พบหลักฐานน่าทึ่ง ชาวอียิปต์โบราณพยายามรักษามะเร็งด้วยการผ่าตัดกะโหลก

กะโหลกชิ้นนี้เป็นของชายผู้หนึ่งที่เสียชีวิตขณะที่เขามีอายุราว 30-35 ปี

ที่มาของภาพ, FRONTIER/TATIANA TONDINI, ALBERT ISIDRO, EDGAR CAMARÓS

คำบรรยายภาพ, กะโหลกชิ้นนี้เป็นของชายผู้หนึ่งที่เสียชีวิตขณะที่เขามีอายุราว 30-35 ปี
    • Author, ผู้สื่อข่าว
    • Role, บีบีซี มุนโด (แผนกภาษาสเปน)

เมื่อไม่นานมานี้ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบหัวกะโหลกโบราณสองชิ้นที่อาจทำให้เราเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางการแพทย์ไปตลอดกาล

หัวกะโหลกที่ค้นพบเป็นส่วนหนึ่งของโครงกระดูกชาวอียิปต์โบราณ ที่มีอายุเมื่อหลายพันปีที่แล้ว และตอนนี้อยู่ในความครอบครองของห้องปฏิบัติการดักเวิร์ธ ณ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในสหราชอาณาจักร หัวกะโหลกดังกล่าวเผยให้เห็นรอยโรคที่เกิดจากเนื้องอก

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หนึ่งในหัวกะโหลกนั้นมีอายุราว 4,000 ปี พร้อมกับมีร่องรอยการผ่าตัดที่อาจมีความตั้งใจจะกำจัดเนื้องอกให้กับเจ้าของกะโหลก หรือไม่ก็เป็นการผ่าตัดหลังจากเจ้าของร่างเสียชีวิตไปแล้วเพื่อศึกษาทำความเข้าใจอาการป่วย

เอดการ์ด คามารอส นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยซานติอาโกเดคอมโพสเตลา (University of Santiago de Compostela) ของสเปน และหัวหน้าผู้เขียนรายงานศึกษาที่ได้รับการเผยแพร่ในนิตยสารฟรอนเทียร์ส (Frontiers) เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า นี่คือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ชาวอียิปต์โบราณมีความพยายามที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคดังกล่าว

"ตัวอย่างหนึ่งที่เรามีคือ กระดาษปาปิรุสของเอ็ดวิน สมิธ (Edwin Smith) ซึ่งมีอายุเก่าแก่ราว 3,600 ปี มันเป็นเอกสารทางการแพทย์โบราณที่บรรยายถึงอาการที่แตกต่างกันของผู้ป่วย 48 ราย และสิ่งที่น่าสนใจคือ ความพยายามของพวกเขาที่จะบอกว่าแต่ละโรคควรต้องรักษาอย่างไร แม้ว่าพวกเขาจะมีวิทยาการทางการแพทย์ที่น่าทึ่ง แต่สิ่งที่เราเข้าใจในปัจจุบันว่าคือมะเร็ง ยังเป็นหนึ่งในองค์ความรู้ทางการแพทย์ที่พวกเขาไปไม่ถึง แม้ว่าพวกเขาได้ระบุไว้ว่านั่นคือเนื้องอกก็ตาม" เขากล่าวเสริม

สำหรับนักวิทยาศาสตร์ นี่คือบันทึกที่บ่งชี้ว่า ชาวอียิปต์ยุคโบราณพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็ง

ที่มาของภาพ, FRONTIER/TATIANA TONDINI, ALBERT ISIDRO, EDGAR CAMARÓS

คำบรรยายภาพ, สำหรับนักวิทยาศาสตร์ นี่คือบันทึกที่บ่งชี้ว่า ชาวอียิปต์ยุคโบราณพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็ง

นักวิจัยบอกกับสำนักข่าวเพรส แอดโซซิเอชัน (Press Association) ว่า ชิ้นส่วนกะโหลกที่พบร่องรอยการผ่าตัดนี้ คาดว่าเป็นของชายที่มีอายุระหว่าง 30-35 ปีในตอนที่เสียชีวิต นอกจากนี้ยังพบรอยขนาดเล็ก ๆ 30 จุด ที่บ่งชี้ว่า มะเร็งกำลังแพร่กระจาย

กะโหลกที่หายากชิ้นที่สอง

ในบรรดาโครงกระดูกดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์ยังพบอีกว่า มีกะโหลกอีกชิ้นที่มีอายุเก่าแก่ราว 2,000 ปี ซึ่งคาดว่าเป็นของหญิงรายหนึ่งวัย 50 ปี บนกะโหลกของเธอพบรอยที่ถูกทำลายจากโรคมะเร็ง ในขณะเดียวกันยังมีร่องรอยบนกะโหลก ที่แสดงให้เห็นว่าหญิงคนนี้ได้ฟื้นตัวจากแผลขนาดใหญ่ด้วย

คามารอสบอกว่า ข้อเท็จจริงนี้ไม่ใช่สิ่งปกติ เนื่องจากบาดแผลที่เกิดจากเหตุรุนแรงมักจะพบเห็นบ่อยครั้งในเศษซากศพที่เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

กะโหลกของเธอได้รับการวิเคราะห์ด้วยเครื่องไมโคร ซีที (Micro CT: micro-computed tomography) แล้ว นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องนี้บอกว่า พบสัญญาณของการเกิดมะเร็งชัดเจนมาก

"เราทราบว่า นี่คือมะเร็ง เนื่องจากลักษณะเฉพาะของรอยแผลบนกะโหลก ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างและทำลายกระดูก" คามารอส อธิบาย

ผู้เชี่ยวชาญพบรายละเอียดของรอยแผลจากเนื้องอกบนกะโหลก

ที่มาของภาพ, FRONTIER/TATIANA TONDINI, ALBERT ISIDRO, EDGAR CAMARÓS

คำบรรยายภาพ, ผู้เชี่ยวชาญพบรายละเอียดของรอยแผลจากเนื้องอกบนกะโหลก

โรคในยุคโบราณ

เนื้องอกเป็นโรคที่คนปัจจุบันมองว่าเป็น โรคสมัยใหม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับมลภาวะจากสิ่งแวดล้อม ตลอดจนอาหารและพันธุกรรม

อย่างไรก็ตาม การศึกษาล่าสุดนี้กลับพบว่า นี่คือโรคหนึ่งที่พบตั้งแต่ครั้งโบราณกาล

"มะเร็งอยู่กับพวกเรานับตั้งแต่แรกเริ่ม และมีหลายรูปแบบ แม้กระทั้งไดโนเสาร์ยังต้องทนทุกข์กับโรคมะเร็งเลย" คามารอส กล่าว

อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิทยาศาศาสตร์ชี้แจงว่า ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีที่บรรพบุรุษของเราจัดการกับโรคดังกล่าวให้มากขึ้น

เขาบอกกับสำนักข่าวเพรส แอสโซซิเอชันว่า เป้าหมายของเขาคือ การทำให้ประวัติศาสตร์ของโรคมะเร็งสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยย้อนไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์มนุษย์