You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
แรงงานต่างด้าวยังทะลักออกจากไทยไม่หยุด ด้านรองนายกฯ เผยอาจใช้ ม.44 ชะลอการใช้กฎใหม่ 120 วัน
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในวันนี้ (3 ก.ค.) ว่า มีแนวโน้มที่รัฐบาลจะใช้มาตรา 44 ในการชะลอการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวออกไป 120 วัน โดยจะมีการหารือกันว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวจะให้นายจ้างดำเนินการอะไรบ้าง
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเปิดเผยว่าระหว่างวันที่ 23-28 มิถุนายนที่ผ่านมา มีแรงงานต่างด้าวเดินทางออกจากไทยแล้วราว 60,000 คน โดย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รองผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยตัวเลขดังกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ โดยให้เหตุผลว่าแรงงาน "น่าจะรู้สึกหวาดกลัว"
อย่างไรก็ตาม นายวิวัฒน์ จิระพันธ์วานิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว และการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (กนร.) เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ว่า มีแรงงานที่เดินทางกลับประเทศตัวเองแล้วประมาณ 29,000 คน
ด้าน เกตา เดวี คนงานพม่าวัย 28 ปี ซึ่งทำงานที่กรุงเทพฯ บอกกับรอยเตอร์ว่า เพื่อนของเธอหลายคนต่างกลัวผลของ พ.ร.ก.ฉบับนี้ และเดินทางกลับเมียนมาไปแล้ว
ด้านเจ้าหน้าที่ทางการเมียนมา ระบุว่ารถบรรทุกของรัฐบาลไทยหลายคันได้นำแรงงานจำนวนมากไปส่งให้เจ้าหน้าที่ทางการเมียนมาในเมืองเมียวดี โดยไม่ชัดเจนว่าแรงงานเหล่านี้เดินทางออกจากไทยด้วยความสมัครใจหรือไม่
นายออง เต วิน เจ้าหน้าที่ประสานงานของกระทรวงแรงงานเมียนมา กล่าวกับรอยเตอร์ว่า นับตั้งวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา มีแรงงานมากกว่า 16,000 คน เดินทางกลับบ้านแล้ว โดยคนเหล่านี้เป็นทั้งแรงงานที่ถูกกฎหมายและที่ไม่มีเอกสารรับรอง ซึ่งหวาดกลัวการกวาดล้างจับกุม รวมถึงแรงงานที่นายจ้างสั่งให้กลับบ้าน
ด้านนายชิน พิเศษ รองหัวหน้าสำนักงานความสัมพันธ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ของกองทัพกัมพูชา กล่าวว่า นับตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วมีแรงงานอพยพชาวกัมพูชาสูงถึง 500 คน เดินทางกลับบ้าน
เอ็นจีโอเสนอปลดล็อคขั้นตอนพิสูจน์สัญชาติแรงงาน
นายอดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายประชากรข้ามชาติ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า กลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ได้รับผลกระทบเป็นแรงงานที่มีการเคลื่อนย้ายหลักแหล่ง และเปลี่ยนนายจ้างบ่อย ได้แก่ กลุ่มแรงงานก่อสร้าง แรงงานในอุตสาหกรรมอาหารที่มีความต้องการสูง ภาคเกษตร และแรงงานในบ้าน
หากรัฐบาลจะใช้มาตรา 44 ชะลอการบังคับใช้ พ.ร.ก.การทำงานคนต่างด้าวใน 3 มาตรา ที่เกี่ยวข้องกับบทลงโทษที่รุนแรงทั้งต่อนายจ้างและแรงงาน ออกไป 120 วัน นายอดิศรมองว่า อาจช่วยได้ในแง่การลดแรงตึงเครียดระหว่างนายจ้างกับรัฐ แต่ยังไม่เพียงพอ และเสนอให้ตัดลดขั้นตอนเกี่ยวกับการพิสูจน์สัญชาติแรงงานจากประเทศต้นทาง
