เกษียณมาร์เก็ต ตลาดเพื่อคนสูงวัยแต่ไฟยังมีอยู่

ที่มาของภาพ, เกษียณมาร์เก็ต
- Author, ชัยยศ ยงค์เจริญชัย
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
เชียงใหม่เป็นจังหวัดในฝันของคนวัยเกษียณจำนวนหนึ่ง ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทำให้จังหวัดนี้มีประชากรช่วงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ
ภาพจำที่คนไทยคุ้นชินของสมาชิกวัยเกษียณ คือ การอยู่แต่บ้าน เลี้ยงลูกหลาน และ “นั่ง ๆ นอน ๆ ไปวัน ๆ” เพราะพวกเขาหนื่อยมาทั้งชีวิตและควรได้พักผ่อนในช่วงบั้นปลาย แต่ความเชื่อเหล่านี้ กำลังจะเปลี่ยนไปเมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
สำหรับหลายคน อายุขึ้นต้นด้วยเลข 6 (60+) คือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ในอีกรูปแบบหนึ่ง คนรุ่นใหม่กลุ่มหนึ่งในเชียงใหม่ จึงสรรค์สร้างพื้นที่เพื่อทำให้ผู้สูงวัยมีพื้นที่ในโลกแห่งความเป็นจริง มากกว่าการส่งข้อความ “สวัสดีวันจันทร์” ไปให้เพื่อนและลูกหลาน
บีบีซีไทยพาไปสำรวจแหล่งรวมตัวสำหรับผู้สูงอายุ ที่เกิดจากบทสนทนาที่เกิดขึ้นในที่ทำงาน พัฒนามาเป็น “พื้นที่สร้างสุขของคนรุ่นใหญ่” ใน จ.เชียงใหม่ ภายใต้ชื่อ “เกษียณมาร์เก็ต” ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แนวคิดมาจากช่วงปิดเมือง

ที่มาของภาพ, BBC Thai
“พ่อแม่ของแต่ละคนที่อยู่ในวัยเกษียณ พวกเขาทำอะกันไรบ้าง” นี่คือคำถามที่ มนัสวัฑฒก์ ชุติมา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ โอลด์เชียงใหม่ หรือศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ถามเพื่อนร่วมงานของเธอในวันธรรมดาวันหนึ่ง
คำตอบที่ได้ คือ แต่ละคนไม่ได้อยู่บ้านเฉย ๆ ผู้สูงอายุแต่ละคนได้สร้างชุมชนในโลกออนไลน์ขึ้นมา ส่งสติกเกอร์ทางไลน์ ส่งข้อความทักทายกัน หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน นอกจากนี้ ยังมีการจัดอบรมกิจกรรมต่าง ๆ ขึ้น ใครมีความรู้ด้านไหนก็เอามาแบ่งปันกัน
ข้อมูลประจำปี 2564 ของสำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ จ.เชียงใหม่ ระบุว่า สัดส่วนประชากรผู้สูงอายุใน จ.เชียงใหม่ มีอยู่ประมาณ 370,000 คน หรือ 21.19% จากประชากรทั้งหมด 1.7 ล้านคน ในขณะที่ประเทศไทยมีผู้สูงอายุกว่า 12 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด 66 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 18.3%
โอลด์เชียงใหม่ หรือศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ เปิดให้บริการอาหารค่ำขันโตกในรูปแบบล้านนาดั้งเดิมและมีการแสดงทางวัฒนธรรม ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมา 51 ปีแล้ว
และเหมือนกับธุรกิจอื่น ๆ ที่ต้องอาศัยการเข้ามาของนักท่องเที่ยว ทำให้โอลด์เชียงใหม่ต้องปิดตัวไปชั่วคราวในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากการปิดสนามบินเชียงใหม่ และทั้งจังหวัดถูกล็อกดาวน์จนนักท่องเที่ยวเป็นศูนย์
“เราต้องหยุดให้บริการขันโตกดินเนอร์ไปในช่วงระหว่างนั้น เราก็เลยเกิดความคิดที่ว่า จะปรับให้พื้นที่ของเราเป็นพื้นที่ของชุมชนชาวเชียงใหม่มากขึ้น และพื้นฐานของเราเคยทำตลาดสดอยู่ ก็เลยทำให้เรามีแนวคิดที่จะเอาความถนัดเดิมของเรามาผสม” มนัสวัฑฒก์ อธิบาย

