You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
จำคุกตลอดชีวิต รัตโก มลาดิช ฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์บอสเนีย
ศาลระหว่างประเทศในกรุงเฮก ของเนเธอร์แลนด์ ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต นายรัตโก มลาดิช อดีตผู้บัญชาการทหารชาวบอสเนียเชื้อสายเซิร์บ ในความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และกระทำการโหดร้ายป่าเถื่อนอื่น ๆ ในสงครามบอสเนียช่วงทศวรรษที่ 1990
นายมลาดิช เป็นผู้นำกองกำลังในการสังหารหมู่ชาวบอสนีแอก ซึ่งเป็นชาวบอสเนียที่นับถือศาสนาอิสลามในเมืองซเรเบรนิซา และการเข้าปิดล้อมกรุงซาราเยโว ซึ่งในการพิจารณาคดีครั้งนี้ศาลระหว่างประเทศในกรุงเฮกได้ตัดสินให้ นายมลาดิช เจ้าของฉายา "นักฆ่าแห่งบอสเนีย" (Butcher of Bosnia) มีความผิดใน 10 ข้อหา จากทั้งหมด 11 ข้อหา
นายมลาดิช วัย 74 ปีไม่ได้อยู่ในศาลระหว่างที่มีการอ่านคำพิพากษาเนื่องจากเขาถูกนำตัวออกจากห้องพิจารณาคดีหลังจากตะโกนใส่ผู้พิพากษา โดยศาลปฏิเสธคำร้องจากทนายความของนายมลาดิชที่ขอให้ระงับการพิจารณาลงชั่วคราวเพราะนายมลาดิชมีภาวะความดันโลหิตสูง ทั้งที่ในช่วงเริ่มต้นการพิจารณาเขาดูผ่อนคลาย ยิ้มแย้ม และแสดงท่าทางตอบโต้กับกล้องผู้สื่อข่าว
การพิจารณาคดีครั้งนี้มีการถ่ายทอดสด โดยที่กลุ่มผู้รอดชีวิตและญาติพี่น้องของเหยื่อไปรวมตัวกันชมการถ่ายทอดที่ศูนย์อนุสรณ์ใกล้กับเมืองซเรเบรนิซา ส่วนที่ด้านนอกห้องพิจารณาคดีก็มีคนจำนวนหนึ่งไปชุมนุมกันโดยต่างถือรูปถ่ายของผู้เสียชีวิตและสูญหายจากเหตุการณ์สังหารหมู่ที่เกิดขึ้น
อาชญากรรมที่นายมลาดิชก่อขึ้นมีอะไรบ้าง
นายมลาดิช เป็นผู้บัญชาการกองกำลังชาวบอสเนียเชื้อสายเซิร์บ ที่ต่อสู้กับกองกำลังชาวบอสเนียเชื้อสายโครแอต และชาวบอสนีแอก เขาถูกศาลอาญาระหว่างประเทศสำหรับอดีตยูโกสลาเวียดำเนินคดีมาตั้งแต่ปี 2012
โดยศาลวินิจฉัยว่าเขา "มีบทบาทสำคัญ" ในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เมืองซเรเบรนิซา เมื่อปี 1995 ซึ่งมีชายและเด็กชายชาวบอสนีแอกถูกสังหารกว่า 7,000 คน ถือเป็นเหตุการณ์โหดร้ายรุนแรงที่สุดในยุโรปนับแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา
ส่วนข้อหาอีก 1 ข้อหาที่เขารอดพ้นไม่ถูกลงโทษ เป็นข้อหาเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในพื้นที่อื่น
นอกจากนี้ ศาลยังวินิจฉัยว่ากองกำลังที่นายมลาดิชบังคับบัญชาได้ก่ออาชญากรรมมากมายซึ่งรวมถึง:
- ข่มขืนหมู่สตรีและเด็กหญิงชาวบอสนีแอก
- จองจำนักโทษชาวบอสนีแอกไว้ในสภาพที่เลวร้าย คือ ปล่อยให้อดอยาก, เจ็บป่วย และทุบตี
- กระทำการคุกคามพลเรือนในกรุงซาราเยโว ด้วยการทิ้งระเบิด และลอบยิง
- ใช้กำลังเนรเทศชาวบอสนีแอกจำนวนมาก
- ทำลายบ้านเรือนและมัสยิดของชาวบอสนีแอก
หลังจากสงครามสิ้นสุดลงในปี 1995 นายมลาดิช ได้หลบหนีไปและใช้ชีวิตแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ แต่ถูกจับได้ในแถบชนบททางภาคเหนือของเซอร์เบียในปี 2011 หลังจากหลบหนีความผิดมานาน 16 ปี
มีผู้เสียชีวิตราว 1 แสนคน และอีก 2.2 ล้านคนต้องไร้ที่อยู่อาศัยในสงครามความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ในครั้งนั้นอันเป็นต้นเหตุทำให้ยูโกสลาเวียต้องล่มสลาย