''อเกร็ทสึโกะ'' การ์ตูนแพนด้าขี้โมโห สะท้อนบุคลิกหญิงญี่ปุ่นรุ่นใหม่

ที่มาของภาพ, SANRIO
"คาวาอิ" หรือ "น่ารัก" ถือเป็นคุณลักษณะสำคัญของการเป็นผู้หญิงญี่ปุ่น และเป็นเวลาหลายทศวรรษมาแล้วที่เฮลโหล คิตตี้ ทำหน้าที่เป็นทูตแห่งความน่ารัก แต่ขณะนี้ หญิงสาววัยเริ่มทำงานกำลังหันไปหาอเกร็ทสึโกะ ตัวการ์ตูนแพนด้าแดงขี้โมโห เพื่อเป็นช่องทางการระบายความคับข้องใจของชีวิตสาวออฟฟิศ
เด็กผู้หญิงชาวญี่ปุ่นจะถูกสอนเรื่องมารยาทตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งปกติแล้วจะเคร่งครัดกว่าเด็กผู้ชาย โดยไม่ใช่เฉพาะเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังรวมถึงการปฏิบัติตัวด้วย
บริษัทซานริโอ ที่มีธุรกิจใกล้ชิดกับผลิตภัณฑ์ "คาวาอิ" เข้าใจเรื่องนี้ดี และเท่าที่ผ่านมา เฮลโหล คิตตี้ ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก ก็ถูกวางบุคลิกให้เป็นลูกแมวนิสัยเรียบร้อย และเป็นเด็กผู้หญิงที่เรียนอยู่ในอังกฤษ แม้ว่าที่จริงแล้วเธอจะเป็นแก่นแท้ของความเป็นญี่ปุ่นก็ตาม นอกจากนี้ คิตตี้ ยังเคยปรากฏตัวในวีดีโอสอนมารยาทให้เด็กด้วย

ที่มาของภาพ, SANRIO
แต่ เมื่อเร็วๆ นี้ซานริโอ ได้นำเสนอ ตัวการ์ตูนใหม่ที่มีมุมมองชีวิตค่อนข้างแตกต่างออกไป ชื่อว่า "อเกร็สซีฟ (หงุดหงิด) เร็ทสึโกะ" หรือ "อเกร็ทสึโกะ" เป็นแพนด้าแดงอายุ 25 ที่ทำงานออฟฟิศธรรมดา โดยภายนอกเธอเป็นคนดูน่ารัก แต่เวลาโกรธเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงาน หน้าตาก็จะเปลี่ยนไป กลายเป็นหน้ากากคล้ายๆ การแต่งหน้าของนักร้องเพลงเมทัล วง Kiss ของอเมริกา เธอมักบอกกับตัวเองเวลาที่เจ้านายเอางานมากองบนโต๊ะทำงานว่า "สักวันหนึ่งฉันจะลาออก!!! ชะตาชีวิตของฉันต้องไม่เป็นแบบนี้!!!" หลังเลิกงาน อเกร็ทสึโกะ มักจะไปร้องคาราโอเกะคนเดียว โดยร้องแต่เพลงเมทัลที่มีเนื้อร้องตัดพ้อเกี่ยวกับชีวิตในแต่ละวัน
"เธอทำให้ฉันนึกถึงตัวเองตอนอายุ 25" เรอิกะ คาตาโอกะ กล่าวถึงอเกร็ทสึโกะ "ฉันก็เคยพ่นพิษแบบนั้นในที่ทำงาน"
ด้านชาร์ลี ชิคาซาคิ นักร้องที่แต่งตัวเป็นผู้ชาย แต่กลางวันทำงานเป็นนักวิจัย กล่าวกับ บีบีซี ว่า "สาว ๆ ชาวญี่ปุ่น ต้องอดทนกับกฎระเบียบทางสังคม ที่ทำให้เราต้องประพฤติตัวเรียบร้อย แต่เราหลายคนก็มีบุคลิกสองด้าน ซึ่งซานริโอ ใช้อเกร็ทสึโกะ มาช่วยแสดงออกถึงผู้หญิงเหล่านี้ได้ดี"
ค่านิยมทางสังคมที่เน้นความสุภาพ ทำให้ไม่ค่อยมีคนแสดงออกถึงอารมณ์รุนแรงในที่สาธารณะ และในภาษาญี่ปุ่น ก็ไม่มีคำที่เทียบเท่ากับคำหยาบคายซึ่งคนจำนวนมากใช้กันในภาษาอังกฤษ

