กบฏฮูตีโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในทะเลแดง เส้นทางเดินเรือสำคัญผ่านคลองสุเอซ กระทบการค้าโลกแค่ไหน

ที่มาของภาพ, getty
- Author, อับเดลบาร์ซีร์ ฮัสเซน
- Role, ผู้สื่อข่าว บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือระหว่างประเทศเปิดเผยว่า สินค้าต่าง ๆ ที่เราใช้ในชีวิตทุกวันนี้ เช่น โทรทัศน์และรองเท้ากีฬา อาจมีแนวโน้มแพงขึ้นอีก หากว่าเรือบรรทุกสินค้าต้องเดินเรือด้วยเส้นทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการแล่นผ่านทะเลแดง เนื่องจากความเสี่ยงจากการโจมตีของกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน
ปัจจุบัน บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการขนส่งสินค้าตัดสินใจยุติการเดินเรือในเส้นทางดังกล่าวไปแล้วหลังเกิดการโจมตีเรือพาณิชย์หลายครั้งในช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ซึ่งอยู่ทางใต้ของทะเลแดง
เส้นทางการเดินเรือสายนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลก มีการประเมินว่ากว่า 12% ของปริมาณการค้าโลกทั้งหมด รวมถึงกว่า 30% ของตู้คอนเทนเนอร์ทั้งโลก ใช้ช่องทางผ่านคลองสุเอซซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทะเลแดง
การโจมตีของกลุ่มกบฏฮูตีดังกล่าวได้เพิ่มต้นทุนการขนส่งทางเรือ บริษัท แอมเบรย์ (Ambrey) ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยทางทะเล ให้สัมภาษณ์บีบีซีว่า ต้นทุนดังกล่าวมาจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการจ้างที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงติดอาวุธ สำหรับบริษัทที่ยังคงต้องเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าว
บริษัท แอมเบรย์ ยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า ค่าประกันวินาศภัยการเดินเรือก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย โดยมีราคาราว 0.5% ของมูลค่าตัวเรือในตอนนี้ ย้อนไปไม่กี่สัปดาห์ก่อน ค่าเฉลี่ยดังกล่าวอยู่ที่เพียง 0.015% ของมูลค่าตัวเรือเท่านั้น ส่วนต่างที่เกิดขึ้นทำให้บริษัทเดินเรือแต่ละรายต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหลายหมื่นดอลลาร์สหรัฐ
ด้านผู้เชี่ยวชาญบอกกับบีบีซีว่า การเลี่ยงเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งทางทะเล, ค่าประกันวินาศภัย และค่าบริการด้านการขนส่งหรือโลจิสติกส์ทางทะเล เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 30% ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านั้นย่อมถูกผลักมาให้ผู้บริโภค
อะไรคือ ความเสี่ยงต่อการค้าโลก

กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน อ้างเหตุผลการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าที่เดินทางมายังอิสราเอลว่า เพื่อเป็นการตอบโต้ที่กองทัพอิสราเอลมีปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา
อย่างไรก็ตาม บริษัทเจ้าของเรือหลายรายบอกว่า การโจมตีเกิดขึ้นกับเรือลำอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีปลายทางอยู่ที่อิสราเอลด้วย
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (18 ธ.ค.) กลุ่มกบฏฮูตีออกมาอ้างความรับผิดชอบการโจมตีเรือพาณิชย์สองครั้งใกล้กับช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ประกอบไปด้วยเรือสวอน แอตแลนติก (Swan Atlantic) ของนอร์เวย์ และเรือเอ็มเอสซี คลารา (MSC Clara) ซึ่งติดธงปานามา
หน่วยความมั่นคงรายงานว่า เรือลำแรกถูกโจมตีด้วยโดรนแล้วเกิดระเบิดขึ้นใกล้กับเรือลำที่สอง
หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง บริติช ปิโตรเลียม หรือ บีพี, โอโอซีแอล (มีสำนักงานในฮ่องกง), เมอส์ก, ฮาแพค-ลอยด์, เอ็มเอสซี, และซีเอ็มเอ ซีจีเอ็ม ระงับการเดินเรือในทะเลแดงผ่านคลองสุเอซ หรือไม่ก็เปลี่ยนเส้นทางการเดินเรือไปอ้อมทวีปแอฟริกาผ่านแหลมกู๊ดโฮปแทน
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้จะทำให้ระยะทางการเดินเรือยาวนานมากขึ้น เช่น การเดินเรือระหว่างอ่าวเปอร์เชียและกรุงลอนดอนที่มีระยะทาง 12,000 กม. จะต้องใช้เวลาเดินเรือ 14 วันหากเดินทางผ่านคลองสุเอซ ขณะที่หากเดินทางอ้อมไปใช้เส้นทางผ่านแหลมกู๊ดโฮป จะมีระยะทางราว 20,900 กม. และใช้เวลาเดินทาง 24 วัน
หากพิจารณาเปรียบเทียบทั้งสองเส้นทางแล้ว พบว่า การเดินทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮปจะใช้เวลาและระยะทางมากกว่าถึง 75% เมื่อเทียบกับการเดินทางผ่านคลองสุเอซ
ความท้าทายของคลองปานามา

