วัยรุ่นอเมริกันเสียชีวิตหลังดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนหลายชนิดติด ๆ กัน

แพทย์ในสหรัฐฯ เปิดเผยว่า วัยรุ่นชายคนหนึ่งในรัฐเซาท์แคโรไลนาเสียชีวิตเพราะบริโภคเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีนสูงหลายชนิดภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง
นายแกรี วัตต์ แพทย์ชันสูตรศพประจำเขตริชแลนด์ ระบุว่า นายเดวิส อัลเลน ไครบ์ วัย 16 ปี เสียชีวิตเพราะหัวใจหยุดเต้น อันเป็นผลมาจากการได้รับสารคาเฟอีนปริมาณมากภายในระยะเวลาสั้น ๆ จนอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
นายไครบ์ ล้มหมดสติในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา หลังจากดื่มกาแฟลาเต้ของแมคโดนัลด์หนึ่งแก้ว น้ำอัดลมเมาน์เทนดิวขนาดใหญ่ และเครื่องดื่มชูกำลังชนิดหนึ่งภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง
นายไครบ์ไม่เคยมีประวัติป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจมาก่อน แต่เขามีน้ำหนักตัว 90 กก. ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยโรคอ้วนผิดปกติ อย่างไรก็ตาม นายวัตต์ บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า "นี่ไม่ใช่กรณีได้รับสารคาเฟอีนเกินขนาด"
"เราไม่ได้บอกว่านี่เป็นเพราะปริมาณสารคาเฟอีนทั้งหมดในร่างกาย แต่ประเด็นก็คือวิธีการดื่มภายในระยะเวลาสั้น ๆ และการบริโภคเครื่องดื่มชูกำลังตบท้ายเช่นนั้นเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ" นายวัตต์กล่าว พร้อมชี้ว่า "เราไม่ได้พยายามพูดต่อต้านการบริโภคสารคาเฟอีนอย่างสิ้นเชิง เพียงแต่อยากให้เพิ่มความใส่ใจเรื่องปริมาณและวิธีการบริโภคสารเหล่านี้ เช่นเดียวกับที่ใช้ความระมัดระวังกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่"

ที่มาของภาพ, Getty Images
สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา (AAP) ได้ออกคำเตือนเรื่องที่เด็กและวัยรุ่นบริโภคเครื่องดื่มชูกำลัง โดยชี้ว่า ส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ได้ผ่านการทดสอบในเด็ก และ "ไม่มีใครรับประกันได้ว่าเครื่องดื่มเหล่านี้ปลอดภัย"
AAP ระบุว่า เครื่องดื่มชูกำลังทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ และทำให้ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง โดยเครื่องดื่มชูกำลังส่วนใหญ่มีปริมาณคาเฟอีนเท่ากับกาแฟ 3 แก้ว และอาจมีน้ำตาลมากถึง 14 ช้อนชา
ข้อมูลจากเว็บไซต์ caffeineinformer.com บ่งชี้ว่า นายไครบ์อาจบริโภคสารคาเฟอีนราว 470 มิลลิกรัม ภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง โดยองค์การความปลอดภัยของอาหารแห่งยุโรป ระบุเมื่อปี 2015 ว่า การบริโภคคาเฟอีนเกิน 400 มิลลิกรัม อาจเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ มีอาการสั่น ตื่นกลัว นอนไม่หลับ และมีอาการตื่นตระหนก หรือที่เรียกว่าโรคแพนิค

ที่มาของภาพ, Reuters
ร่างกายกำจัดคาเฟอีนอย่างไร ?
โดย มิเชลล์ โรเบิร์ตส์ ผู้สื่อข่าวด้านสุขภาพของบีบีซี
คาเฟอีนจัดเป็นสารกระตุ้นชนิดหนึ่ง และสามารถส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลางได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ทำให้เกิดอาการตื่นตัวและช่วยลดความง่วง แต่ขณะเดียวกันก็ส่งผลกระทบอื่น ๆ ด้วย เช่น ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น รู้สึกกระสับกระส่าย และกระวนกระวายใจ
โดยปกติเมื่อบริโภคสารคาเฟอีนเข้าไป ร่างกายจะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงจึงจะขับสารนี้ออกหมด การดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีนวันละ 2-3 แก้วถือเป็นเรื่องปลอดภัย แต่การดื่มปริมาณมากเกินไป หรือดื่มมาก ๆ ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ถือเป็นเรื่องเสี่ยง เพราะอาจรับสารคาเฟอีนเข้าไปเกินขนาด และอาจเป็นอันตรายถึงตายได้หากบริโภคในปริมาณมากเกินไป
แม้การบริโภคคาเฟอีนวันละ 400 มิลลิกรัมจะยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดี แต่เยาวชนและสตรีมีครรภ์ควรดื่มในปริมาณน้อยกว่านี้

ที่มาของภาพ, Getty Images
สัญญาณเตือนของการบริโภคคาเฟอีนมากเกินไป
คุณอาจต้องลดปริมาณการบริโภคสารคาเฟอีนหากมีอาการดังต่อไปนี้
- ปวดศีรษะ
- นอนไม่หลับ
- ประหม่าตื่นกลัว
- หงุดหงิดฉุนเฉียว
- กระสับกระส่าย
- ท้องไส้ปั่นป่วน
- หัวใจเต้นเร็ว
- กล้ามเนื้อสั่น








