You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
คุณสมบัติ "คอแข็ง" ทนทานแอลกอฮอล์ อาจช่วยให้บรรพบุรุษมนุษย์อยู่รอด
แม้สังคมสมัยใหม่และความรู้ทางการแพทย์ในปัจจุบัน มีแนวโน้มจะมองการดื่มแอลกอฮอล์ว่าเป็นโทษต่อสุขภาพ และเพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควร แต่ใครจะรู้ว่าในอดีตกาลหลายล้านปีก่อน บรรพบุรุษร่วมของมนุษย์กับลิงไม่มีหาง (Ape) สามารถอยู่รอดและวิวัฒนาการมาเป็นพวกเราในทุกวันนี้ได้โดยไม่สูญพันธุ์ไปเสียก่อน อาจเป็นเพราะคุณสมบัติทางพันธุกรรมที่ทำให้บริโภคและรับพลังงานเพิ่มเติมจากแอลกอฮอล์ได้
ดร. คิม ฮอกกิงส์ จากมหาวิทยาลัยเอ็กซีเทอร์ (University of Exeter) และดร. โรบิน ดันบาร์ จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดของสหราชอาณาจักร ระบุในหนังสือที่พวกเขาร่วมกันเขียนชื่อ "แอลกอฮอล์กับมนุษย์: ความสัมพันธ์อันยาวนานทางสังคม" (Alcohol And Humans: A Long And Social Affair) โดยสันนิษฐานว่าลิงไม่มีหางที่อาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกาเมื่อราว 10 ล้านปีก่อน และเป็นบรรพบุรุษร่วมของมนุษย์, ชิมแปนซี, กอริลลา, อุรังอุตัง และลิงโบโนโบ ได้มีวิวัฒนาการจนสามารถย่อยสลายรวมทั้งเผาผลาญเอธานอล ซึ่งมาจากการกินผลไม้สุกที่ร่วงหล่นจากต้นและเกิดการหมักตามธรรมชาติ
ความสามารถทนทานต่อแอลกอฮอล์ ซึ่งมาจากยีนที่ผลิตเอนไซม์ช่วยย่อยสลายเอธานอลได้อย่างมีประสิทธิภาพนี้ ทำให้บรรพบุรุษของลิงไม่มีหางได้รับพลังงานในปริมาณแคลอรีที่เพิ่มมากขึ้น จนสามารถรอดพ้นจากวิกฤตขาดแคลนอาหารที่ทำให้เกือบต้องสูญพันธุ์ และสามารถกลับมาแข่งขันกับลิงชนิดอื่น ๆ ในยุคนั้น ในเรื่องการดำรงเผ่าพันธุ์ได้
ดร. ฮอกกิงส์ บอกว่า "แม้ในทุกวันนี้ เราก็ยังเห็นได้ว่าลิงใหญ่หลายชนิดกินผลไม้ที่สุกงอมจัดจนเกิดการหมักแอลกอฮอล์ หรือไม่ก็ดื่มน้ำตาลเมาที่มนุษย์เตรียมไว้ได้ ซึ่งเป็นความสามารถที่มาชดเชยข้อด้อย เรื่องที่ไม่สามารถกินผลไม้ดิบที่ยังอยู่กับต้นแบบลิงอื่น ๆ โดยจะเห็นได้ว่า มนุษย์และลิงใหญ่ทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถย่อยผลไม้ดิบได้ดีนักอยู่"
"พฤติกรรมนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนระหว่างมนุษย์กับแอลกอฮอล์ สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ดีกรีความแรงของแอลกอฮอล์ในผลไม้สุกงอมจัดตามธรรมชาติอยู่ที่เพียง 1-4% ซึ่งเทียบได้กับเบียร์ดีกรีอ่อน ๆ เท่านั้น แต่ในปัจจุบันมนุษย์นิยมดื่มแอลกอฮอล์ที่ดีกรีแรงกว่านั้นมาก"
ด้าน ดร. ดันบาร์ นักจิตวิทยาวิวัฒนาการจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดกล่าวเสริมว่า "ปัญหาการติดสุราในสังคมยุคใหม่ ไม่ได้เป็นแค่ปัญหาสุขภาพเท่านั้น แต่ถือเป็นผลพวงส่วนหนึ่งจากความสัมพันธ์ทางสังคมของมนุษย์ที่มีมาตั้งแต่ในอดีต"
"ในวัฒนธรรมต่าง ๆ และในหลายยุคสมัย แอลกอฮอล์มีบทบาทสำคัญต่อวิธีการที่มนุษย์เข้าสังคมและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน แม้ในทุกวันนี้แอลกอฮอล์จะถูกมองว่าเป็นปัญหาทางการแพทย์มากขึ้น แต่พฤติกรรมติดสุราก็เป็นเพียงส่วนประกอบเล็ก ๆ ในรูปแบบทางสังคมอันกว้างขวางหลากหลาย ซึ่งเกิดจากการใช้แอลกอฮอล์ของมนุษยชาติเท่านั้น" ดร. ดันบาร์กล่าว