องค์กรผู้บริโภคจะทำอย่างไร เมื่อ ทรู-ดีแทคเดินหน้าควบรวมกิจการ

ภาพประชาชนคัดค้านดีลทรู-ดีแทค

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

สองยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมของไทย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือทรู และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กำลังมุ่งหน้าสู่กระบวนการควบรวมอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ต้องรอไฟเขียวจากผู้คุมกฎอย่าง กสทช. เป็นเวลากว่า 1 ปี

กสทช. หรือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้ลงมติเพียง "รับทราบ" การควบรวมกิจการของสองบริษัทดังกล่าวเท่านั้น ค่อนข้างสวนทางกับความเห็นของภาคประชาสังคม นำโดยสภาองค์กรของผู้บริโภค

นั่นจึงนำไปสู่การขับเคลื่อนกดดันทุกทาง รวมทั้งหลังจากที่ กสทช. มีมติดังกล่าว สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ร่วมกันกับกลุ่มผู้บริโภคฟ้องศาลปกครองขอเพิกถอนมติ กสทช. ไฟเขียวควบรวมทรู-ดีแทค

แต่ศาลปกครองยกฟ้องคำร้องที่ขอให้ชะลอการบังคับใช้มติของ กสทช. ไปแล้วเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2565 และทำให้ทั้งทรูและดีแทค สามารถดำเนินการเกี่ยวกับการควบรวมกิจการต่อไปได้ในระหว่างการรอคำตัดสินจากศาล

ปมกฎหมายที่ยังรอพิจารณายังมีอีกหรือไม่

น.ส.สารี อ๋องสมหวังเลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวกับบีบีซีไทยวันนี้ (16 ม.ค. ) ว่า ภายหลังจากที่ศาลมีคำสั่งดังกล่าว สภาองค์กรของผู้บริโภคพร้อมทั้งผู้ฟ้องคดีรวม 5 คน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางไปแล้วเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2565 เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งยกคำร้องวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาดังกล่าวไป

ทั้งนี้ สภาองค์กรฯ ยังได้ขอให้เปิดพิจารณาคดีควบรวมทรู-ดีแทคใหม่กับที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองชั้นต้น เนื่องจากเป็นการควบรวมที่กระทบต่อคนจำนวนมาก

"สภาองค์กรฯ ยังได้ยื่นหนังสือไปยังอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น เพื่อให้พิจารณาเรื่องนี้อีกด้วย ขณะที่สัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับเอกสารคำให้การของทั้งดีแทคและทรูแล้ว โดยคณะกรรมการในสภาองค์กรฯ กำลังพิจารณาหาช่องทางในการดำเนินการตามกรอบที่กระบวนการยุติธรรมให้ขอบเขตไว้" น.ส.สารี กล่าว

ทรู-ดีแทค เดินหน้ากระบวนการควบรวม

สัญญาณชัดเจนของการเดินหน้าควบรวมกิจการของสองยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมมีขึ้นเมื่อวันที่ 12 ม.ค. เมื่อทั้งสองได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า คณะกรรมการของทั้งสองบริษัท มีมติเรียกผู้ประชุมผู้ถือหุ้นร่วมในวันที่ 23 ก.พ. 2566 เพื่อพิจารณาและอนุมัติเรื่องที่เกี่ยวกับการควบรวมบริษัท

ป้ายโลโก้

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

สาระสำคัญของเอกสารดังกล่าวระบุว่า การควรรวมกิจการจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสแรกของปีนี้ และในระหว่างการดำเนินการควบรวม บริษัททั้งสองยังคงจะแยกการบริหารงาน และให้บริการลูกค้าตามปกติและไม่มีผลกระทบใด ๆ

นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังได้ระบุถึง การจดทะเบียนบริษัทใหม่ชื่อ "บริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)" ที่จะใช้เป็นชื่อบริษัทใหม่หลังการควบรวมกิจการสำเร็จ แต่จะยังคงใช้ทั้งแบรนด์ดีแทคและทรู ให้บริการลูกค้า

ในแง่ของสัดส่วนการถือครองหุ้น ทั้งสองฝ่ายจะถือหุ้นเท่ากันราว 30%

มาตรการเฉพาะ กสทช. ต่อดีลควบรวมทรู-ดีแทค คือ ความหวังสุดท้าย ?

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2565 เมื่อ กสทช. มีมติ "รับทราบ" "ทรู-ดีแทค" ควบรวมกิจการ ภายใต้เงื่อนไขและมาตรการเฉพาะเพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริโภค การแข่งขัน และอุตสาหกรรมโทรคมนาคม สังคมได้ตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ของเงื่อนไขดังกล่าวว่า จะสามารถบังคับใช้ได้จริงหรือไม่

แล้วเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้บริโภคเป็นอย่างไรบ้าง

การกำหนดเพดานราคาของอัตราค่าบริการเฉลี่ย

  • อัตราค่าบริการเฉลี่ยลดลง 12% โดยใช้วิธีการเฉลี่ยราคาใหม่ ด้วยการถ่วงน้ำหนักตามจำนวนผู้ใช้บริการในแต่ละรายการส่งเสริมการขาย ภายใน 90 วันหลังจากมีการควบรวม
  • ให้มีทางเลือกของราคาที่แยกรายบริการเพื่อให้เป็นทางเลือก
  • ให้นำส่งข้อมูลต้นทุนและข้อมูลที่จำเป็นโดยให้มีหน่วยงานตรวจสอบ
  • ให้ผู้แจ้งการรวมธุรกิจประกาศให้ผู้ใช้บริการรับทราบ เพื่อมีการตรวจสอบและมีบทลงโทษกรณีทำไม่ได้ เช่น ปรับเป็นจำนวนร้อยละของรายได้ หรือปรับเป็นขั้นบันได และเพิกถอนใบอนุญาต

