แนวโน้มนิรโทษกรรมการเมือง-ม.112 หลังการเสียชีวิตของ บุ้ง-เนติพร

นักกิจกรรมและประชาชนบางส่วนร่วมไว้อาลัย บุ้ง-เนติพร ที่หน้าศาลอาญา ถ.รัชดา เมื่อ 14 พ.ค.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นักกิจกรรมและประชาชนบางส่วนร่วมไว้อาลัย บุ้ง-เนติพร ที่หน้าศาลอาญา ถ.รัชดา เมื่อ 14 พ.ค.

การเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ “บุ้ง” ผู้ต้องหาคดี ม. 112 ที่ถูกคุมขังอยู่ภายในทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อ 14 พ.ค. จุดกระแสในหมู่นักการเมืองฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ออกมาตั้งคำถามต่อมาตรฐานในการปฏิบัติกับผู้ต้องหา-จำเลย-นักโทษ “คดีการเมือง” โดยเฉพาะคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

น.ส.เนติพร วัย 28 ปี เป็นนักกิจกรรมการเมืองกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “ทะลุวัง”

เธอถูกคุมขังจากคดีละเมิดอำนาจศาลเมื่อ 26 ม.ค. โดยวันเดียวกัน ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้สั่งเพิกถอนประกันคดี 112 จากการทำโพลสำรวจความเดือดร้อนจากขบวนเสด็จ ที่บริเวณห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เมื่อ 8 ก.พ. 2565

น.ส.เนติพร ประกาศอดอาหารประท้วงในเรือนจำตั้งแต่ 27 ม.ค. โดยเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และยุติการคุมขังผู้เห็นต่างทางการเมือง

ในระหว่างนี้ บุ้ง เคยถูกส่งไปรักษาที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ แล้วครั้งหนึ่ง ต่อมาเมื่อเริ่มฟื้นตัว กรมราชทัณฑ์จึงนำตัวกลับมารักษาที่ทัณฑสถาน รพ.ราชทัณฑ์ กระทั่งเช้าวันที่ 14 พ.ค. น.ส.เนติพร หมดสติและหัวใจหยุดเต้น แพทย์ รพ.ราชทัณฑ์พยายามปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล จึงส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ แต่ไม่เป็นผลและเสียชีวิตในที่สุด

อะไรคือปฏิกิริยาที่ตามมาหลังการเสียชีวิตของ บุ้ง-เนติพร

“112 พรากชีวิต”?

“เป็นที่ทราบว่า 112 ได้พรากชีวิตพี่บุ้งไปเรียบร้อยแล้ว” น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ “ใบปอ” สมาชิกกลุ่มทะลุวัง กล่าวเมื่อ 14 พ.ค.

ใบปอ คือผู้ประกาศข่าวการเสียชีวิตของ บุ้ง ต่อสื่อมวลชน โดยระบุตอนหนึ่งว่า จากการอดอาหารกว่า 100 วันที่ผ่านมา คดี 112 รวมถึงการที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ไม่ให้ประกันตัว ทำให้ น.ส.เนติพร เสียชีวิตตามเวลาที่หมอได้ประกาศคือ 11.22 น.

บุ้ง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

นอกจาก บุ้ง มีนักกิจกรรมการเมืองที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำอย่างน้อย 2 คนประท้วงด้วยการอดอาหาร นั่นคือ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ “ตะวัน” กับ นายณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร หรือ “แฟรงค์” ผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 จากกรณีขบวนเสด็จ

น.ส.ณัฐนิช จึงยังแสดงความกังวลใจในเรื่องนี้ โดยเฉพาะ “ตะวัน” ซึ่งยังอดอาหารอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์

“สิ่งที่กังวลมากที่สุดคือไม่อยากให้ใครเสียชีวิตเพราะ 112 อีกแล้ว อยากให้ช่วยกันส่งเสียงนี้ไปถึงผู้มีอำนาจว่า วันนี้มีคนยอมแลกชีวิตเพราะการติดคุกด้วยคดี ม.112 เพราะพี่บุ้งเคยพูดไว้ว่าเขาไม่ได้มาเล่น ๆ เขามาจริง และครั้งนี้เขาก็ต้องมาจากไปจริง ๆ” ใบปอ กล่าว

ล่าสุดวันนี้ (15 พ.ค.) บัญชีเอ็กซ์ (เดิมคือทวิตเตอร์) ของกลุ่ม “ทะลุแก๊ส” แจ้งว่า ตะวันถูกส่งตัวไปยัง รพ.ธรรมศาสตร์ เมื่อเวลา 13.00 น.

