สุขภาพ : กระดูกอ่อนในข้อต่อมนุษย์เสียหาย งอกใหม่ได้เหมือนซาลาแมนเดอร์

ที่มาของภาพ, Getty Images
นักสรีรวิทยาเพิ่งค้นพบว่ากระดูกอ่อน (Cartilage) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของข้อต่อต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์ มีศักยภาพในการซ่อมแซมตนเองหรืองอกใหม่ได้เมื่อเกิดความเสียหาย โดยใช้วิธีการผลิตโปรตีนแบบเดียวกับสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibian) จำพวกซาลาแมนเดอร์ ซึ่งสามารถงอกแขนขาหรือหางขึ้นมาใหม่ได้เสมอ
ทีมวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยดุ๊ก (Duke University) ของสหรัฐฯ รายงานการค้นพบดังกล่าวในวารสาร Science Advances โดยชี้ว่ากระดูกอ่อนในข้อต่อของมนุษย์ เช่นที่ข้อสะโพก ข้อเข่า และข้อเท้า สามารถซ่อมแซมตนเองได้ ซึ่งตรงข้ามกับความเข้าใจทางการแพทย์ที่มีมาแต่เดิม และน่าจะเป็นความสามารถแฝงที่ได้รับตกทอดมาจากบรรพบุรุษที่เป็นสัตว์เลื้อยคลาน
ทั้งนี้ กระดูกอ่อนเป็นโปรตีนจำพวกคอลลาเจน ซึ่งช่วยห่อหุ้มส่วนปลายกระดูกที่เป็นข้อต่อ รองรับแรงกระแทก และช่วยให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างราบรื่น แต่หากกระดูกอ่อนสึกกร่อนหรือเกิดความเสียหาย จะทำให้เป็นโรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) ซึ่งเป็นโรคข้อชนิดที่พบได้มากที่สุดในโลก
ก่อนหน้าการค้นพบในครั้งนี้ ทีมผู้วิจัยได้ตรวจวัดปริมาณการสร้างโปรตีนหลายชนิดในเนื้อเยื่อของข้อต่อหลายส่วน รวมทั้งตรวจวัดอายุของโปรตีนดังกล่าวว่าเป็นของค้างเก่าหรือของที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นใหม่อีกด้วย
ผลปรากฏว่าข้อต่อในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ มีสัดส่วนของโปรตีนจำพวก "คอลลาเจนอายุน้อย" ที่ผลิตขึ้นใหม่ไม่เท่ากัน โดยข้อเท้าจะมีปริมาณของคอลลาเจนใหม่ดังกล่าวอยู่มากที่สุด ในขณะที่ข้อเข่ามีคอลลาเจนอายุปานกลางอยู่เป็นสัดส่วนมากกว่า ส่วนข้อสะโพกนั้นมีคอลลาเจนเก่าซึ่งมีอายุมากในปริมาณสูงสุด

ที่มาของภาพ, SCIENCE PHOTO LIBRARY
ผลการศึกษานี้อาจเป็นคำตอบได้ว่า เหตุใดโรคข้อเสื่อมและอาการบาดเจ็บที่ข้อสะโพกและข้อเข่า จึงรักษาให้หายได้ยากและช้ากว่าที่ข้อเท้า
ทีมผู้วิจัยยังพบว่า กระบวนการสร้างโปรตีนเพื่อซ่อมแซมกระดูกอ่อนดังกล่าว ใช้กลไกแบบเดียวกับที่พบในซาลาแมนเดอร์ รวมทั้งในสัตว์เลื้อยคลานพวกจิ้งจกตุ๊กแก และในปลาม้าลาย (Zebrafish) โดยโมเลกุลที่เรียกว่าไมโครอาร์เอ็นเอ (microRNA) จะเป็นตัวควบคุมการสร้างคอลลาเจนใหม่ในเนื้อเยื่อข้อต่อ ซึ่งในสัตว์เหล่านี้กระบวนการสร้างโปรตีนจะทำงานอย่างแข็งขันกว่าที่พบในมนุษย์หลายเท่า
ศาสตราจารย์ เวอร์จิเนีย เคราซ์ หนึ่งในนักวิจัยอาวุโสของทีมบอกว่า "ในอนาคต เราเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมการทำงานของไมโครอาร์เอ็นเอได้ รวมทั้งสามารถจะชดเชยองค์ประกอบที่ขาดหายไปในการสร้างโปรตีน ซึ่งจะส่งผลในการช่วยป้องกันและรักษาโรคข้อเสื่อม หรือแม้กระทั่งฟื้นฟูแขนขาของมนุษย์ที่สูญเสียไปให้กลับคืนมาได้ในสักวันหนึ่ง"









