เดจาวู: 8 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ชวนพิศวง

Portrait close-up of a woman wearing a blue and white stripy top, she's looking up, confused, and is standing in front of a blue wall background

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ฉันว่าฉันเคยเจอกับเหตุการณ์นี้มาแล้ว

มันคือความรู้สึกที่น่าพิศวง เหมือนกับว่าคุณเคยได้ไป ได้เห็น หรือได้ประสบเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งมาแล้ว ทั้งที่สามัญสำนึกแย้งว่ามันเป็นไปไม่ได้ ความรู้สึกแบบนี้เรียกว่า "เดจาวู" ( Déjà vu)

เดจาวูเกิดจากอะไร และเหตุใดมันจึงเกิดขึ้น?

1. การเดินทางคือปัจจัยกระตุ้นให้เกิดเดจาวู

Young female tourist walking on an old street in Barcelona, Catalonia

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สาบานได้ว่าฉันเคยเห็นระเบียงนี้มาก่อน!

คริส มูลิน ผู้เชี่ยวชาญด้าน เดจาวู บอกว่า โดยทั่วไป เดจาวู มักเป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานที่ และผู้คนมักมีความรู้สึกนี้รุนแรงเวลาที่เดินทางไปยังสถานที่ใหม่ ๆ และได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะสถานที่ที่เราไม่รู้จักมักกระตุ้นให้เกิด "ความขัดแย้ง" ระหว่างความรู้สึกรุนแรง ว่ามีบางอย่างที่เราคุ้นเคยกับความตระหนักว่านี่ไม่ใช่ความทรงจำ

ผลการศึกษาหลายชิ้นพบหลักฐานบ่งชี้ว่า ยิ่งเดินทางมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสัมผัสประสบการณ์เดจาวู มากขึ้นเท่านั้น

2. คนอายุน้อยมักประสบเหตุการณ์เดจาวูได้มากกว่า

A group of school kids on a trek in South Africa

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เราปีนเขาลูกนี้มากี่ครั้งแล้วนะ?

คุณจะสัมผัสประสบการณ์เดจาวูบ่อยที่สุดตอนอายุน้อย แต่โดยเฉลี่ยมักไม่เกินเดือนละครั้ง

ความรู้สึกเช่นนี้จะค่อย ๆ ลดลงเหลือครึ่งหนึ่งเมื่อคุณอายุแตะวัย 40-50 ปี และพออายุเข้า 60 ปี โอกาสที่คุณจะได้สัมผัสเหตุการณ์เดจาวูจะเหลือเพียงปีละครั้งเท่านั้น

3. บางคนอาจมีความรู้สึกเดจาวูได้ตลอดทั้งวัน

A young Cuban woman walking down a street in Havana

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ความรู้สึกเดจาวูอาจเป็นเรื่องสนุก แต่ถ้าเกิดขึ้นทั้งวันอาจเป็นเรื่องที่ขำไม่ออก

คนส่วนใหญ่มักมีความรู้สึกเดจาวู เกิดขึ้นนาน ๆ ครั้ง และเกิดขึ้นเพียงชั่วขณะ แต่สำหรับบางคน ความรู้สึกนี้อาจกินเวลานานทั้งวันจนกลายเป็นปัญหาใหญ่

ลิซา จากเมืองแมนเชสเตอร์ของอังกฤษ เริ่มสัมผัสเหตุการณ์เดจาวูอย่างต่อเนื่องรุนแรงตอนอายุ 22 ปี และความรู้สึกที่เกิดขึ้นอาจกินเวลาทั้งวัน

"บางครั้งฉันตื่นนอนตอนเช้า แล้วเริ่มมีความรู้สึกคุ้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทันที" ลิซา กล่าว

ความรู้สึกเดจาวู ที่เกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อประสาทสัมผัสทั้งหมดของเธอ

แต่ในที่สุด ลิซาก็ค้นพบว่าความรู้สึกดังกล่าวเกี่ยวข้องกับโรคลมชักชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติเหตุสมองกลีบขมับ (Temporal lobe epilepsy) และได้รับการรักษาในที่สุด

4. เดจาวู เกิดจากจุดกำเนิดกระแสไฟฟ้าผิดปกติในสมอง

Scientific medical illustration: silhouette of a man's head, the brain is light up in orange, and the surrounding area is blue.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เดจาวู เกิดจากจุดกำเนิดกระแสไฟฟ้าผิดปกติในสมอง

ข้อมูลจากเว็บไซต์ หาหมอ ระบุว่า ลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติเหตุสมองกลีบขมับ (Temporal lobe epilepsy) นั้นนั้นมีจุดกำเนิดของกระแสไฟฟ้าผิดปกติในสมองส่วนกลีบขมับ (Temporal lobe)