กระทั่งช่วงเย็น กรมราชทัณฑ์ถึงออกเอกสารข่าวยืนยันว่าได้ส่งตัว ตะวัน ไปรักษาตัวที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ หลังทางทัณฑสถานส่งจิตแพทย์เข้าไปพูดคุยเพื่อประเมินสภาวะทางจิตใจ พบว่า น.ส.ทานตะวัน มีอาการเสียใจและเครียด กระทบกระเทือนทางจิตใจจากการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท

สำหรับสุขภาพร่างกายในเบื้องต้นพบว่า ปกติดี โดยอาการทั่วไปของ น.ส.ทานตะวัน ยังอยู่ในภาวะที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ สามารถรับประทานอาหารได้มากขึ้น มีอาการอ่อนเพลียบ้าง ซึ่งต้องรอให้ร่างกายได้ปรับตัวให้ดีขึ้น ทางทัณฑสถานจึงได้ประสาน รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อส่งตัว น.ส.ทานตะวันเข้ารับการรักษาตัว เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจและเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด

3 ข้อเรียกร้องจาก บุ้ง

3 ข้อเรียกร้องของ เนติพร ถูกถ่ายทอด-ผลิตซ้ำผ่านปากคำของเพื่อนนักกิจกรรม ประกอบด้วย

  • ให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
  • ให้ประกันตัวคดี 112 และไม่ควรมีใครติดคุกเพราะเห็นความต่างทางการเมืองอีก
  • ประเทศไทยไม่ควรเป็นสมาชิกคณะมนตรีว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น)

นายกิตติธัช ศรีอำรุง เพื่อนนักกิจกรรม ประกาศว่า จะยืนหยัดและสานต่อความตั้งใจนี้ต่อไป ไม่อยากให้การเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร เสียเปล่า

ขณะที่บรรดานักการเมืองต่างร่วมแสดงความไว้อาลัยต่อการจากไปของ บุ้ง-เนติพร ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมทวงถามถึงสิทธิประกันตัวผู้ต้องหา/จำเลย อันเป็นข้อเรียกร้องส่วนหนึ่งของ น.ส.เนติพร ด้วย

สส.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) หลายคน อาทิ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ เรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรม “ผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสิทธิการประกันตัว ให้เป็นสิทธิที่ทุกคนต้องได้รับเสียที”, เบญจา แสงจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ ยืนยันว่า “ไม่ควรมีใครต้องถูกคุมขัง ไม่ควรมีใครต้องตาย หรือย้ายประเทศ เพียงเพราะเขาแค่คิดต่างทางการเมือง”

รุ้ง โตโต้

ที่มาของภาพ, Thai New Pix

คำบรรยายภาพ, รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่ม “ราษฎร” กับ โตโต้-ปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ร่วมกิจกรรมจุดเทียนไว้อาลัย บุ้ง-เนติพร ที่หน้าศาลอาญา ถ.รัชดา เมื่อ 14 พ.ค.

อย่างไรก็ตาม บุ้ง-ใบปอ เคยได้ประกันตัว “คดีทำโพลขบวนเสด็จ” มาแล้วรอบหนึ่งเมื่อ 4 ส.ค. 2565 หลังจากทนายความยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว 8 ครั้ง โดยศาลอาญาและศาลอาญากรุงเทพใต้อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวทุกกรณี พร้อมกำหนดเงื่อนไขไว้ 5 ข้อ หนึ่งในนั้นคือ ห้ามกระทำการใด ๆ ในลักษณะทำนองเดียวกันตามที่ถูกกล่าวหาในคำฟ้อง และห้ามเข้าร่วมหรือกระทำการใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง โดยถือเป็นการสิ้นสุดการคุมขัง 94 วัน และสิ้นสุดการอดอาหารประท้วงเพื่อทวงสิทธิการประกันตัวรวมระยะเวลา 64 วัน ของ 2 นักกิจกรรมกลุ่มทะลุวัง

