You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ปธน.เม็กซิโกสวนทรัมป์ ไม่จ่ายค่ากำแพงกั้นพรมแดนให้แน่
ประธานาธิบดี เอนริเก เปนญา นีเอโต ของเม็กซิโก แถลงโต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โดยระบุว่าเม็กซิโกจะไม่จ่ายยอมจ่ายค่าก่อสร้างกำแพงกั้นแนวพรมแดนสหรัฐฯ ตามที่นายทรัมป์กล่าวไว้ก่อนหน้านี้เด็ดขาด
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งให้จัดสร้างกำแพงกั้นแนวพรมแดนที่ติดต่อกับเม็กซิโก โดยให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เอบีซีว่า งบประมาณในการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนซึ่งคาดว่าจะตกเป็นเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯนั้น เม็กซิโกจะต้องจ่ายคืนแก่สหรัฐฯ โดยเต็มจำนวนในภายหลัง
ผู้นำเม็กซิโกแถลงว่า เขารู้สึกเศร้าเสียใจต่อแผนการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนของสหรัฐฯ เพราะชาวเม็กซิโกนั้นไม่ศรัทธาเชื่อถือในการสร้างเครื่องกีดขวาง โดยตัวเขาเองได้กล่าวย้ำไปหลายครั้งแล้วว่า เม็กซิโกจะไม่จ่ายเงินค่าก่อสร้างสำหรับกำแพงใด ๆ โดยเด็ดขาด
"เรื่องนี้เกิดขึ้นขณะที่ประเทศของเรากำลังเจรจากันถึงกฎเกณฑ์ใหม่สำหรับการค้า การลงทุน ความมั่นคง ผู้อพยพเข้าเมือง และความร่วมมืออื่น ๆ กันอยู่ ในฐานะประธานาธิบดี ผมต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ในการปกป้องผลประโยชน์ของเม็กซิโกและชาวเม็กซิกัน โดยหลังจากนี้ ผมจะตัดสินใจดำเนินมาตรการที่เหมาะสมต่อไป โดยอาศัยข้อมูลจากรายงานของคณะผู้แทนในกรุงวอชิงตัน รวมทั้งคำแนะนำจากหอการค้าและบรรดาผู้ว่าการรัฐต่าง ๆ" ผู้นำเม็กซิโกกล่าว
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีเม็กซิโกไม่ได้เอ่ยถึงกำหนดการเดินทางเยือนสหรัฐฯเพื่อพบเจรจากับผู้นำคนใหม่ ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ซึ่งเดิมกำหนดการพบปะจะมีขึ้นในวันที่ 31 มกราคมนี้
ประธานาธิบดีเม็กซิโกยังกล่าวทิ้งท้ายว่า เม็กซิโกขอมอบความเป็นมิตรให้ชาวอเมริกัน และเต็มใจจะหาทางบรรลุความร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงที่จะมีขึ้นควรจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ
นอกจากการลงนามในคำสั่งสร้างกำแพงกั้นแนวพรมแดนแล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์ยังลงนามในคำสั่งตัดเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลางแก่เมืองหลายแห่งที่มีจำนวนคนเข้าเมืองผิดกฎหมายอยู่มาก ซึ่งรวมทั้งนครนิวยอร์กและลอสแอนเจลิส ทั้งยังลงนามอนุมัติให้มีการจ้างงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง 10,000 คน เข้าเสริมกำลังในการตระเวนตรวจตราตามแนวพรมแดนด้วย
นายทรัมป์กล่าวในพิธีลงนามคำสั่ง ซึ่งจัดขึ้นที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิว่า "ชาติที่ไม่มีพรมแดนนั้นไม่ถือว่าเป็นชาติ นับแต่วันนี้ไป สหรัฐอเมริกาได้ความสามารถในการควบคุมพรมแดนของตนเองกลับคืนมาแล้ว"
ในเร็วๆ นี้ คาดว่านายทรัมป์จะลงนามในคำสั่งระงับการออกวีซ่าแก่ 7 ชาติที่เป็นภัยต่อสหรัฐฯ ในแอฟริกาและตะวันออกกลาง ซึ่งคาดว่าได้แก่ ซีเรีย อิรัก อิหร่าน ลิเบีย ซูดาน โซมาเลีย และเยเมน และจะสั่งระงับโครงการช่วยเหลือผู้อพยพจากซีเรียไปโดยไม่มีกำหนด