You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เล็งใช้ไวรัสช่วยย้อนวัย ลบรอยเหี่ยวย่นให้เซลล์ชราภาพ
นักวิทยาศาสตร์จากสหรัฐฯ ค้นพบว่าริ้วรอยเหี่ยวย่นบนเยื่อหุ้มนิวเคลียสของเซลล์ที่แก่ชรา เป็นตัวการขัดขวางไม่ให้ยีนทำงานได้ตามปกติและส่งผลให้ร่างกายชราภาพลง แต่อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้สามารถหยุดยั้งได้ด้วยการใช้ไวรัสเป็นพาหะนำ "ครีมลบริ้วรอย" เข้าถึงภายในเซลล์ดังกล่าว
ดร. อิรินา เอ็ม. บ็อกคิส และคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียของสหรัฐฯ ตีพิมพ์ผลการค้นพบล่าสุดลงในวารสาร Aging Cell โดยระบุว่าภาวะที่ร่างกายแสดงความเสื่อมถอยในด้านต่าง ๆ ตามวัยที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นผลมาจากริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เกิดขึ้นบนเยื่อหุ้มนิวเคลียสของเซลล์เมื่อแก่ตัวลง ซึ่งริ้วรอยนี้ทำให้ตำแหน่งของดีเอ็นเอที่อยู่ภายในนิวเคลียสเปลี่ยนไป
"ตำแหน่งของดีเอ็นเอในนิวเคลียสนั้นสำคัญมาก ตามปกติแล้วยีนที่ถูกกำหนดให้ปิดสวิตช์การทำงานในเซลล์ประเภทหนึ่ง จะถูกดันให้เข้าไปชิดติดกับเยื่อหุ้มนิวเคลียส ทำให้ยีนตัวนั้นไม่ทำงานในเซลล์ชนิดดังกล่าวโดยสมบูรณ์ แต่หากพื้นผิวของเยื่อหุ้มนิวเคลียสยับย่นไม่สม่ำเสมอ ก็ไม่อาจจะปิดสวิตช์การทำงานของยีนนั้นลงได้ดีเท่าที่ควร" ดร.บ็อกคิส อธิบาย
"คนเรามียีนและดีเอ็นเอชุดเดียวกันอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกาย แต่ว่ายีนแต่ละตัวจะถูกเปิดและปิดสวิตช์การทำงานในรูปแบบที่ต่างกันออกไปซึ่งขึ้นอยู่กับเซลล์แต่ละชนิด ยีนบางตัวถูกเปิดสวิตช์ให้ทำงานในเซลล์ตับ แต่จะถูกปิดสวิตช์ไม่ให้ทำงานในเซลล์สมอง หากยีนตัวใดทำงานผิดไปจากตำแหน่งที่เหมาะสม ก็จะทำให้ร่างกายมีปัญหาได้"
ดร. บ็อกคิสและคณะใช้เซลล์ของผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับเป็นต้นแบบในการศึกษาครั้งนี้ ซึ่งพบว่ารอยเหี่ยวย่นบนเยื่อหุ้มนิวเคลียสของเซลล์ดังกล่าว ได้ทำให้ยีนทำงานผิดปกติจนเซลล์ตับกลายสภาพเป็นเซลล์ไขมันไปในที่สุด
อย่างไรก็ตาม รอยเหี่ยวย่นในระดับเซลล์ที่เกิดขึ้นนั้นมาจากการขาดโปรตีนลามิน (Lamin) ซึ่งทำให้เยื่อหุ้มนิวเคลียสเรียบสม่ำเสมอ ดร.บ็อกคิสจึงได้เสนอแนวคิดใช้ไวรัสเป็นพาหะนำลามินเข้าถึงภายในเซลล์ เพื่อให้เป็นเสมือนครีมลบริ้วรอยที่จะทำให้ยีนกลับมาทำงานเป็นปกติ ซึ่งจะช่วย "ย้อนวัย" ให้กับเซลล์ต่าง ๆ ได้ด้วย
"ในขั้นต้นเราคาดว่าวิธีนี้จะสามารถนำไปรักษาภาวะผิดปกติของระบบเผาผลาญ เช่นโรคเบาหวานและไขมันพอกตับได้ แต่ในระยะยาวคาดว่าจะสามารถประยุกต์ใช้ฟื้นฟูสภาพเซลล์ที่แก่ชราได้ทั่วร่างกาย เนื่องจากเซลล์ต่าง ๆ ต้องเผชิญกับภาวะที่ทำให้ชราภาพในแบบเดียวกัน" ดร.บ็อกคิสกล่าว