แต่ต่อมา น.ส.เนติพร ไปร่วมชุมนุมเรียกร้องให้ถอดถอน สว. คนหนึ่งออกจากการเป็นศิลปินแห่งชาติ และพ่นสีหน้ากระทรวงวัฒนธรรม ทำให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ขอให้ศาลมีคำสั่งถอนประกัน แล้วคุมตัวเธอเข้าเรือนจำในวันที่ 26 ม.ค. 2567

ย้อนวาะทะ อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา “เรื่องแรกที่เราต้องดูคือการให้ประกันตัว”

ขณะเดียวกันเริ่มมีกระแสกดดันไปยังรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย (พท.) เมื่อผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียเริ่มขุดคลิปคำให้สัมภาษณ์ของแกนนำพรรค พท. ในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง 2566 ที่แสดงจุดยินเกี่ยวกับผู้ต้องขังคดีการเมือง และ ม.112 กลับมาฉายซ้ำ

หนึ่งในนั้นคือ การให้สัมภาษณ์ของ 2 แคนดิเดตนายกฯ จากพรรค พท. คือ แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง กับนายเศรษฐา ทวีสิน เผยแพร่ทางแอปพลิเคชันทางติ๊กตอกและอินสตราแกรมในหัวข้อ “หมดเปลือกเพื่อไทย” โดยมีนายคชาภา ตันเจริญ หรือ “มดดำ” พิธีกร เป็นผู้ดำเนินรายการ

เมื่อถูกถูกถามถึงจุดยืนต่อ ม.112 น.ส.แพทองธาร ระบุว่า แน่นอนเราไม่ยกเลิกมาตรา 112 อันนี้ยืนยัน แต่เราต้องมาคุยกันในสภา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน

“ทันทีที่เราเป็นรัฐบาล เราก็จะขอความเมตตาจากศาลที่มีน้อง ๆ ที่ไปติดคุกอยู่หรืออะไรอย่างนี้ให้พิจารณาว่าอย่างไรต่อ เราต้องกำหนดตัวบทกฎหมาย ใครฟ้อง โทษของมัน maximum (ขั้นสูงสุด) อยู่ที่ตรงไหน เพราะว่าตอนนี้มันถูกดึงเอามาเป็นเกมการเมือง อันนี้คือสิ่งที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความสุขเรื่องนี้ ถ้าเราดึงมาเล่นแบบนี้มันไม่ใช่ มันต้องคิดว่าคนที่ฟ้องได้ สำนักพระราชวังไหม”

“คือบ้านเมืองเราต้องมีกษัตริย์ เราก็ต้องมีกฎหมายที่คุ้มครองท่าน แต่ไม่ใช่ให้ประชาชนเอากฎหมายนี้มาเป็นเกมการเมือง ใครฟ้องอะไร ตาสีตาสาฟ้องได้หมด มันก็ไม่ใช่ เราต้องฟังเสียงประชาชน” น.ส.แพทองธาร กล่าว

แคนดิเดตนายกฯ จากเพื่อไทย

ที่มาของภาพ, EPA

ด้านนายเศรษฐากล่าวว่า “ถ้าเราเป็นรัฐบาลนะ เรื่องแรกที่เราต้องดูคือการให้ประกันตัว เพื่อที่ทางน้อง ๆ จะได้ออกมาต่อสู้ได้อย่างเป็นธรรม และจะได้ไม่เสียการเรียนด้วย”

เขากล่าวว่า คนรุ่นใหม่อาจมีความกังวลเรื่อง 112 เยอะ แต่สิ่งที่พรรค พท. จะทำคู่ขนานกันไปคือนโยบายอื่น ๆ อาทิ การทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น การสมัครใจเป็นทหาร การสมรสเท่าเทียม การเข้าถึงแหล่งงานที่เหมาะสมถูกต้องทำงานกับความสามารถ แต่ ม.112 หากเขาไม่สบายใจ ก็ต้องมีพื้นที่ปลอดภัยของสภาให้ถกกันภายใต้กรอบกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวได้นำสิ่งที่ชาวเน็ตทวงถามถึงนโยบายพรรค พท. ที่หาเสียงเกี่ยวกับการปล่อยตัวผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 จะหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุยเมื่อไหร่ นายเศรษฐา นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ตอบเพียงว่า “ยังไม่มีการพูดคุยกันหรอกครับ”