ที่มาของภาพ, Getty
ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นตอนนี้ในเส้นทางผ่านคลองสุเอซส่งผลกระทบต่อการเดินเรือโดยรวมอย่างมาก เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาความต้องการในการเดินเรือผ่านเส้นทางนี้ได้เพิ่มขึ้นจากหลายเหตุผล
หนึ่งในนั้นคือ ภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้นบริเวณคลองปานามา ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองลดลง ทำให้จำนวนเรือบรรทุกสินค้าที่สามารถเดินทางผ่านคลองในแต่ละวันได้ก็ลดลงไปโดยปริยาย
ซาเลห์ เฮกาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งทางทะเลชาวอียิปต์ บอกบีบีซีว่า กลุ่มธุรกิจเดินเรือพาณิชย์หลายรายหันไปใช้เส้นทางขนส่งสินค้าผ่านคลองสุเอซ โดยเฉพาะกลุ่มก๊าซธรรมชาติ (แอลเอ็นจี) ไปยังประเทศในแถบเอเชีย หรือฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกา แทนที่จะเดินทางผ่านคลองปานามาซึ่งต้องรอคิวหลายสัปดาห์
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า หากว่าบริษัทขนส่งต้องเลี่ยงเส้นทางผ่านคลองสุเอซอีกเส้น ก็จะก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ต่อการค้าโลก
หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นปัญหาดังกล่าว คือกรณีการขนส่งก๊าซแอลเอ็นจีของกาตาร์ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2022 ด้วยปริมาณการส่งออกราว 114,100 ล้านลูกบาศก์เมตร
"หาก 50% ของปริมาณดังกล่าวถูกขนส่งไปซีกโลกตะวันตกผ่านคลองสุเอซ จากเดิมใช้เวลา 10 วัน แต่ต้องเพิ่มขึ้นเป็น 1 เดือนเมื่อใช้เส้นทางผ่านแหลมกู๊ดโฮป ถ้าเช่นนั้นแล้ว การมาถึงของฤดูหนาวจะกลายเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของพลเมืองยุโรป" เขาอธิบาย
นอกจากนี้ ความขัดแย้งในภูมิภาคอื่นก็ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของปริมาณการค้าผ่านคลองสุเอซด้วย
อาห์เหม็ด อัล-ชามี ที่ปรึกษาการขนส่งทางทะเลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของอียิปต์ระบุว่า สงครามในยูเครนส่งผลให้ปริมาณการค้าพลังงานเชื้อเพลิงผ่านคลองสุเอซเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
ท่าทีของนานาชาติเป็นอย่างไร