การกำหนดราคาค่าบริการ โดยใช้ราคาเฉลี่ยทางเศรษฐศาสตร์ (Average Cost Pricing)

  • ให้นำส่งข้อมูลตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำรายงานบัญชีแยกประเภทในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ​. 2564 ให้ครบถ้วน โดยให้แยกรายละเอียดเป็นรายเดือน และนำส่งสำนักงาน กสทช. ทุก 3 เดือน หรือเมื่อ กสทช. ร้องขอ เพื่อใช้ตรวจสอบโครงสร้างต้นทุน โครงสร้างอัตราค่าบริการ และนำมาคำนวณหาต้นทุนรวมเฉลี่ย ซึ่งเป็นราคาในตลาดที่มีการแข่งขัน (Average Cost Pricing) และต้นทุนส่วนเพิ่ม (MC) ที่เป็นปัจจุบันและถูกต้อง
Dtac logo

ที่มาของภาพ, Getty Images

  • จัดให้มีที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญด้านการสอบทานข้อมูลโครงสร้างต้นทุน อัตราค่าบริการ หรือข้อมูลด้านอัตราต่างๆ ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในต่างประเทศมาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยให้ กสทช. เป็นผู้กำหนด และให้ผู้ยื่นคำร้องรวมธุรกิจเป็นผู้รับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดพร้อมจัดจ้างที่ปรึกษา
  • จัดให้มีที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเพื่อทำหน้าที่สอบทาน (Verify) ความถูกต้องของข้อมูลตรวจสอบโครงสร้างต้นทุน โครงสร้างอัตราค่าบริการ และนำมาคำนวณหาต้นทุนเฉลี่ย (AC) และต้นทุนส่วนเพิ่ม (MC) ที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันของแต่ละรายบริการ เช่น บริการเสียง บริการข้อมูล บริการส่งข้อความ เป็นต้น ปีละ 4 ครั้ง (รายไตรมาส) โดยต้องจัดให้มีที่ปรึกษาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี หรือตลอดระยะเวลาอายุใบอนุญาตสิ้นสุดลงในกรณีที่อายุใบอนุญาตน้อยกว่า 10 ปี
  • จะต้องมีการกำหนดและแสดงอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แยกตามรายบริการ (Unbundle) เช่น บริการเสียง บริการข้อมูล บริการส่งข้อความ เป็นต้น หรือการส่งเสริม การขายแบบแยกรายบริการ (Unbundle Package) เพื่อให้ผู้ใช้บริการปลายทางได้รับทราบก่อน โดยให้กำหนดอัตราค่าบริการตามต้นทุนเฉลี่ยรายบริการ (Average Cost Pricing) โดยคิดราคาตามที่มีการใช้งานจริง โดยจะต้องไม่มีการกำหนดการซื้อบริการขั้นต่ำไว้ ทั้งนี้ การกำหนดอัตราตามต้นทุนเฉลี่ยรายบริการ (Average Cost Pricing) ให้นำไปใช้กับกรณีค่าบริการส่วนเกินที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการรายการส่งเสริมการขายแบบแยกรายบริการ (Unbundle Package) และการส่งเสริมการขายแบบรวมรายบริการ (Bundle Package) ด้วย
logo true and AIS

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

การคงทางเลือกของผู้บริโภค

กำหนดให้บริษัท TUC และบริษัท DTN ยังคงแบรนด์การให้บริการแยกจากกัน เป็นระยะเวลา 3 ปี

สัญญาการให้บริการ

บริษัท TUC และบริษัท DTN จะต้องคงไว้ซึ่งเงื่อนไขของสัญญาและข้อตกลงระหว่างบริษัทและผู้ใช้บริการ รวมถึงผลประโยชน์ที่ได้รับตามที่ได้มีการทำสัญญาหรือข้อตกลงไว้ตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา เว้นแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของสัญญาที่เป็นคุณหรือเป็นประโยชน์และได้รับการยินยอมจากผู้ใช้บริการแล้ว

การประชาสัมพันธ์การให้บริการเพื่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ ภายหลังการรวมธุรกิจ

บริษัท TUC และบริษัท DTN จะต้องประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทราบถึงการคงไว้ซึ่งคุณภาพในการให้บริการและค่าบริการที่เป็นธรรม และจะต้องกำหนดแนวทางการปฏิบัติเพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการหลังการรวมธุรกิจ โดยสำนักงาน กสทช. อาจกำหนดแนวทางและระยะเวลาการดำเนินการ รวมถึงเงื่อนไขในการปฏิบัติในเรื่องการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้บริษัท TUC และบริษัท DTN ดำเนินการต่อไป

รายละเอียดทั้งหมดอ่านเพิ่มเติมที่ "เอกสารของ กสทช."

ด้านเลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่า ทีมงานจะไปศึกษารายละเอียดของมาตรการดังกล่าวของ กสทช. ว่าสามารถจัดการควบคุมสภาพการแข่งขันได้จริงหรือไม่ พร้อมกับจะยังคงตรวจสอบการทำงานและการกำกับดูแล กสทช. ในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด