ทำไมชาวอเมริกันให้โอกาสกับทรัมป์เป็นครั้งที่สอง

Republican presidential nominee former President Donald Trump, Melania Trump and Barron Trump, arrive to speaks at an election night watch party, Wednesday, Nov. 6, 2024, in West Palm Beach, Fla.

ที่มาของภาพ, AP

    • Author, ซาราห์ สมิธ
    • Role, บรรณาธิการประจำภูมิภาคอเมริกาเหนือ

นี่ต้องเป็นหนึ่งในการกลับมาทางการเมืองที่น่าตื่นตาที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ แน่ ๆ

4 ปีหลังจากที่ต้องออกจากทำเนียบขาว โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังจะได้ย้ายกลับเข้าไปที่นั่นอีกครั้ง หลังจากที่ชาวอเมริกันหลายสิบล้านคนโหวตให้โอกาสที่สองกับเขา

เส้นทางการหาเสียงของทรัมป์ต้องถูกบันทึกไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์ เขารอดชีวิตจากการพยายามลอบสังหารสองครั้ง และคู่แข่งในตอนแรกของเขาอย่าง โจ ไบเดน ก็ต้องออกจากการแข่งขันไปเพียงไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้ง

แม้ว่าคะแนนโหวตชุดท้าย ๆ ยังคงถูกนับอยู่ แต่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ในรัฐสมรภูมิได้เลือกที่จะโหวตให้กับเขา โดยหลายคนชี้ว่าความกังวลหลักคือเรื่องเศรษฐกิจและผู้อพยพ

Supporters watch returns at a campaign election night watch party for Republican presidential nominee former President Donald Trump at the Palm Beach Convention Center, Wednesday, Nov. 6, 2024, in West Palm Beach, Florida

ที่มาของภาพ, AP

คำบรรยายภาพ, ทรัมป์จะกลายเป็นประธานาธิบดีคนที่สองในประวัติศาสตร์ ที่ได้กลับเข้าทำเนียบขาวหลังจากที่แพ้การเลือกตั้งไปแล้วครั้งหนึ่ง

ชัยชนะของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากการเพลี่ยงพล้ำอย่างรุนแรง เขาปฏิเสธที่จะยอมรับผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2020 ซึ่งเขาแพ้ให้กับไบเดน และบทบาทของทรัมป์เองในการพยายามเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งในครั้งนั้นเพื่อให้ยังได้อยู่ในตำแหน่ง ก็ยังคงถูกตรวจสอบอย่างละเอียดในวันนี้

เขาโดนฟ้องหลายคดีจากที่ถูกกล่าวหาว่าไปปลุกเร้าให้เกิดการโจมตีด้วยความรุนแรงในเมืองหลวงของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2021 และเขาจะยังสร้างประวัติศาสตร์เพิ่มเติมด้วยการเป็นประธานาธิบดีในตำแหน่งคนแรกที่ถูกตัดสินให้มีความผิดในคดีอาญา หลังจากศาลตัดสินว่าเขามีความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารทางธุรกิจ

ไม่แปลกเลยที่เขาจะเป็นหนึ่งในตัวละครทางการเมืองที่ทำให้เกิดการแบ่งแยกทางความคิดมากที่สุด

ตลอดแคมเปญหาเสียง ทรัมป์ใช้วาทกรรมที่ทำให้ผู้คนโกรธแค้น เล่าเรื่องตลกขำขื่นและหยาบคาย รวมถึงข่มขู่ว่าจะล้างแค้นศัตรูทางการเมือง

การหาเสียงเรื่องเศรษฐกิจของทรัมป์นั้นโดนใจ

มีผู้คนเพียงไม่มากที่จะมีความคิดเห็นเป็นกลางได้เมื่อพูดถึงทรัมป์ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ที่บีบีซีได้พูดคุยด้วยระหว่างแคมเปญหาเสียงบอกว่า พวกเขาอยากให้ทรัมป์ "หุบปากโง่ ๆ ของเขาซะ" แต่ในขณะเดียวกันก็พร้อมจะมองข้ามปัจจัยนี้ไป

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่มนี้มองไปที่คำถามที่ทรัมป์ถามในทุกการปราศรัยมากกว่า นั่นคือ "พวกคุณมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเมื่อสองปีก่อนหรือเปล่า ?"