ที่มาของภาพ, Getty
อัล-ชามีเชื่อว่า ประเทศมหาอำนาจของโลกไม่สามารถละเลยภัยคุกคามเหล่านี้ที่จะมีผลกระทบต่อ "เส้นเลือดใหญ่ของการค้าโลก" ได้ พร้อมระบุด้วยว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่การค้าโลกผ่านช่องแคบบับ อัล-มันเดบ เผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้
จริง ๆ แล้วรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ประกาศแนวร่วมนานาชาติที่เน้นด้านความมั่นคงในทะเลแดง หลังจากเกิดเหตุโจมตีเรือขนส่งสินค้ามาแล้วหลายครั้ง
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรเผยว่า ได้ยิงโดรนตกลงมาจำนวน 15 ตัว เหนือน่านน้ำทะเลแดง โดยทั้งสองชาติอ้างว่าโดรนกลุ่มดังกล่าวถูกปล่อยมาจากเป็นพื้นที่ซึ่งควบคุมโดยกลุ่มฮูตีในเยเมน และหวังว่าจะพุ่งเป้าโจมตีไปที่เรือบรรทุกสินค้า
กองทัพสหรัฐฯ อ้างว่า กลุ่มกบฏฮูตีได้รับการสนับสนุนโดยอิหร่าน และยังได้รับความช่วยเหลือในด้านอาวุธและการฝึกกองกำลัง
ในแถลงการณ์ของสหรัฐฯ โดย ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีของกลุ่มกบฏฮูตีอย่างไม่ยั้งคิดต่อเรือสินค้าเป็นภัยคุกคามเส้นทางการค้า, อันตรายต่อนักเดินเรือผู้บริสุทธิ์ และละเมิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ
"ทะเลแดง ถือเป็นเส้นทางขนส่งทางทะเลที่สำคัญ ซึ่งจำเป็นต่อเสรีภาพในการเดินเรือ และเป็นเส้นทางพาณิชย์สำคัญซึ่งทำให้การค้าระหว่างประเทศทำได้โดยราบรื่น" เขากล่าวเพิ่มเติม
ดังนั้น จึงเป็นที่มาของภารกิจที่เรียกว่า "ปฏิบัติการผู้พิทักษ์ความเจริญรุ่งเรือง" (Operation Prosperity Guardian) ที่ประกอบด้วย สหราชอาณาจักร, บาห์เรน, แคนาดา, ฝรั่งเศส, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, เซเชลส์ และสเปน
อย่างไรก็ตาม กลุ่มกบฏฮูตีเคยออกมาเตือนเกี่ยวกับการแทรกแซงจากนานาชาติ ที่จะส่งกองกำลังมายังทะเลแดงเพื่อตอบโต้เหตุที่กลุ่มฮูตีโจมตีเรือสินค้า
ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก

ที่มาของภาพ, Getty
มีความกลัวว่า ห่วงโซ่อุปทานโลกจะได้รับผลกระทบหากว่ามีการปิดกั้นการเดินทางผ่านคลองสุเอซ อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 2021 เมื่อเรือบรรทุกสินค้าเอเวอร์ กิฟเวน (Ever Given) ติดขวางการจราจรในคลองแห่งนี้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่า ความรุนแรงของสถานการณ์ขึ้นอยู่กับว่าความขัดแย้งจะทอดยาวไปนานเพียงใด
"คลองสุเอซจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากวิกฤตครั้งนี้ทอดเวลาออกไปนานหลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม มันก็อาจจะสงผลกระทบไม่มากนักหากว่าเหตุการณ์ดำเนินไปไม่กี่วัน เนื่องจากปกติแล้วในช่วงเดือน ธ.ค. การจราจรขนส่งทางเรือของโลกมักจะลดลงเนื่องจากเป็นเทศกาลประจำปีที่มีวันหยุดยาว" เฮกาซีบอกกับบีบีซี
ซาอิด อัล-บาร์ซันจิ นักเศรษฐศาสตร์จากสหรัฐฯ ระบุว่า ต้นทุนการเดินเรือได้เพิ่มขึ้นแล้วราว 10% ในช่วงไม่กี่วันมานี้
"หากว่ากลุ่มกบฏฮูตียังคงโจมตีอย่างต่อเนื่อง สงครามในกาซายังคงยืดเยื้อ และบริษัทด้านการขนส่งรายอื่น ๆ ตัดสินใจถอนเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง เราอาจจะได้เห็นต้นทุนที่จะเพิ่มสูงขึ้นอีกราว 10-15% ภายในระยะเวลา 2-3 เดือน" เขาอธิบาย
บริษัทห้างร้านต่างๆ จะได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากสินค้าอาจต้องใช้เวลาในการจัดส่งนานขึ้น และกลายเป็นแรงกดดันเพิ่มขึ้นต่อห่วงโซ่อุปทานของโลก
"แทนที่การขนส่งสินค้าจะใช้เวลาราวหนึ่งเดือน มันอาจจะเพิ่มขึ้นเป็นสามเดือนก็ได้" เขากล่าวทิ้งท้าย










