You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
จีนปฏิรูปกองทัพครั้งใหญ่ เตรียมถ่ายเลือดใหม่ในการประชุมพรรควันพุธนี้
จีนกำลังจะมีการประชุมใหญ่ระดับชาติของพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 19 ซึ่งจะเริ่มเปิดฉากขึ้นในวันพุธที่ 18 ต.ค.นี้
การประชุมครั้งสำคัญที่มีขึ้นทุก 5 ปี จะกำหนดว่าใครคือผู้นำประเทศรุ่นใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่จะเข้าดำรงตำแหน่งผู้นำจีนต่อเป็นสมัยที่สอง ได้เริ่มส่งสัญญาณกระชับการกุมอำนาจเข้ามาไว้ในมือแน่นหนาขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการปฏิรูปกองทัพ ซึ่งท่านผู้นำเตรียมจัดให้บรรดานายพลเลือดใหม่ที่ใกล้ชิดกับตนเข้ามาควบคุมอำนาจทางการทหารของประเทศมากขึ้น
นายเฉิง ลี่ ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษาของสถาบันบรูกกิงส์ (Brookings Institution) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาด้านนโยบายสาธารณะของสหรัฐฯ มองว่าที่ผ่านมาประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ไม่เคยลดละต่อการปฏิรูปกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) โดยมีการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง ไม่เพียงแต่ปลดผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่พัวพันการทุจริตคอร์รัปชันอย่างการซื้อขายตำแหน่งเท่านั้น แต่ผู้นำจีนยังมุ่งมั่นจัดระบบใหม่เพื่อให้การบริหารกองทัพมีความทันสมัยขึ้นอีกด้วย
การปฏิรูปเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ เน้นไปที่การสลายอำนาจของกองบัญชาการใหญ่ 4 แห่ง ซึ่งบ่อยครั้งทำหน้าที่เป็นเสมือนแขนขาของรัฐบาล แต่กลับไปขัดขวางการใช้อำนาจของคณะกรรมาธิการกลางการทหาร (CMC) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่นำโดยพลเรือน ผลก็คือเมื่อต้นปีที่แล้วมีการยุบเลิกกองบัญชาการใหญ่ดังกล่าว และจัดตั้งกองงานที่แยกย่อยออกเป็น 15 ฝ่ายขึ้นมาแทน
การปรับโครงสร้างนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการทำให้กองทัพจีนบริหารงานแบบตะวันตก ซึ่งผู้แทนฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหารบริหารงานร่วมกัน แทนที่จะเป็นการบริหารอำนาจในกองทัพจีนตามแบบเดิม ซึ่งออกจะคล้ายระบบของรัสเซียที่ทหารและกองทัพเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง
สิ่งสำคัญในการปฏิรูปอีกประการหนึ่ง คือการผองถ่ายอำนาจในกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนไปยังกลุ่มนายพลเลือดใหม่ และให้คนหนุ่มสาวที่มีความจงรักภักดีต่อประธานาธิบดีสีขึ้นสู่ตำแหน่งสูงในกองทัพและคณะกรรมาธิการกลางการทหารมากขึ้น
ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษาของสถาบันบรูกกิงส์บอกว่า เมื่อดูจากรายชื่อของบรรดาผู้แทนนายทหารที่จะเข้าร่วมประชุมใหญ่ระดับชาติของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในครั้งนี้ เชื่อได้ว่าจะมีการปลดเจ้าหน้าที่อาวุโสในกองทัพออกจากตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ เป็นจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐประชาชนจีนเลยทีเดียว โดย 90% ของผู้แทนฝ่ายทหารทั้งหมด 300 คน เป็นผู้ที่เพิ่งเคยเข้าร่วมประชุมใหญ่ระดับชาติของพรรคเป็นครั้งแรก และคาดว่ามีผู้แทนทหารที่เคยเข้าร่วมประชุมครั้งก่อนเพียง 7 คน จากทั้งหมด 41 คน ที่จะสามารถรักษาเก้าอี้ตำแหน่งสำคัญในคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ เอาไว้ได้
ส่วนผู้บัญชาการกองทัพรุ่นใหม่ที่น่าจะขึ้นกุมอำนาจทางการทหารของจีน หลังการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ครั้งนี้ น่าจะได้แก่ พลเอกจาง โย่วเสีย พลเอกหลี่ ซั่วเฉิง และพลเรือเอกเหมียว หัว ซึ่งล้วนเป็นเพื่อนสนิทใกล้ชิดที่ได้รับความไว้วางใจจากประธานาธิบดีสีกันทั้งสิ้น
การปฏิรูปครั้งใหญ่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่กองทัพเท่านั้น หลายฝ่ายคาดว่าการประชุมใหญ่ระดับชาติของพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 19 ซึ่งกำลังจะมาถึงในไม่กี่วันข้างหน้านี้ จะมีการผองถ่ายอำนาจการบริหารพรรคไปสู่คนรุ่นใหม่ครั้งมโหฬารเกิดขึ้น โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการกลางของพรรคชุดที่มาจากการประชุมใหญ่ครั้งที่ 18 ราว 10% ถูกกวาดล้างไปด้วยข้อหาคอร์รัปชันและความผิดอื่น ๆ ก่อนหน้าแล้ว และยังมีสมาชิกคณะกรรมการกลางของพรรคอีกราว 200 คนที่ครบกำหนดเกษียณอายุหรือใกล้จะเกษียณอายุเต็มที
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้คาดการณ์ได้ว่า จะมีการเปลี่ยนตัวคณะกรรมการกลางของพรรคถึง 70% ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดนับแต่การประชุมใหญ่ระดับชาติของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 9 เมื่อปี 1969 เป็นต้นมา ซึ่งการประชุมในครั้งนั้นจีนอยู่ระหว่างการปฏิวัติวัฒนธรรม
แม้การเปลี่ยนแปลงส่วนหนึ่งจะเกิดขึ้นเพราะการเมืองแบบแบ่งพรรคแบ่งพวก แต่ประธานาธิบดีสีก็สามารถอ้างได้ว่าการกวาดล้างผู้นำรุ่นเก่า แต่งตั้งผู้นำรุ่นใหม่ ก็เพื่อปราบปรามการคอร์รัปชัน ซึ่งช่วยฟื้นฟูความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนจีนที่มีต่อพรรคคอมมิวนิสต์กลับคืนมา แม้การปฏิรูปแบบถอนรากถอนโคนจะทำให้เขามีศัตรูทางการเมืองเพิ่มขึ้นก็ตาม ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุที่ยิ่งทำให้ผู้นำจีนเร่งกระชับการกุมอำนาจในภาคส่วนต่าง ๆ ให้มั่นคงยิ่งขึ้น และจะเป็นแนวโน้มที่เห็นได้ชัดในการประชุมใหญ่ระดับชาติของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 19 นี้