เอกสารลับ "เจเอฟเค" แฟ้มล่าสุดเผยเรื่องอะไรบ้าง ?

อดีตประธานาธิบดีเคนเนดี้ถูกลอบยิงสังหารเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ปี 1963

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, อดีตประธานาธิบดีเคนเนดี้ถูกลอบยิงสังหารเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ปี 1963

แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะสั่งให้ปิดข้อมูลบางส่วนจากแฟ้มเอกสารเรื่องการลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี้ ที่เพิ่งมีการเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ตามคำขอของเอฟบีไอและซีไอเอก็ตาม แต่เอกสาร 2,800 หน้านี้ก็ยังคงมีเรื่องลับที่ไม่เคยรู้กันมาก่อนให้ค้นหาอยู่อีกมากมาย แม้บางส่วนจะเป็นข้อมูลข่าวกรองดิบที่ยังไม่ได้รับการยืนยันก็ตาม

เอฟบีไอกังวลคนเชื่อทฤษฎีสมคบคิด

บันทึกซึ่งเขียนขึ้นในวันที่นายลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ ผู้ต้องหาเป็นมือปืนลอบสังหาร "เจเอฟเค" ถูกยิงเสียชีวิตระบุว่า นายเจ เอ็ดการ์ ฮูเวอร์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอได้แสดงความกังวล ต่อการที่ข่าวเรื่องทฤษฎีสมคบคิดแพร่ไปในหมู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง ทำให้มีข้อสงสัยว่านายออสวอลด์ไม่ใช่มือปืนผู้กระทำความผิด โดยนายฮูเวอร์กล่าวว่า "สิ่งที่ผมห่วงก็คือเราต้องออกข่าวอะไรสักอย่าง เพื่อให้ผู้คนเชื่อว่าออสวอลด์เป็นมือปืนตัวจริง"

ออสวอลด์ติดต่อกับเคจีบี

บันทึกของซีไอเอที่ได้จากข้อความดักฟังทางโทรศัพท์ระบุว่า นายออสวอลด์ได้เคยพบและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เคจีบีที่สถานทูตรัสเซียในกรุงเม็กซิโกซิตี้ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 1963 โดยเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวคือนายวาเลอรี วลาดิมิโรวิช คอสติคอฟ ซึ่งทางการสหรัฐฯยืนยันว่าเป็นเจ้าหน้าที่เคจีบีฝ่ายบ่อนทำลายและลอบสังหาร

บันทึกดังกล่าวยังระบุว่า ในเวลาต่อมานายออสวอลด์ได้โทรศัพท์ไปที่สถานทูตดังกล่าว โดยใช้ภาษารัสเซียแบบกระท่อนกระแท่นถามว่า "มีอะไรเข้ามาใหม่เรื่องโทรเลขถึงกรุงวอชิงตันไหม ?"

คำบรรยายวิดีโอ, เรารู้อะไรแล้วบ้าง? จากแฟ้มเอกสารการลอบสังหาร ปธน. เคนเนดี้

เอฟบีไอเตือนตำรวจให้คุ้มกันออสวอลด์

แม้นายออสวอลด์ซึ่งตำรวจและเอฟบีไอเชื่อว่าเป็นมือปืนลอบสังหาร จะถูกจับกุมและตั้งข้อหาอย่างรวดเร็ว แต่ในสองวันต่อมาเขากลับถูกยิงเสียชีวิตที่สำนักงานตำรวจเมืองดัลลัส โดยนายแจ็ก รูบี้ เจ้าของไนต์คลับแห่งหนึ่งในท้องถิ่น ทำให้มีการเปิดเผยว่า เอฟบีไอได้เคยเตือนไปทางตำรวจเมืองดัลลัสให้คุ้มกันนายออสวอลด์ให้ดี เพราะได้ข่าวว่ามีการขู่ฆ่า

"เราได้แจ้งให้ผู้บังคับการตำรวจของเมืองทราบทันที และเขารับปากว่าจะคุ้มกันออสวอลด์อย่างแน่นหนาเพียงพอ แต่อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าไม่มีการดำเนินการเช่นนั้น" นายฮูเวอร์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอกล่าว

มรณกรรมของเคนเนดี้ทำให้สหภาพโซเวียตฯกังวล

บันทึกฉบับหนึ่งของทางการสหรัฐฯระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลของสหภาพโซเวียตฯ แสดงความกังวลว่า ในภาวะที่สหรัฐฯไร้ผู้นำ นายพลในกองทัพที่ไร้ความรับผิดชอบบางคนอาจฉวยโอกาสยิงขีปนาวุธโจมตีสหภาพโซเวียตฯได้ ทั้งยังระบุว่าหลายคนในสหภาพโซเวียตเชื่อว่า การลอบสังหารครั้งนี้ไม่ใช่การกระทำของคนเพียงคนเดียว แต่เป็นการวางแผนมาอย่างดีโดยหลายคนมีส่วนร่วมด้วย

ดาราสาวมาริลิน มอนโร เสียชีวิตที่นครลอสแอนเจลิสในปี 1962 เมื่ออายุได้ 36 ปี

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ดาราสาวมาริลิน มอนโร เสียชีวิตที่นครลอสแอนเจลิสในปี 1962 เมื่ออายุได้ 36 ปี