ที่มาของภาพ, SANRIO
"เสียงตะโกนจากใจ" พนักงานออฟฟิศ
อเกร็ทสึโกะ เกิดจากการลงคะแนนเลือกตัวการ์ตูน ที่พนักงานของบริษัทซานริโอและคนนอกส่งเข้าประกวด ภายใต้แนวคิด "มนุษย์เงินเดือน" หรือพนักงานออฟฟิศ ซึ่งเธอได้รับเสียงตอบรับอย่างชัดเจน แต่ทางซานริโอ ระบุว่า นักออกแบบที่ใช้ชื่อว่า เยติ ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน เพียงแต่กล่าวผ่าน ฝ่ายสื่อสารของทางบริษัทมาว่า "ผมได้สังเกตพนักงานออฟฟิศ ที่เป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมองค์กรของญี่ปุ่น และผมได้ยินเสียงตะโกนจากใจของพวกเขา" นอกจากนี้ เยติ กล่าวด้วยว่า "สภาพแวดล้อมในการทำงานของญี่ปุ่น มักจะกลายเป็นประเด็น และคิดว่ามีคนจำนวนมากที่ต้องอดทนกับความเครียด"
นี่เป็นประเด็นที่กำลังถูกถกเถียงในญี่ปุ่น โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา ประธานของเดนสึ ซึ่งเป็นบริษัทโฆษณารายใหญ่ เพิ่งประกาศลาออกเพื่อรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของ มัทสึริ ทาคาฮาชิ พนักงานอายุ 24 ปี ซึ่งฆ่าตัวตายในวันคริสต์มาสปี 2015 หลังจากบ่นว่าทำงานหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง การเสียชีวิตของเธอ เป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "คาโรชิ" หรือ "การเสียชีวิตเพราะทำงานหนักเกินไป" ซึ่งเป็นที่รับรู้กันครั้งแรกเมื่อ 30 ปีที่แล้ว

ที่มาของภาพ, SANRIO
ด้านสาว ๆ ชาวญี่ปุ่น ไม่ลังเลที่จะแสดงออก เมื่อถูกถามว่า ช่วงเวลาแบบอเกร็ทสึโกะ หรือนิสัยที่ไม่น่ารักเป็นอย่างไร
ชิคาซาคิ กล่าวว่า เมื่อ 1 ปีที่แล้ว ความกดดันที่จะต้องดูน่ารักและประพฤติตนให้เรียบร้อย กลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เธอหันมาร้องเพลงกับวงดนตรี และแต่งตัวเป็นผู้ชาย "เพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกและอารมณ์" แต่เนื่องจากเธอเคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย จึงทำให้นักเรียนต่างก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น "ฉันไปร้องเพลงทั้งที่ลอนดอน และโตเกียว แต่พบว่าผู้ฟังในลอนดอน ยอมรับฉันโดยไม่ลังเล ส่วนในญี่ปุ่น ฉันไม่คาดหวังจะให้เขาเข้าใจ จึงไม่ได้บอกคนที่เคยทำงานด้วยกันมากนัก"
สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารอย่าง โมโม โอมูระ ถูกวิจารณ์จากคนรอบข้าง เรื่องอาหารและเครื่องดื่มที่เธอชอบ "คนมักจะบอกว่าสิ่งที่ฉันสั่งตามร้านอาหารไม่น่ารักเลย" เธอกล่าวด้วยว่า "ฉันชอบอาหารอย่างปลาแห้ง และเครื่องใน เช่น ตับไก่ และชอบดื่มเหล้าสาเกญี่ปุ่น มากกว่าแชมเปญ"
สังคมญี่ปุ่นมักมองว่า สาว ๆ คาวาอิ สามารถดื่มเหล้าได้ แต่การดื่มได้มากกว่าผู้ชาย ไม่ใช่สิ่งที่พวกเธอควรแสดงออกต่อหน้าคนรัก ซึ่งแฟน ๆ ของอเกร็ทสึโกะ ก็ยังแปลกใจ เมื่อรู้ว่าเธอเป็นตัวการ์ตูนที่สร้างสรรค์โดยซานริโอ

ที่มาของภาพ, SANRIO
แต่อเกร็ทสึโกะ ไม่ได้เป็นการ์ตูนตัวแรกของซานริโอ ที่แหวกแนว โดยก่อนหน้านี้ ก็มี กุเดทามะ หรือ "ไข่ขี้เกียจ" ที่เปิดตัวเมื่อปี 2013 พร้อมกับบุคลิกนิ่งเฉย วันๆ ไม่สามารถทำอะไรได้เนื่องจากเครียดจัด และคอยปล่อยแต่มุขตลกที่สะท้อนข้อเท็จจริงจากด้านมืดของชีวิต
การ์ตูนตัวนี้ ถูกมองว่าเป็นสื่อสะท้อนคนในวัยรุ่น ที่ความมั่นใจถดถอย และมีแต่ความทุกข์ที่เพิ่มขึ้น

ที่มาของภาพ, SANRIO
คาตาโอกะ กล่าวว่า "เข้าใจมาตลอดว่าซานริโอ เน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็ก แต่ตอนนี้เริ่มสงสัย ว่าหันไปเน้นที่กลุ่มเป้าหมายที่มีอายุมากขึ้น และคนที่เกิดในสหัสวรรษนี้ด้วยหรือไม่"
ก่อนหน้าวันวาเลนไทน์นี้ ดูเหมือนว่า อเกร็ทสึโกะ กำลังจะตกหลุมรัก ในรายการรายสัปดาห์ล่าสุดของเธอทางช่อง TBS เธอไม่โกรธใครเลย โดยตลอดทั้งตอน ซึ่งแฟน ๆ กล่าวว่า ชอบดูอเกร็ทสึโกะเวลาน่ารัก แต่ก็หวังว่าเธอจะยังคงแสดงอารมณ์ด้านมืดออกมา แม้ว่าจะมีความรักแล้วก็ตาม ซึ่งสิ่งที่อเกร็ทสึโกะทำ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่สาววัยทำงานชาวญี่ปุ่น ก็อาจจะอยากทำตามเช่นกัน








