หน้าร้อน : ครีษมายัน วันที่มีช่วงกลางวันยาวนานที่สุดในรอบปีของซีกโลกเหนือ

ที่มาของภาพ, Getty Images
วันนี้ (21 มิ.ย.) เป็นวันครีษมายัน (Summer Solstice) ซึ่งเป็นวันที่มีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปีของซีกโลกเหนือ
ในวันนี้ที่อังกฤษดวงอาทิตย์ขึ้นที่เวลา 4.43 น. และจะตกเวลา 21.21น. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีเวลาช่วงกลางวันที่มีแสงจากดวงอาทิตย์ยาวนานถึง 16 ชั่วโมง 38 นาที ในขณะที่หมู่เกาะสวาลบาร์ด ส่วนหนึ่งของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของโลกนั้นจะมีแสงอาทิตย์ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน เม.ย.-ส.ค.
ส่วนประเทศไทย วันนี้ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลาประมาณ 5.51 น. และจะตกลับขอบฟ้า เวลาประมาณ 18.47 น. รวมเวลาที่ดวงอาทิตย์ปรากฏอยู่บนท้องฟ้า 12 ชั่วโมง 56 นาที (เวลากรุงเทพฯ)
ครีษมายัน คืออะไร

ที่มาของภาพ, PA
ครีษมายัน (ครีด-สะ-มา-ยัน) เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกโดยเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด ถือเป็นวันเปลี่ยนฤดูกาลเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศในแถบซีกโลกเหนือ และเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศในซีกโลกใต้
ครีษมายันมีความสำคัญหลายประการทางซีกโลกเหนือ เพราะนอกจากจะเป็นวันแรกของฤดูร้อนแล้ว วันนี้ยังมีความสำคัญและเป็นสัญลักษณ์ของการเพาะปลูกพืช การเก็บเกี่ยว และความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย
ในแต่ละปีมีการเฉลิมฉลองวันครีษมายันในหลายประเทศทั่วโลก โดยในอังกฤษนั้น วันนี้มีผู้คนราว 10,000 คนไปรวมตัวกันที่อนุสรณ์สถานยุคก่อนประวัติศาสตร์ สโตนเฮนจ์ เพื่อชมแสงแรกของวันเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นที่ขอบฟ้า และร่วมเฉลิมฉลองต้อนรับวันแรกของฤดูร้อน โดยเชื่อกันว่าพิธีกรรมฉลองวันครีษมายันที่สโตนเฮนจ์มีมายาวนานหลายพันปีแล้ว

ที่มาของภาพ, Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images
นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ระบุว่า วันครีษมายัน หมายถึงวันที่ดวงอาทิตย์โคจรไปถึงจุดหยุด หรือจุดสุดทางเหนือ
ในแต่ละวันดวงอาทิตย์จะปรากฏในตำแหน่งต่างกัน เปลี่ยนตำแหน่งไปประมาณวันละ 1 องศา ตั้งแต่เดือน มี.ค. ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ไปทางเหนือเรื่อย ๆ และหยุดที่จุดเหนือสุดในวันที่ 21 มิ.ย. จากนั้นจะค่อย ๆ เคลื่อนลงมาทางใต้ ทำให้ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด จึงมีช่วงเวลากลางวันยาวที่สุดในรอบปี

ที่มาของภาพ, Getty Images

ที่มาของภาพ, PA
นายศุภฤกษ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ในหนึ่งปี โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี โลกจึงมีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน ช่วงใกล้ที่สุดประมาณต้นเดือน ม.ค. (147 ล้านกิโลเมตร) และช่วงไกลที่สุดประมาณต้นเดือนก.ค. (ระยะห่างเฉลี่ย 152 ล้านกิโลเมตร)
เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของระยะทางใกล้-ไกล ในการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ถือเป็นอัตราส่วนที่น้อยมาก จึงไม่มีผลต่อการเกิดฤดูกาลแต่อย่างใด
แต่การที่แกนหมุนของโลกเอียงทำมุม 23.5 องศากับแนวตั้งฉากกับระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลกจึงรับแสงอาทิตย์ได้ในปริมาณไม่เท่ากัน ส่งผลให้มีอุณหภูมิต่างกัน รวมถึงมีระยะเวลากลางวันและกลางคืนที่ต่างกันด้วย เป็นเหตุให้เกิดฤดูกาลขึ้นบนโลก จะสังเกตได้ว่า ในฤดูร้อน เวลากลางวันจะยาวกว่ากลางคืน ดวงอาทิตย์จะขึ้นเร็วและตกช้า ส่วนในฤดูหนาว เวลากลางคืนจะยาวนานกว่ากลางวัน ดวงอาทิตย์จะขึ้นช้าและตกเร็ว










