เรือกู้ภัยจากเมดิเตอร์เรเนียนเดินทางมาช่วยโรฮิงญา

ที่มาของภาพ, AFP
เรือกู้ภัยขององค์กรช่วยเหลือผู้อพยพ ซึ่งเดิมประจำการอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จะเดินทางมายังเมียนมาเพื่อให้ความช่วยเหลือชาวโรฮิงญาจำนวนมากที่กำลังหนีภัยความรุนแรง และการสู้รบในรัฐยะไข่ครั้งล่าสุด
เรือฟีนิกซ์ขององค์กรสถานีให้ความช่วยเหลือผู้อพยพนอกชายฝั่ง (Migrant Offshore Aid Station - MOAS) ซึ่งเดิมเทียบท่าที่มอลตา กำลังเดินทางมายังอ่าวเบงกอล โดยคาดว่าจะถึงจุดหมายปลายทางในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า โดยเรือลำนี้ได้เคยออกช่วยเหลือผู้อพยพในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมาตั้งแต่ปี 2014 และได้ช่วยชีวิตผู้อพยพกลางทะเลมาแล้วกว่า 40,000 คน
นางเรจินา คาทรัมโบน หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรเรือกู้ภัยเพื่อผู้อพยพดังกล่าวบอกว่า ได้ตัดสินใจเริ่มภารกิจให้ความช่วยเหลือครั้งใหม่ที่เมียนมา หลังได้ยินข่าวว่ามีชาวโรฮิงญาจำนวนมากต้องอพยพหนีภัยความรุนแรง และการสู้รบระลอกล่าสุด นอกจากนี้การตัดสินใจดังกล่าวยังเป็นผลมาจากสถานการณ์ที่ไร้เสถียรภาพในลิเบีย ซึ่งเสี่ยงทำให้ผู้อพยพที่ได้รับการช่วยเหลือจากกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและถูกส่งตัวกลับได้รับอันตรายถึงชีวิตได้
"องค์กรของเราไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ไม่ให้ความสนใจต่อผู้คนที่ต้องได้รับการปกป้อง ระบบนี้เพียงต้องการสกัดกั้นไม่ให้ผู้อพยพเข้าถึงยุโรป แต่ไม่คำนึงถึงชะตากรรมของผู้ที่ต้องติดอยู่ในประเทศที่ไร้ความปลอดภัย และเสถียรภาพอีกฝั่งหนึ่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน" นางคาทรัมโบนกล่าว "ดังนั้น เราจะมุ่งไปให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม ซึ่งเป็นที่ต้องการแก่ชาวโรฮิงญา และจะทำงานเพื่อสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบให้เกิดขึ้นในภูมิภาค"

ที่มาของภาพ, Empics
สำหรับสถานการณ์ที่แนวพรมแดนรัฐยะไข่ซึ่งติดต่อกับบังกลาเทศนั้น การสู้รบยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีวี่แววว่าจะยุติลง สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่ามีผู้อพยพชาวโรฮิงญาได้รับบาดเจ็บจากกับระเบิดที่มีบุคคลไม่ทราบฝ่ายวางไว้ตามแนวทางเดินของกลุ่มผู้อพยพ ซึ่งกำลังจะข้ามแดนเข้าไปยังบังกลาเทศ
องค์การสหประชาชาติระบุว่า นับแต่เกิดเหตุปะทะระหว่างกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาและกองกำลังรัฐบาลเมียนมาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ได้มีชาวโรฮิงญาอพยพเข้าไปในบังกลาเทศเกือบ 90,000 คนแล้ว โดยค่ายผู้อพยพที่เมืองค็อกซ์บาซาร์อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถรองรับผู้อพยพเพิ่มได้อีก ทั้งยังขาดแคลนอาหารและยารักษาโรคอย่างหนัก ก่อนหน้านี้สหประชาชาติอธิบายถึงโรฮิงญาว่าเป็นกลุ่มชนที่ถูกกฎหมายรังแกมากที่สุดที่ในโลก เนื่องจากไม่เป็นที่ยอมรับในประเทศใดๆ เลยแม้แต่บ้านเกิดของตนเองก็ถูกผลักไสออกมา