จากเดิม การดำเนินการดังกล่าว ทางการไทยจะเป็นตัวกลางในการติดต่อผ่านทางสถานทูตเพื่อให้ประเทศต้นทางของแรงงานออกเอกสารรับรองบุคคลให้ทำงานในประเทศไทยได้ รวมแล้วต้องใช้เวลาราว 2 เดือนในการพิสูจน์สัญชาติของแต่ละคน นายอดิศร เสนอให้ตัดลดขั้นตอนในส่วนที่ทางการไทยเป็นตัวกลางออกไป โดยให้ตั้งแค่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จที่ชายแดนเพื่อดำเนินการจ้างงานแก่แรงงานที่มีเพียงแค่หนังสือเดินทางเข้าประเทศไทย
"คุยกับประเทศต้นทางว่าให้แรงงานกลับไปทำพาสปอร์ตเข้ามา แล้วตั้งศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสที่ชายแดน เมื่อแรงงานถือพาสปอร์ตเข้ามา นายจ้างยื่นคำร้องจ้างงานแล้วออกวีซ่าทำงานให้ ก่อนจะออกใบอนุญาตทำงาน 2 ปี" อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังว่าหากเปิดแบบนี้ ต้องเฝ้าระวังไม่ให้บริษัทนายหน้าจัดหางานแสวงหาประโยชน์จากแรงงานด้วย
ผู้ประสานงานเครือข่ายประชากรข้ามชาติ ยังได้เสนอทางออกในระยะเร่งด่วน ให้ใช้ช่องทางที่มีอยู่ใน พ.ร.ก.ฉบับนี้ ในมาตรา 14 ที่ ระบุว่า กรณีที่มีเหตุที่กระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจของประเทศ ครม.สามารถมีมติยกเว้นไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ในกรณีใดกรณีหนึ่งได้
'ผลประโยชน์จากการตื่นตระหนก'
ขณะที่นายอานดี้ ฮอลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิของแรงงานอพยพ กล่าวว่า จากประสบการณ์ในการติดตามสถานการณ์แรงงานอพยพในประเทศไทยมากว่า 10 ปี เป็นที่ชัดเจนว่า การเคลื่อนย้ายของแรงงานจำนวนมากเป็นสิ่งที่สามารถคาดการณ์ได้ เขาตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้อาจมีการหาผลประโยชน์เกิดขึ้น โดยอาศัยความตื่นตระหนกและความวุ่นวายที่เกิดขึ้น แม้จะมีการเตือนว่าอาจถูกลงโทษ และแม้ทางการไทยจะพยายามจัดการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็มีกลุ่มคนที่ต้องการทำลายการจัดการที่มีประสิทธิภาพนี้
นายฮอลล์ ยังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลไทยไร้ความรับผิดชอบอย่างสิ้นเชิงในการปฏิบัติต่อแรงงานทักษะต่ำ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของไทย ราวกับพลเมืองชั้นสอง และไม่สอดคล้องกับหลักการพื้นฐานตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เตือนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ตำรวจที่พยายามกรรโชกเงินจากนายจ้างหรือแรงงานอพยพ จะถูกลงโทษ
เมื่อเดือนที่แล้ว ในรายงานการค้ามนุษย์ฉบับล่าสุดของสหรัฐฯ ไทยยังถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเทียร์ 2 ที่ยังต้องจับตามอง เนื่องจากยังไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำในการยุติการค้ามนุษย์ได้ ด้านไทยได้โต้แย้งว่า ได้ดำเนินความพยายามหลายอย่างเพื่อปราบปรามการค้ามนุษย์ และขอให้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ มาเยือนประเทศไทยเพื่อประเมินผล
รอยเตอร์รายงานด้วยว่า องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ระบุว่าปัจจุบันไทยมีแรงงานต่างชาติมากกว่า 3 ล้านคน แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ เห็นว่ามีสูงกว่านั้น