กมธ.นิรโทษ เว้นความผิด ม.112

เมื่อไปดูความเคลื่อนไหวของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนายเศรษฐาเห็นว่าควรมี “พื้นที่ปลอดภัย” ให้ถกเถียงกัน แต่ปรากฏว่า สส. ซีกรัฐบาลไม่ต้องการพูดถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. เป็นประธาน ได้ข้อสรุปเมื่อ 2 พ.ค. ว่าจะให้มีการนิรโทษกรรมให้แก่การกระทำที่ “มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง” โดยเป็นคดีที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน แต่ยังไม่ได้ระบุประเภทคดีว่าหมายถึงการกระทำใดบ้าง

อย่างไรก็ตามในส่วนของคดีมาตรา 112 นายชูศักดิ์บอกว่า จะแยกไปเป็นอีกกรณีหนึ่งเป็นการเฉพาะ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีความเห็นที่อาจจะยังไม่ตรงกันมาก

ขณะที่อนุ กมธ. พิจารณาศึกษาข้อมูลและสถิติคดีความผิดอันเนื่องจากแรงจูงใจทางการเมือง ใน กมธ. ชุดนี้ ได้รวบรวมข้อมูลและสถิติคดีจากสำนักงานศาลยุติธรรม เบื้องต้นมีทั้งหมด 25 ฐานความผิด โดยครอบคลุมการกระทำความผิดตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548-2567

มวลชน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ประชาชนไว้อาลัยการเสียชีวิตของนักกิจกรรมกลุ่ม “ทะลุวัง” และเรียกร้องให้ประกันตัวนักโทษ “คดีการเมือง” หน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อ 14 พ.ค.

สำหรับเหตุการณ์ชุมนุมที่มีฐานความผิดอันเนื่องมาจากแรงจูงใจทางการเมือง และเข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรม ประกอบด้วย

  • การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ปี 2548-2551
  • การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปี 2550-2553
  • การชุมนุมกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ปี 2556-2557
  • การชุมนุมกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชนปี 2563 ถึงปัจจุบัน

อนุ กมธ. พิจารณาศึกษาข้อมูลและสถิติคดีฯ ได้รวบรวมข้อมูล และสถิติคดี จากสำนักงานศาลยุติธรรม เสนอต่อ กมธ. ชุดใหญ่เมื่อ 18 เม.ย. เบื้องต้นมีทั้งหมด 25 ฐานความผิด ในจำนวนนี้รวมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท มาตรา 107-112 ด้วย

อย่างไรก็ตามในส่วนความผิดตามมาตรา 110 และมาตรา 112 อนุ กมธ. ไม่มีการชี้ชัดว่าจะอยู่ใน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมหรือไม่ นายนิกร จำนง ประธานอนุ กมธ. ให้เหตุผลว่า ทั้ง 2 มาตรา เป็นประเด็นอ่อนไหว และเป็นเรื่องความมั่นคงแห่งรัฐ

กมธ.ศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษ จะเสนอรายงานให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาได้ในสมัยประชุมสภาต่อไปที่จะเปิดในเดือน ก.ค.

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการนิรโทษกรรมคดี 112 นั้นเป็นเรื่องยากที่พรรค พท. จะผลักดัน เนื่องจากในช่วงจัดตั้งรัฐบาล “พลิกขั้ว” บรรดาแกนนำพรรคอนุรักษนิยมได้ตั้งเงื่อนไขไม่แตะต้อง ม. 112 นอกจากนี้ยังมีกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นผู้ต้องหาคดี 112 จากการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศเมื่อปี 2558 ขณะนี้อยู่ระหว่างรออัยการสูงสุด (อสส.) มีคำสั่งทางคดี หากพรรค พท. เดินหน้าผลักดันประเด็นนี้ อาจเสี่ยงต่อการถูกกล่าวหาว่าทำเพื่อพวกพ้อง