You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ไทยอยู่ตรงไหนในยุทธศาสตร์ "เส้นทางสายไหมมังกรจีน"
เส้นทางสายไหม ในศตวรรษที่ 21 ที่มังกรจีนเป็นผู้ริเริ่ม และดึงกว่า 60 ชาติ เข้ามาเอี่ยวเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ผ่านโครงการสาธารณูปโภคทั้งทางบก ทางทะเล เพื่อต่อเชื่อมเส้นทางการค้า 3 ทวีป กำลังเป็นที่กล่าวขานกันทั่วโลก ประเทศไทยอยู่จุดไหนบนแผนที่เศรษฐกิจของจีน และจะได้อะไรจากโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งนี้
ไทยอยู่ตรงไหนในเส้นทางสายไหมจีน
แม้ว่าจากแผนที่ทางยุทธศาสตร์ของเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 หรือ High-Level Dialogue Belt and Road Forum for International Cooperation ที่อภิมหาอำนาจจีน ลากเส้นบนแผนที่ทางทะเลไม่ผ่านไทยโดยตรง แต่ รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ไทย-จีน อธิบายให้บีบีซีไทยเห็นถึงความเชื่อมโยงของการวางยุทธศาสตร์ว่า เส้นทางสายไหมที่ฟื้นฟูขึ้นมาใหม่นี้ มี "ภูมิภาคอาเซียน" เป็นเป้าหมายหนึ่ง จากทั้งหมด 65 ประเทศ ที่รวมจีนแล้วด้วย
"ไทยอยู่ในเส้นทางสายไหม อีกทั้งยังอยู่ในระเบียงเศรษฐกิจจีน-คาบสมุทรอินโดจีน China-Indochina Peninsula Economic Corridor (CICPEC) ที่รวมลาว เวียดนาม กัมพูชา ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ระเบียงเศรษฐกิจย่อย ภายใต้ยุทธศาสตร์สายไหมในศตวรรษที่ 21 ของจีนที่กำลังเดินหน้าอยู่ขณะนี้" รศ.ดร.อักษรศรี ระบุ
สอดคล้องกับ ผศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่วิเคราะห์ว่า จีนยังมองไทยเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ เพียงแต่ที่ตั้งของไทยที่ไม่ได้มีพื้นที่ทางทะเลติดต่อกับเส้นทางทะเลใหญ่ๆ จึงเป็นแค่พื้นที่ยุทธศาสตร์รอง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าอยู่ในจุดที่จีนจะลดความสำคัญลง เพราะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไทยเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เศรษฐกิจที่จีนเกี่ยวข้อง คือ แนวเขตอีสต์-เวสต์ คอร์ริดอร์ ซึ่งเป็นเส้นทางเศรษฐกิจคมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมอาเซียนเข้ากับจีน
"ที่ผ่านมาจีนพยายามกระตุ้นไทยมาโดยตลอด เช่น ข้อตกลงรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน หรือการขุดคอคอดกระ ที่แม้ว่าจีนจะไม่ได้ตามที่สมปรารถนา 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็เป็นเรื่องที่จีนยังมองว่าเป็นยุทธศาสตร์อยู่" ผศ.วรศักดิ์ กล่าวกับบีบีซีไทย
เมื่อ สี จิ้น ผิง ไม่เอ่ยถึงรถไฟไทย-จีน