มีผู้คนจำนวนมากเหลือเกินที่โหวตให้ทรัมป์ ได้บอกกับเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า พวกเขารู้สึกว่าเศรษฐกิจดีกว่านี้ตอนที่ทรัมป์อยู่ในตำแหน่ง และพวกเขาก็เหนื่อยหน่ายกับการต้องหาเช้ากินค่ำแล้ว แม้ว่าสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อมาจากปัจจัยภายนอกอื่น ๆ เช่น โรคระบาดโควิด-19 แต่พวกเขาก็ยังชี้นิ้วโทษไปยังรัฐบาลของนายไบเดนที่กำลังจะหมดวาระอยู่ดี

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับผู้อพยพผิดกฎหมาย ซึ่งปรากฏว่ามีจำนวนมากสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรัฐบาลไบเดน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเหล่านี้ไม่ได้แสดงออกถึงมุมมองเหยียดเชื้อชาติหรือเชื่อว่าผู้อพยพนั้นกินสัตว์เลี้ยงของคนอื่นเช่นที่ทรัมป์และผู้สนับสนุนของเขาอ้าง คนกลุ่มนี้แค่ต้องการมาตรการควบคุมชายแดนที่เข้มงวดขึ้น

Former US President and Republican presidential candidate Donald Trump looks on during a campaign rally at site of his first assassination attempt in Butler, Pennsylvania on October 5, 2024

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เนื้อหาที่ทรัมป์พูดเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ และผู้อพยพนั้น สอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

"อเมริกาต้องมาก่อน" ในสมัยที่สองของทรัมป์

"อเมริกาต้องมาก่อน" เป็นอีกหนึ่งสโลแกนของทรัมป์ที่ดูเหมือนว่าจะโดนใจกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผมได้ยินผู้คนทั้งจากฝ่ายขวาและฝ่ายซ้ายบ่นอยู่ทุกที่ทั่วอเมริกา เกี่ยวกับงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์ที่ถูกจ่ายไปเพื่อสนับสนุนยูเครน โดยพวกเขามองว่าเงินจำนวนนี้จะมีประโยชน์กว่าหากนำมาใช้จ่ายในสหรัฐฯ เอง

ถึงที่สุดแล้ว พวกเขาก็ไม่สามารถโหวตให้แฮร์ริส ที่เป็นรองประธานาธิบดีภายใต้ไบเดนมาสี่ปีได้ พวกเขาเชื่อว่าสถานการณ์ก็คงจะเป็นเหมือน ๆ เดิม และตอนนี้พวกเขาต้องการความเปลี่ยนแปลง

นี่อาจจะเป็นหนึ่งในเรื่องย้อนแย้งของการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่ผู้สมัครซึ่งเป็นตัวแทนของความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เคยอยู่ในตำแหน่งเมื่อสี่ปีที่แล้วนี่เอง แต่ก็มีความแตกต่างบางประการระหว่างตอนนั้นกับตอนนี้

เมื่อทรัมป์ขึ้นมามีอำนาจครั้งแรกในปี 2016 เขาเป็นคนนอกแวดวงการเมือง และอย่างน้อยที่สุดในช่วงเวลาหนึ่ง เขาก็ดึงทีมทำงานและที่ปรึกษาทางการเมืองที่มีประสบการณ์สูงมาอยู่รอบตัว ซึ่งช่วยสอนเขาและจำกัดการกระทำของของทรัมป์ แต่ในตอนนี้ ดูเหมือนเขาไม่สนใจที่จะเดินตามกฎอีกแล้ว

ทีมทำงานและที่ปรึกษาเหล่านี้หลายคนได้ออกมาพูด และเรียกทรัมป์ว่าเป็นคน "ขี้โกหก", "ฟาสซิสต์" และ "ไม่มีความเหมาะสม" คนเหล่านี้เตือนว่าถ้าทรัมป์เอาแต่คนที่จงรักภักดีมารายล้อมตัว ซึ่งเป็นสิ่งคาดว่าจะเกิดขึ้น ก็จะไม่มีใครคอยยับยั้งไม่ให้เขาทำอะไรตามความคิดสุดโต่งของตัวเองอีก

เมื่อเขาออกจากทำเนียบขาว เขาโดนฟ้องคดีอาญายาวเป็นหางว่าวจากบทบาทของเขาในการจลาจลที่เมืองหลวงเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2021 รวมถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับเอกสารความมั่นคงของชาติ และเงินปิดปากที่จ่ายให้กับดาราหนังโป๊

 A demonstrator stands outside the E. Barrett Prettyman US Courthouse in Washington, DC, on August 3, 2023, ahead of the arraignment of former US President Donald Trump

