You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ชมภาพ “ซูเปอร์ฟูลมูน” ส่องสว่างบนฟากฟ้าอังกฤษ
ทั่วโลกต่างได้ชมปรากฏการณ์ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลก หรือ ซูเปอร์ฟูลมูน (Super Full Moon) เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยที่หลายเมืองของสหราชอาณาจักร มีผู้บันทึกภาพดวงจันทร์ซึ่งส่องสว่างและปรากฏเป็นดวงกลมโตมากกว่าปกติได้เป็นจำนวนมาก
ปรากฏการณ์ซูเปอร์ฟูลมูนในครั้งนี้ นับเป็นครั้งสุดท้ายของปี 2017 โดยดวงจันทร์ดูมีขนาดใหญ่ขึ้นมากที่สุดในรอบปี แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นปีหน้าจะยังคงสังเกตเห็นซูเปอร์ฟูลมูนได้อีก ในคืนวันที่ 1 และวันที่ 31 มกราคม 2018
นักดาราศาสตร์อธิบายว่า ซูเปอร์ฟูลมูนเกิดขึ้นได้เมื่อดวงจันทร์ที่โคจรรอบโลกเป็นวิถีวงรีรูปไข่ เคลื่อนเข้าสู่ตำแหน่งที่ใกล้โลกมากที่สุดหรือเพริจี (Perigee) ประจวบกับเป็นช่วงระยะเวลาเต็มดวง จึงทำให้สังเกตเห็นดวงจันทร์ส่องสว่างมากขึ้นราว 7% และมีขนาดใหญ่กว่าเดิมเล็กน้อยราว 15% ซึ่งความแตกต่างนี้สังเกตเห็นด้วยตาเปล่าได้ยาก
นายโรเบิร์ต มาสซีย์ จากราชสมาคมดาราศาสตร์ของอังกฤษบอกว่า ซูเปอร์ฟูลมูนจะส่องสว่างมากที่สุดเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน เนื่องจากอยู่ในจุดที่สูงที่สุดบนท้องฟ้า แต่จะเห็นได้ว่าซูเปอร์ฟูลมูนมีขนาดใหญ่ที่สุดในเวลาที่เพิ่งขึ้นจากขอบฟ้าหรือตกลับขอบฟ้าไปอีกครั้ง
มีการคำนวณว่าระยะห่างระหว่างดวงจันทร์กับโลกในปรากฏการณ์ซูเปอร์ฟูลมูนครั้งนี้ อยู่ที่เกือบ 360,000 กิโลเมตร ซึ่งใกล้กว่าระยะเฉลี่ยตามปกติที่ราว 384,000 กิโลเมตร
ความไม่สม่ำเสมอของวงโคจรดวงจันทร์รอบโลกและวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ได้ทำให้เกิดระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์ที่เปลี่ยนแปลงไม่แน่นอนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหมายความว่า ช่วงเวลาที่ดวงจันทร์เข้าสู่ตำแหน่งเพริจี และช่วงเวลาที่เกิดพระจันทร์เต็มดวงจะไม่สอดคล้องกันเสมอไป ทำให้ปรากฏการณ์ซูเปอร์ฟูลมูนไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก
นอกจากนี้ ตามธรรมเนียมของอังกฤษในสมัยก่อน ดวงจันทร์เต็มดวงในเดือนธันวาคมจะถูกเรียกว่า "พระจันทร์หนาว" (Cold moon)เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูหนาว