สงครามและการค้า กลุ่มลอตเต้ ในวงพิพาทคาบสมุทรเกาหลี

ที่มาของภาพ, Reuters
ลอตเต้ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจอาหารและค้าปลีก และอีกหลายบริษัทของเกาหลีใต้ในจีนกำลังเดือดร้อนเพราะถูกสั่งปิดห้างบางแห่ง ท่ามกลางความตึงเครียดด้านการทหารหลังสหรัฐฯ นำระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD ชุดแรกไปติดตั้งในเกาหลีใต้
ลอตเต้ คือ กลุ่มธุรกิจใหญ่อันดับ 5 ของเกาหลีใต้ มียอดขายประมาณ 30% มาจากจีน จ้างงานในจีนประมาณ 20,000 ตำแหน่ง แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่าหลายหน่วยธุรกิจของบริษัทถูกโจมตีทางอินเทอร์เน็ต รวมถึงปฏิกิริยาจากลูกค้า และหุ้นส่วนที่เป็นบริษัทจีน
ลอตเต้ ระบุเมื่อวันจันทร์ที่6 มี.ค. ว่า มีร้านค้ากว่า 10 แห่งในจีนถูกสั่งปิดอย่างกะทันหัน โดยสาเหตุอาจเป็นเพราะพิษการเมือง
ภูมิหลังประเด็นขีปนาวุธและสนามกอล์ฟ
เมื่อปลาย ก.พ. กลุ่มลอตเต้ ได้ตกลงให้สหรัฐฯ นำระบบป้องกันขีปนาวุธเจ้าปัญหา THAAD (Terminal High Altitude Area Defense) ไปติดตั้งบนที่ดินผืนหนึ่งของบริษัทฯในเกาหลีใต้ซึ่งรวมถึงส่วนหนึ่งของสนามกอล์ฟด้วย โดยสหรัฐฯ อ้างว่า ระบบดังกล่าวมีขีดความสามารถในการยิงสกัดขีปนาวุธ เพื่อป้องกันการโจมตีจากโครงการพัฒนาขีปนาวุธของเกาหลีเหนือได้
แต่หลายเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้พยายามต่อต้านการติดตั้งระบบ THAAD อย่างหนัก โดยอ้างว่า เรดาร์ที่มีศักยภาพสูง สามารถนำไปใช้สังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวในอาณาเขตของจีนได้ โดยจีนไม่เห็นด้วยกับข้อโต้แย้งที่ว่า ระบบนี้จะช่วยให้มีเสถียรภาพในภูมิภาคมากขึ้น
ผลลบที่ตามมา
เช่นเดียวกับร้านค้าปลีกและธุรกิจอาหาร ลอตเต้ยังมีกิจการโรงแรมและโรงภาพยนตร์ในจีนอีกด้วย โดยนับตั้งแต่มีข้อตกลงเรื่องให้ใช้ที่ดินเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลอตเต้ ระบุว่ามีการดำเนินธุรกิจหลายส่วนในจีนที่ถูกรบกวน
ในภาพนิ่งและวิดีโอจากการประท้วงด้านนอกร้านลอตเต้แห่งหนึ่งในจีน ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (6 มี.ค.) ป้ายของผู้ประท้วง มีข้อความว่า "ลอตเต้ของเกาหลีใต้ ได้ประกาศสงครามกับจีน ลอตเต้สนับสนุน THAAD ออกไปจากจีนเดี๋ยวนี้"