เอฟบีไอเตือน "อาร์เอฟเค" เรื่องการตายของมาริลิน มอนโร

เอฟบีไอได้ส่งจดหมายลงวันที่ 7 ก.ค. 1964 ไปถึงนายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี้ หรือ "อาร์เอฟเค" รัฐมนตรียุติธรรมและน้องชายของอดีตประธานาธิบดีเคนเนดี้ เพื่อเตือนว่ากำลังจะมีการเปิดเผยเรื่องสัมพันธ์ลับระหว่างเขาและดาราสาวมาริลิน มอนโร รวมทั้งกล่าวหาว่าเขาอยู่เบื้องหลังการตายของเธอ ในหนังสือเรื่อง "ความตายอันแปลกประหลาดของมาริลิน มอนโร" (The Strange Death of Marilyn Monroe )

เอฟบีไอเตือนว่าผู้เขียนหนังสือดังกล่าว จะระบุว่า "อาร์เอฟเค" ทำให้ดาราสาวหลงเชื่อว่าเขาจริงจังกับเธอ และให้สัญญาว่าจะหย่ากับภรรยาเพื่อมาแต่งงานด้วย แต่ในภายหลังเขาได้ปฏิเสธที่จะทำตามสัญญาดังกล่าว ทำให้ดาราสาวขู่จะเปิดเผยเรื่องสัมพันธ์ลับ ซึ่งจะทำลายเส้นทางสู่การเป็นประธานาธิบดีของเขาอย่างแน่นอน

เอฟบีไอเตือนว่า หนังสือดังกล่าวจะชี้ว่าเขาตัดสินใจวางแผนสังหาร มาริลิน มอนโร โดยทำให้ดูเหมือนเป็นการฆ่าตัวตาย และจะระบุว่าเขาอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ของดาราสาวในคืนที่เกิดเหตุด้วย

อย่างไรก็ตาม สายลับของเอฟบีไอบันทึกเพิ่มเติมว่า "อาร์เอฟเค" อยู่กับภรรยาที่นครซานฟรานซิสโกในคืนที่ดาราสาวฆ่าตัวตายที่นครลอสแอนเจลิส โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานชันสูตรศพเผยว่า เธอใช้ยาระงับประสาทบาร์บิทูเรตเกินขนาด

มีนักสืบเอกชนพยายามล้วงความลับจากเคนเนดี้

บันทึกของเอฟบีไอในช่วงที่อดีตประธานาธิบดีเคนเนดี้ยังมีตำแหน่งเป็นวุฒิสมาชิกอยู่ระบุว่า หญิงขายบริการชั้นสูงในแวดวงฮอลลีวูดผู้หนึ่งเล่าว่านักสืบเอกชนชื่อนายเฟรด โอแทช ได้ติดต่อเธอเพื่อสอบถามถึงเรื่องที่นายเคนเนดี้เข้าร่วมในปาร์ตี้เซ็กซ์หลายครั้ง และขอให้เธอพกเครื่องบันทึกเสียง เพื่อดักบันทึกความลับใด ๆ ที่เขาอาจหลุดปากออกมา แต่หญิงขายบริการคนดังกล่าวปฏิเสธ และยืนยันว่าไม่เคยได้ยินการเผยความลับใด ๆ ทั้งสิ้น

นายฟิเดล คาสโตร หลังล้มจอมเผด็จการฟุลเคนซิโอ บาติสตา ได้ในเดือน ม.ค.ปี 1959

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, นายฟิเดล คาสโตร หลังล้มจอมเผด็จการฟุลเคนซิโอ บาติสตา ได้ในเดือน ม.ค.ปี 1959

นสพ. ในอังกฤษได้รับแจ้ง "ข่าวใหญ่" ก่อนเกิดเหตุ 25 นาที

มีชายนิรนามโทรศัพท์ถึงกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ "เคมบริดจ์นิวส์" ในสหราชอาณาจักร ก่อนเกิดเหตุลอบสังหารเพียง 25 นาทีว่า กำลังจะมีข่าวใหญ่เกิดขึ้นที่สหรัฐฯ และหนังสือพิมพ์ดังกล่าวควรโทรหาสถานทูตอเมริกันในกรุงลอนดอน ก่อนที่จะวางสายไป

แผนลอบสังหาร ฟิเดล คาสโตร

เอกสารฉบับหนึ่งในแฟ้มลับเจเอฟเค เปิดเผยถึงปฏิบัติการลอบสังหารผู้นำคิวบาระดับสูง ซึ่งมีการตั้งค่าหัวทั้งจับเป็นหรือจับตายไว้ที่ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคน แต่ตัวของนายฟิเดล คาสโตรเองนั้น กลับมีการตั้งค่าหัวไว้เพียง 0.02 ดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตามเอกสารอีกฉบับหนึ่งบอกว่า มีการตั้งค่าหัวนายคาสโตรไว้ที่ 150,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับผู้ที่ลอบสังหารเขาได้ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯเองมีแผนสังหารนายคาสโตรด้วยวิธีใส่เชื้อโรคร้ายแรง เช่นเชื้อแบคทีเรียบางประเภทไว้ในชุดประดาน้ำของเขา หรือไม่ก็ลอบวางยาพิษในอาหาร