นายจ้างยอมจ่ายเงินเดือนสูงขึ้น แลกกับการให้พนักงานทำงานในออฟฟิศเต็มเวลาในสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, อเล็กซ์ คริสเตียน
- Role, ผู้สื่อข่าวฟีเจอร์
นายจ้างและหัวหน้างานทั้งหลายต่างต้องการให้พนักงานของบริษัทกลับเข้ามาทำงานในออฟฟิศแบบเต็มตัว และพวกเขาพร้อมจะจ่ายเงินเพิ่มแรงจูงใจ
แม้ว่าหลายบริษัทยังคงเสนอลักษณะการทำงานแบบผสมผสานหรือแบบทางไกล แต่มีนายจ้างจำนวนมากขึ้นที่บังคับให้พนักงานกลับมาทำงานที่สำนักงาน 5 วันต่อสัปดาห์ ตัวอย่างเช่น บริษัท Boeing, UPS และ JPMorgan Chase ในสหรัฐฯ
ทว่าสำหรับบางบริษัท การให้พนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศแบบเต็มเวลาต้องแลกมาด้วยราคาที่สูง ปรากฏการณ์นี้กำลังเกิดขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การทำงานแบบยืดหยุ่นมากที่สุด โดยในเดือน ม.ค. 2024 มีการทำงานจากบ้านประมาณ 29% ของวันทำงานทั้งหมด จูเลีย พอลลัค หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก ZipRecruiter บริษัทในแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า "นายจ้างที่ไม่สามารถแข่งขันด้านความยืดหยุ่นได้ จะต้องแข่งขันด้านค่าจ้างอย่างดุเดือดมากขึ้น"
ผลที่ตามมาคือ ค่าจ้างในสหรัฐอเมริกาสำหรับงานที่ต้องทำงานในออฟฟิศแบบเต็มเวลากำลังพุ่งสูงขึ้น จากข้อมูลของ ZipRecruiter ที่บีบีซีเห็น ในเดือน มี.ค. 2024 นี้ บริษัทต่าง ๆ เสนอเงินเดือนเฉลี่ย 82,037 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.98 ล้านบาท) ต่อปี สำหรับงานที่ต้องทำงานในออฟฟิศแบบเต็มเวลา ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นกว่า 33% เมื่อเทียบกับปี 2023 และแนวโน้มนี้ยังเกิดขึ้นในทุกอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับงานแบบผสมผสานและงานแบบทางไกล พบว่างานที่ทำแบบยืดหยุ่นมีตัวเลขข้อเสนอเงินเดือนที่น้อยกว่าที่ 59,992 และ 75,327 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 2.18 และ 2.73 ล้านบาท) ต่อปี ตามลำดับ
ส่วนหนึ่งที่นายจ้างเลือกจ่ายเพิ่มขึ้นก็เพื่อชดเชยการสูญเสียความยืดหยุ่นที่พนักงานให้ความสำคัญในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ยิ่งมีแรงผลักดันให้สละความยืดหยุ่นนี้มากเท่าไหร่ นายจ้างก็ยิ่งต้องเสนอเงินเดือนมากขึ้นเท่านั้น ข้อมูลของ ZipRecruiter แสดงให้เห็นว่า พนักงานที่เปลี่ยนจากงานแบบทางไกลเต็มรูปแบบไปเป็นงานแบบเต็มรูปแบบในออฟฟิศในสหรัฐอเมริกาในปี 2023 ได้รับเงินเดือนเพิ่ม 29.2%

ที่มาของภาพ, Getty Images
"ผลลัพธ์ก็คือ ผู้คนเรียกร้องเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นสำหรับงานที่ต้องทำงานในออฟฟิศแบบเต็มเวลา" พอลลัคกล่าว "นายจ้างที่เสนอความยืดหยุ่นสามารถเจรจาแพ็คเกจเงินเดือนโดยรวมด้วยแรงจูงใจที่ไม่ใช่ตัวเงิน ขณะที่นายจ้างที่ต้องการให้ทีมทำงานในสถานที่ 5 วันต่อสัปดาห์ สามารถเสนอเงื่อนไขทางการเงินเท่านั้น มูลค่าของเงินถูกกำหนดตามเวลาที่ใช้ในสำนักงาน"