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, คดีความที่ติดตัวทรัมป์ไม่ได้ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐฯ เบือนหน้าจากการโหวตเขากลับเข้าทำเนียบขาว

แต่หลังจากที่ศาลสูงของสหรัฐฯ ได้ตัดสินว่าประธานาธิบดีได้รับการคุ้มครองจากการโดนฟ้องร้องอย่างสมบูรณ์หากเป็นการกระทำในฐานะประธานาธิบดี นี่จะทำให้การฟ้องร้องคดีใด ๆ ก็ตามต่อเขาในสมัยการดำรงตำแหน่งหน้าเป็นเรื่องยากมาก

และในฐานะประธานาธิบดี เขายังสามารถสั่งให้กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ยุติการฟ้องคดีต่อเขาที่เกี่ยวข้องกับเหตุจลาจลในวันที่ 6 ม.ค. ได้ ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการโดนจำคุก ในขณะเดียวกัน เขายังอภัยโทษให้กับผู้คนนับร้อย ๆ ที่ถูกตัดสินให้ถูกจำคุกจากการมีส่วนเกี่ยวข้องกับจลาจลในเมืองหลวงได้

ถึงที่สุดแล้ว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รับการนำเสนอให้ต้องเลือกอเมริกาในสองเวอร์ชันที่แตกต่างกัน

โดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่าประเทศของพวกเขานั้นเป็นชาติที่ล้มเหลว และมีเพียงเขาเท่านั้นที่ทำให้มันกลับมายิ่งใหญ่ได้

ในขณะที่แฮร์ริสเตือนว่าถ้าทรัมป์ได้รับการเลือกตั้ง ประชาธิปไตยอเมริกาเองจะเผชิญกับภัยคุกคามความอยู่รอด แต่เรื่องนี้ยังต้องดูต่อไปว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทรัมป์พูดในระหว่างการหาเสียงไม่ได้ทำให้ความกลัวนี้ของผู้คนบรรเทาลง

A shot of an empty room at Kamala Harris's campaign central

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ชาวอเมริกันโหวตปฏิเสธแผนการสำหรับสหรัฐฯ ของแฮร์ริส

โดนัลด์ ทรัมป์ ชื่นชมผู้นำเผด็จการอย่าง วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย และผู้นำเกาหลีเหนืออย่าง คิม จอง-อึน ว่า "เก่งสุด ๆ ในสิ่งที่พวกเขาทำ ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่"

เขาพูดเกี่ยวกับการพยายามปิดปากผู้ที่วิจารณ์เขาผ่านสื่อ เพียงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้ง เขาแสดงความคิดเห็นที่ตีความได้ว่า เขาไม่แคร์หากมีสื่อต้องถูกฆ่า

และเขาก็นำทฤษฎีสมคบคิดและข้อมูลเกี่ยวกับการโกงเลือกตั้งที่ไม่มีหลักฐานมาพูดซ้ำและขยายความอยู่บ่อย ๆ แม้ว่าการเลือกตั้งนี้ในที่สุดแล้วจะนำเขาไปสู่ชัยชนะก็ตาม

ตอนนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้เห็นว่าเรื่องอะไรบ้างที่เขาพูดระหว่างแคมเปญการหาเสียง ที่เป็นเพียงการพูดไปงั้น ๆ "ก็แค่ทรัมป์ทำตัวแบบทรัมป์" และขอให้ตระหนักไว้ด้วยว่า ไม่ใช่แค่ชาวอเมริกันเท่านั้นที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงว่าทรัมป์กำลังจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยสอง

ทั้งโลกกำลังจะได้รู้ว่า สิ่งที่เรียกว่า "อเมริกาต้องมาก่อน" มีหน้าตาอย่างไร ไม่ว่าเป็นผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจากการขึ้นภาษีศุลกากร 20% สำหรับสินค้าที่จะนำเข้าไปยังอเมริกา ไปจนถึงสงครามในยูเครนและตะวันออกกลางที่เขาประกาศว่าต้องยุติ ไม่ว่าฝ่ายไหนจะชนะก็ตาม

โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สามารถบรรลุทุกเป้าหมายที่เขาวางไว้ในการเป็นประธานาธิบดีสมัยแรกได้ แต่ตอนนี้ด้วยการได้รับประกาศิตเป็นครั้งที่สอง ประกอบกับอุปสรรคขัดขวางที่น้อยลง อเมริกาและโลกจะได้เห็นกันว่าเขาทำอะไรได้บ้าง