โดยอาการผิดปกติที่พบจะเกี่ยวข้องกับหน้าที่ของสมองส่วนกลีบขมับได้แก่ อารมณ์ พฤติกรรม และความจำ เป็นหลัก เช่น ความรู้สึกกลัว ความรู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่ (เหมือนเคยไปมาก่อน) ทั้งที่จริงไม่เคยไปมาก่อน ความรู้สึกมีความสุขมาก ซึ่งถ้าเป็นไม่รุนแรงก็ยังรู้ตัวแต่ควบคุมอาการไม่ได้ แต่ถ้าเป็นรุนแรงขึ้นก็จะไม่ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยไม่มีจุดมุ่งหมาย เช่น อาจมีการถูมือไปมา หรือเคี้ยวปากโดยไม่รู้สึกตัว

ส่วนคำอธิบายอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดเดจาวูรวมถึง ทฤษฎีเอกภพคู่ขนาน (Parallel Universe) ที่มาบรรจบกันในช่วงจังหวะที่เกิดเดจาวู ส่วนอีกทฤษฎีเป็นเรื่องเกี่ยวกับการกลับชาติมาเกิด

5. ระบบ "ตรวจเช็คความเป็นจริง" ในสมองคุณกู้คืนความจริง

Concept illustration: a boy and girl, back to back, their brains lit up

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ระบบ "ตรวจเช็คความเป็นจริง" ในสมอง ทำให้ความรู้สึกเดจาวูจบลง

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าในสมองคนเรามีระบบการทำงานที่ 2 ในการควบคุมการทำงานของสมองส่วนกลีบขมับ

โดยเรียกระบบนี้ว่า ระบบตรวจเช็คข้อเท็จจริงที่ช่วยให้คนเรารับรู้ว่าเราเข้าใจผิดไปเอง และทำให้ความรู้สึกเดจาวูจบลง

6. คุณอาจคิดว่าคุณหยั่งรู้อนาคตได้...

a crystal ball by a lake at sunset

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เวลาที่เดจาวูเกิดขึ้นในหลายจุดของสมองมากกว่าปกติ อาจไปกระตุ้นให้คุณรู้สึกราวกับว่าสามารถรับรู้ได้ล่วงหน้าว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น

คริส มูลิน บอกว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะระบบความทรงจำของคุณช่วยเราทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

"นี่คือสาเหตุว่าทำไมเราจึงมีความทรงจำ เพราะมันช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการทำผิดพลาดซ้ำ ๆ และคาดการณ์ได้ถึงสิ่งที่จะเกิดตามมา"

ดังนั้น เวลาที่เดจาวูเกิดขึ้นในหลายจุดของสมองมากกว่าปกติ ก็อาจไปกระตุ้นอารมณ์ และภาพที่ถูกบันทึกไว้ จนทำให้คุณรู้สึกราวกับว่ารับรู้ได้ล่วงหน้าว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นนั่นเอง

7. "จาเมส์วู" ตรงข้ามกับ "เดจาวู"

Photo of a woman on an open field, but the woman's head has been replaced by a black balloon, and the feeling is eery

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, "จาเมส์วู" เป็นประสบการณ์ที่เราคุ้นเคย แต่กลับมีความรู้สึกแปลก ๆ

"จาเมส์วู" (Jamais vu) เป็นประสบการณ์ที่เราคุ้นเคย แต่กลับมีความรู้สึกแปลก ๆ เช่น การที่เรามองหน้าคนที่เรารู้จัก แต่จู่ ๆ พวกเขากลับดูเหมือนคนแปลกหน้า

คุณอาจรู้สึกแบบนี้กับตัวหนังสือ เช่น ตอนที่คุณจะเขียนคำ ๆ หนึ่ง แต่ชั่วขณะหนึ่งกลับดูเหมือนว่าคำนั้นไม่ถูกต้อง

คริส มูลิน บอกว่า คุณอาจกระตุ้นความรู้สึกนี้ด้วยการพูดคำที่คุ้นเคยซ้ำ ๆ จนฟังดูไม่มีความหมายและกลายเป็นเพียงเสียง ๆ หนึ่งเท่านั้น

8. นักปรจิตวิทยาชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ให้กำเนิดคำว่า "เดจาวู"

Black and white portrait of Émile Boirac

ที่มาของภาพ, Historic Images / Alamy Stock Photo

คำบรรยายภาพ, เอมีล บัวรัค บิดาแห่ง "เดจาวู"

เอมีล บัวรัค (Emile Boirac) ใช้คำศัพท์ "เดจาวู" เป็นครั้งแรกในหนังสือ L'Avenir des sciences psychiques ซึ่งหมายความถึง อาการที่รู้สึกว่า เหตุการณ์ที่เพิ่งพบเจอนั้นคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยพบเจอมาแล้ว เป็นประสบการณ์ทางจิต เกิดได้กับทุกคนและทุกเวลา ไม่ว่าหลับหรือตื่น

ปรากฏการณ์นี้มักถูกมองเป็นเรื่องปริศนาเหนือธรรมชาติ