ในสหราชอาณาจักรและยุโรป โอกาสในการทำงานทางไกลมีน้อยกว่าในสหรัฐฯ การสำรวจนายจ้างและพนักงาน 15,000 คนในสหราชอาณาจักรเมื่อเดือน ต.ค. 2023 แสดงให้เห็นว่า 43% ของพนักงานกลับมาทำงานในสำนักงานแบบเต็มรูปแบบแล้ว นั่นหมายความว่า การให้เงินเดือนสูงเป็นพิเศษสำหรับการทำงานประจำที่ออฟฟิศนั้นคาดว่าจะน้อยกว่าในสหรัฐอเมริกา พอลลัคกล่าว
พอลลัคชี้ว่า ในสภาวะที่บริษัทต่าง ๆ กำลังพยายามลดต้นทุน การเสนอความยืดหยุ่นให้กับพนักงานแทนการขึ้นเงินเดือนดูเหมือนเป็นชัยชนะสำหรับทั้งสองฝ่าย แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่นายจ้างบางคนกลับเต็มใจที่จะเพิ่มค่าจ้างเพื่อแลกกับการมีสำนักงานที่เต็มไปด้วยพนักงาน เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่าการแลกเปลี่ยนนี้คุ้มค่า พวกเขามองว่านี่เป็นค่าใช้จ่ายที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีขึ้น
"สำหรับนายจ้างบางคน พวกเขาอาจมองว่าพนักงานที่ทำงานทางไกลมีประสิทธิผลน้อยลง" เธอเสริม นอกจากนี้ หลายคนยัง "ลงทุนทางจิตใจและการเงินกับอสังหาริมทรัพย์ขององค์กร" พวกเขาต้องการเติมเต็มสถานที่ทำงานของพวกเขา โดยไม่คำนึงถึงค่าใช้จ่าย

ที่มาของภาพ, Getty Images
บาร์บารา เพทรอนโกโล ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ประจำมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า ความแตกต่างของเงินเดือนในลักษณะนี้ก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ กล่าวคือมันอาจส่งเสริมความไม่เท่าเทียมกันในตลาดแรงงาน "ผู้ที่มีภาระต้องดูแลผู้อื่นมักต้องการความยืดหยุ่น และจำนวนมากก็เป็นแรงงานเพศหญิง ดังนั้น หากงานที่ได้รับค่าตอบแทนสูงมากมีความยืดหยุ่นน้อย แรงงานบางส่วนก็ถูกบังคับให้ต้องยอมสละโอกาสที่จะมีรายได้สูงกว่าไป"
หากนายจ้างต้องการให้พนักงานมาออฟฟิศจริง ๆ ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า เงินพิเศษที่เสนอสำหรับการทำงานแบบเต็มเวลาในออฟฟิศน่าจะมีอยู่ต่อไปอีกสักระยะ ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณว่ารูปแบบการทำงานแบบยืดหยุ่นจะหายไป ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลของ ZipRecruiter ในเดือน มี.ค. 2024 แสดงให้เห็นว่า ประมาณ 33% ของงานในภาคบริการธุรกิจและวิชาชีพในสหรัฐอเมริกา มีการโฆษณาพร้อมรูปแบบการทำงานแบบผสมผสานหรือแบบทางไกล
"พนักงานยังคงต้องการความยืดหยุ่น และยังมีโฆษณางานมากมายที่ระบุว่าสามารถทำงานจากบ้านได้อย่างน้อยสองวันต่อสัปดาห์" ศ.เพทรอนโกโล กล่าว "ดังนั้น หากนายจ้างอยากกำหนดเงื่อนไขการทำงานที่ไม่ยืดหยุ่นซึ่งไม่เอื้ออำนวยต่อพนักงาน นายจ้างจะต้องจ่ายเงินเพิ่มต่อไป"