แม้จีนจะทำข้อตกลงทางการค้าการลงทุนในระดับพหุภาคี กับหลายประเทศในอินโดจีน เช่น การก่อกำเนิดของสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจแม่น้ำโขง (ไทย พม่า ลาว จีน) แต่การเจรจาแบบพหุภาคีก็ยังไม่บรรลุข้อตกลงตามความมุ่งหมายของจีนมากนัก รศ.ดร.อักษรศรี ชี้ว่า นี่เป็นสาเหตุให้จีนหันมาใช้ยุทธวิธีเข้าหาในระดับทวิภาคีมากขึ้น เช่น การลงทุนก่อสร้างรถไฟในลาว หรือการบรรลุข้อตกลงร่วมทุนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงระหว่างจีน-อินโดนีเซีย ในเส้นทางกรุงจาร์กาตา-บันดุง
รศ.ดร.อักษรศรี ยังเปิดเผยอีกว่า ในเวทีที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ประกาศการลงทุนในการสร้างท่าเรือ ถนน และเครือข่ายรถไฟ ที่ใช้งบฯ กว่าแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ วานนี้ (14 พ.ค.) ที่กรุงปักกิ่ง ประธานาธิบดีสี ได้เอ่ยถึงโครงการรถไฟที่จีนลงทุนร่วมกับลาว อินโดนีเซีย แต่ในฐานะคู่เจรจาเส้นทางรถไฟไทยจีนที่ดำเนินมาในยุครัฐบาล คสช.ของไทย ผู้นำจีนไม่ได้กล่าวถึง
"ก่อนหน้านี้จีนมักชูรถไฟไทย-จีน เป็น "โชว์เคส" แต่ด้วยความล่าช้าของโครงการที่ถูกชะลอออกไป ทำให้เรื่องนี้ถูก "ลดระดับลง" ในมุมของจีน ในปาฐกถา ประธานาธิบดีสี ไม่ได้พูดถึงรถไฟไทย-จีน แต่พูดถึงเส้นทางรถไฟที่ ลงทุนร่วมกับลาว อินโดนีเซีย ศรีลังกา จึงค่อนข้างชัดเจนว่า เป็นเพราะโครงการรถไฟไทย-จีน ไม่มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม จึงเลือกจะพูดถึงประเทศที่ตกลงได้แล้วมากกว่า อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปัจจุบันโครงขณะนี้จะกำลังเดินหน้าในเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา แต่กรอบยุทธศาสตร์ ใหญ่ที่จะทำ เชื่อมต่อไปยังชายแดนลาวยังมีอยู่" รศ.ดร.อักษรศรี กล่าวกับบีบีซีไทย
มองโอกาสไทยบนเส้นทางสายไหม ไม่ใช่แค่เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน
นอกจากนี้จีนยังพูดถึงเส้นทางสายไหมที่ไม่ใช่เพียงเรื่องเส้นทางการค้าทางบก ทางทะเล แต่ยังชูเรื่อง Smart silk road หรือเส้นทางสายไหมอัจฉริยะ หรือการเชื่อมต่อทาง ไซเบอร์สเปซ รศ.ดร.อักษรศรี มองว่าไทยมีโอกาสที่จะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ เนื่องจากสอดคล้องกับทิศทางของไทยที่จะเดินหน้าเศรษฐกิจดิจิทัลและยุทธศาสตร์ "ไทยแลนด์ 4.0"
"เป็นการนำสิ่งที่คนอื่นคิดแล้วมาต่อยอด เราไปเรียนรู้จากเค้าได้ หากเทคโนโลยีของจีนสำเร็จ เช่น การใช้หุ่นยนต์ในมิติต่างๆ ในอนาคต อย่างการใช้ดูแลผู้สูงอายุ หากไทยจะซื้อมาใช้ มองว่าเป็นราคาที่ไทยสามารถจับต้องได้"
แนะเปิดรับจีน แบบรอบคอบ
รศ.ดร.อักษรศรี มองว่า โครงการพัฒนาที่ไทยจะทำร่วมกับจีนควรมองเป็นโอกาส แต่ต้องรอบคอบในการต่อรอง อย่างโครงการรถไฟไทย จีน แม้จะล่าช้า แต่การพิจารณา รายละเอียดสัญญาการลงทุนที่ยุติธรรมก็เป็นข้อที่ควรตระหนัก
ด้าน ผศ.วรศักดิ์ ชี้ว่า การเข้ามามีอิทธิพลของจีนในภูมิภาค ไม่ควรมองว่าเป็นการตกเป็นเบี้ยล่างทางเศรษฐกิจ แต่เป็นสิ่งที่มองได้ว่าเป็นของผลประโยชน์ ที่แต่ละชาติ จะให้น้ำหนักมากกว่า เช่น การเปิดรับจีนเข้ามาลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา ลาว เมียนมา