่า ขีปนาวุธดังกล่าวทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดที่ 4,475 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก และพุ่งไปเป็นระยะทางในแนวราบทั้งสิ้น 950 กิโลเมตร ภายในเวลา 53 นาที โดยตกลงในทะเลห่างจากชายฝั่งทางตอนเหนือของญี่ปุ่น 250 กิโลเมตร ทำให้เกาหลีเหนือบรรลุถึงเป้าหมายในการเป็นรัฐที่ทรงอำนาจทางนิวเคลียร์ในที่สุด
ด้าน นสพ.เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานว่านายมาร์ค ฮอย ผู้อำนวยการทั่วไปของสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิก ส่งข้อความถึงพนักงานของสายการบินมีเนื้อหาว่า "วันนี้ลูกเรือที่ทำงานอยู่บนเที่ยวบิน CX893 แจ้งว่า ได้เห็นขีปนาวุธของเกาหลีเหนือระเบิดแตกตัวและตกลงใกล้จุดที่กำลังทำการบินอยู่"
นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่าเครื่องบินสองลำของสายการบินเกาหลีใต้ที่เดินทางมาจากสหรัฐฯ มุ่งหน้าไปกรุงโซล ก็ได้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นเดียวกัน

ที่มาของภาพ, AFP
ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า โดยปกติแล้วเกาหลีเหนือจะไม่แจ้งล่วงหน้าว่าจะทดสอบยิงขีปนาวุธเมื่อใด แม้ว่าจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเส้นทางบินของสายการบินต่าง ๆ และสามารถศึกษาสภาพของน่านฟ้าก่อนการทดสอบขีปนาวุธได้ การไม่แจ้งเตือนก่อให้เกิดความสุ่มเสี่ยงแก่เครื่องบินที่ทำการบินผ่าน
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า แม้จะยังคงมีความเสี่ยงต่ำที่จะเกิดเหตุการณ์ใด ๆ กับเครื่องบิน แต่ขณะนี้สายการบินต่าง ๆ ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สายการบินแอร์ฟรานซ์ได้ขยายเขตน่านฟ้าที่จะไม่ทำการบินในบริเวณโดยรอบเกาหลีเหนือ หลังจากเครื่องบินลำหนึ่งของสายการบินบินเข้าใกล้เส้นทางทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ
ขณะนี้ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีดูจะเพิ่มมากขึ้น ไปอีก จากการที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ได้เริ่มการซ้อมรบร่วมกันในวันนี้ ซึ่งเกาหลีเหนือมองว่าเป็นการ "ยั่วยุอย่างเต็มกำลัง"
การซ้อมรบภายใต้ชื่อปฏิบัติการ "Vigilant Ace" จะดำเนินไปเป็นเวลาห้าวัน โดยใช้เครื่องบิน 230 ลำ รวมทั้งเครื่องบินรบกว่า 20 ลำ และกำลังพลหลายหมื่นนาย
เกาหลีเหนือออกมาระบุเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าสหรัฐฯ กำลัง "วอนจะให้เกิดสงครามนิวเคลียร์" และเกาหลีเหนือจะ "พิจารณาอย่างจริงจัง" ในการหามาตรการตอบโต้