ที่มาของภาพ, Getty Images
อย่างไรก็ตาม แม้ลอตเต้ จะออกมายืนยันว่าร้านถูกปิดจริง แต่ก็ไม่ได้ให้เหตุผลที่ชัดเจน นอกจากนี้ ก็ยังมีกรณีอื่น ๆ รวมถึง:
- เว็บไซต์ร้านค้าปลอดภาษีของลอตเต้ ถูกโจมตีทางอินเทอร์เน็ตจนเว็บล่ม แต่ขณะนี้กู้กลับมาจนใช้งานได้เป็นปกติแล้ว โดยลอตเต้ ดิวตี ฟรี เป็นบริษัทขายสินค้าปลอดภาษีที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมียอดขาย 70% จากลูกค้าชาวจีน
- จู่เม่ย หยูปิน บริษัทผู้ค้าปลีกเครื่องสำอางของจีน ระบุว่า "ได้ลบชื่อของลอตเต้ออกจากเว็บไซต์โดยสิ้นเชิง" และได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า "ขอยอมตาย ดีกว่าต้องขายสินค้าของลอตเต้ในอนาคต"
- เว็บไซต์ JD.com ของจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ค้าปลีกออนไลน์ สั่งปิดหน้าที่มีสินค้าของลอตเต้เป็นการชั่วคราว โดยอ้างเหตุผลด้านเทคนิค
- บริษัทผู้ผลิตอาหารว่าง เว่ยหลง กล่าวว่าจะเรียกคืนสินค้าทั้งหมดออกจากร้านลอตเต้ โดยระบุว่า "ต่อไปนี้จะไม่ร่วมมือ" กับบริษัทเกาหลีใต้รายนี้อีก
ก่อนหน้าที่จะมีการลงนามในข้อตกลงเรื่องที่ดินสำหรับติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธฯ ลอตเต้ รายงานว่าธุรกิจของทางบริษัทถูกหน่วยงานสรรพากรของจีนเพิ่งเล็งเป็นพิเศษ และเมื่อเดือนที่ผ่านมา ก็โดนสั่งระงับโครงการก่อสร้างทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากการตรวจสอบระบบอัคคีภัย
ลอตเต้ กำลังตระหนกไปเองหรือไม่
แน่นอนว่า รัฐบาลจีนไม่ได้ออกมายอมรับว่ามีการใช้มาตรการตอบโต้เชิงเศรษฐกิจแต่อย่างใด และลอตเต้ ก็กำลังปฏิรูปธุรกิจในจีนหลายอย่างที่ขาดทุน แต่สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน เรียกการตัดสินใจของลอตเต้ ที่ให้สหรัฐฯ ใช้ที่ดินว่า "เป็นการเปิดฉากความโกลาหลที่อาจจะตามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ" นอกจากนี้ ก็ยังมีบทความแยกต่างหาก ที่เขียนว่า "การตัดสินใจดังกล่าว อาจกลายเป็นฝันร้ายของลอตเต้ ซึ่งมีกิจการขายสินค้าปลอดภาษี ที่ต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางไปยังเกาหลีใต้"
ขณะเดียวกัน ทางลอตเต้ ไม่ได้ออกมาระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า กรณีต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้ มีส่วนเชี่อมโยงกับโครงการระบบต่อต้านขีปนาวุธซึ่งเป็นที่ถกเถียงหรือไม่ แต่นาย จู ฮยุง-ฮวาน รัฐมนตรีพานิชย์เกาหลีใต้ ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า "เป็นกังวลกับกรณีที่เกิดขึ้นหลายครั้งในจีน" โดยทางรัฐบาลเกาหลีใต้ "จะดำเนินการตามหลักกฎหมายสากลต่อการปฏิบัติใดก็ตาม ที่ละเมิดนโยบายองค์การการค้าโลกหรือข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างเกาหลีใต้และจีน"

ที่มาของภาพ, EPA
นอกจากลอตเต้ แล้วมีบริษัทอื่นได้รับผลกระทบอีกหรือไม่
มีรายงานว่า สินค้าและอุตสาหกรรมอื่นของเกาหลีใต้ที่อยู่ในจีนก็ถูกตอบโต้ในวงกว้างด้วยเช่นกัน โดยสำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานว่า หน่วยงานการท่องเที่ยวจีน ได้สั่งให้บริษัทท่องเที่ยวเลิกขายแพ็คเก็จเดินทางแบบกลุ่มไปเกาหลีใต้ และยังมีรายงานว่า เว็บแบ่งปันสื่อออนไลน์ของจีนบางราย ได้ลบเนื้อหาที่เกี่ยวกับเกาหลีทิ้ง ซึ่งนับเป็นเรื่องที่สร้างความตกใจให้กับแฟน ๆ ละครเกาหลีใต้ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อย ๆ ในจีน