ที่มาของภาพ, เกษียณมาร์เก็ต
พื้นที่สร้างสุขของคนรุ่นใหญ่
โจทย์ที่ตั้งเอาไว้ เป็นที่มาของแนวคิดว่า จะทำอย่างไรให้ชุมชนออนไลน์ของเหล่าผู้สูงวัยเกิดขึ้นในโลกความเป็นจริง เป็นพื้นที่ที่จับต้องได้ เพื่อให้ทุกคนได้มาแลกเปลี่ยนกันจริง ๆ แบบต่อหน้า
“เราก็เลยมีแนวคิดว่า จะจัดทำพื้นที่สำหรับคนวัยเกษียณขึ้นมา ซึ่งในช่วงแรกเกิดเป็นแนวคิดภายใต้ชื่อ “60 Playground” ที่จะทำให้พื้นที่ตรงนี้ให้เป็นพื้นที่ของคนวัยเกษียณ แทนที่จะอยู่ที่บ้านเฉย ๆ” มนัสวัฑฒก์ กล่าว
“ในอดีตเราอาจจะคิดว่าพวกเขาจะอยู่บ้านเลี้ยงหลานไป แต่ว่าในปัจจุบันมันไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว คนในวัยเกษียณเองก็ยังมีศักยภาพที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือว่าอยากจะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ”
มนัสวัฑฒก์ กล่าวเสริมว่า มีหลายคนที่มีโอกาสได้ทำตามความฝันของตัวเองหลังเกษียณแล้ว บางคนกลายเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ในด้านการท่องเที่ยว บางคนเรียนทำเบเกอรี หรือบางคนเลือกไปลองทำกาแฟดริป
พื้นที่ที่ทางทีมงานตั้งใจเปิดในช่วงแรก เป็นพื้นที่เปิดเพื่อให้คนในวัยเกษียณ ได้ใช้ทำงานอดิเรกที่ตนเองชื่นชอบ หรือเข้ามาเรียนรู้และฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ ต่อมาได้ต่อยอดเป็นตลาดสำหรับนำงานอดิเรกของพวกเขามาขายจริง
นอกเหนือจากการเปิดพื้นที่ให้คนเข้ามาขายสินค้าแล้ว อีกหนึ่งความตั้งใจหลัก คือ การเปิดเป็นพื้นที่ให้คนวัยเกษียณได้มาแลกเปลี่ยน และเจอเพื่อนใหม่วัยเดียวกัน
เกิดเป็นแนวคิด “พื้นที่สร้างสุขของคนรุ่นใหญ่” แต่ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็นคนในวัยเกษียณเท่านั้น ที่จะมาเดินเที่ยวตลาดได้ เพราะทุกคนสามารถมาที่นี่ได้ จึงลงเอยด้วยแนวคิดว่าเป็น “พื้นที่สร้างสุขของคนรุ่นใหญ่ แด่คนทุกวัย”

ที่มาของภาพ, เกษียณมาร์เก็ต
ฉายแสงให้คนวัยเกษียณ
ภูริภัทร เหมือนเดช หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งแนวคิดเกษียณมาร์เก็ต กล่าวกับบีบีซีไทยว่า หลังเปิดตลาดมาได้จนถึงตอนนี้เป็นเวลาสองปี เขาสังเกตเห็นว่าผลลัพธ์ไปไกลกว่านั้น
“มันกลายเป็นชุมชนของคนสูงอายุที่มาเจอกันและได้เป็นเพื่อนกัน คนที่มาก็ได้เพื่อนใหม่ กลายเป็นจุดนัดพบของคนสูงวัย บางคนทำอาหารมานั่งกินข้าวด้วยกันที่ตลาดกับเพื่อนใหม่ที่เขาเจอที่นี่” ภูริภัทร กล่าว
ทุกวันนี้ ภูริภัทรเป็นผู้ประสานงานของตลาด และได้เห็นภาพที่น่าประทับใจหลายครั้ง รู้สึกผูกพันกับพ่อค้าแม่ค้าเหมือนเป็นครอบครัวของตัวเอง
“จากพ่อค้าแม่ค้าที่ไม่รู้จักกัน กลายเป็นคนที่ส่งต่ออมิตรภาพที่ดีให้กันและกันอยู่เสมอ กลายเป็นที่สร้างครอบครัวใหม่”
พื้นที่ในเกษียณมาร์เก็ตไม่ได้เปิดเป็นพื้นที่สำหรับขายของอย่างเดียว แต่ทางตลาดยังจัดให้มีกิจกรรมการร้องคาราโอเกะ การเล่นดนตรีสด มีกิจกรรมเวิร์คช็อป และเป็นสถานที่จัดแสดงความสามารถของผู้สูงวัยด้วย
“มีป้าคนหนึ่งที่เป็นครูสอนรำ ขออนุญาตนำนักเรียนที่เป็นช่างฟ้อนวัยเกษียณมาแสดงฟ้อนที่ตลาด ให้คนที่มาเที่ยวในตลาดได้ชม” มนัสวัฑฒก์ เล่า
“เราใช้พื้นที่นี้ไว้ฉายแสงให้กับคนในวัยเกษียณ ได้มาแสดงความสามารถของตัวเอง ความถนัดของตัวเอง แทนที่เค้าจะอยู่บ้านเฉย ๆ อาจทำให้พวกเขาเกิดภาวะซึมเศร้าได้ อย่างน้อยเค้ามาตลาดเค้าก็ได้เจอเพื่อน”

ที่มาของภาพ, เกษียณมาร์เก็ต
รักและผูกพัน
“อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ได้ เดี๋ยวมันจะฝ่อไปกับอายุ” แทนเทพิน เหรียญชัยรัตน์ หรือ ป้าแต๋น อายุ 67 บอกบีบีซีไทยด้วยรอยยิ้มสดใส เธอเป็นหนึ่งในแม่ค้าหลายคนที่เลือกมาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ มากกว่าอยู่บ้านไปวัน ๆ ที่ตลาดแห่งนี้
ป้าแต๋น เคยรับราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ ด้านพันธุศาสตร์ ของคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนเกษียณมาทำตามความฝัน สานต่อศิลปวัฒนธรรมล้านนาโบราณไปสู่รุ่นลูกลูกหลานสืบต่อไป
“จริง ๆ แล้วหันมาสนใจเรื่องเกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น ตั้งแต่อายุได้ประมาณ 50 ปี โดยในตอนนั้นยังไม่ได้มียูทิวบ์หรืออะไรเลย” ป้าแต๋น อธิบาย
ป้าแต๋น เรียนรู้วิธีการทำ งานหัตถกรรมจากไม้ไผ่ งานกระดาษ และงานเครื่องครัวจากใบตอง ซึ่งตอนแรกไม่ได้ทำขายแต่ทำแจกเพื่อน, เธอเริ่มฝึกปรือทำไปเรื่อย ๆ จนคล่องแคล่วก่อนจะหันไปถ่ายทอดความรู้ให้คนอื่น
ปัจจุบัน ป้าแต๋นเป็นแม่ครูประจำท้องถิ่นอยู่ในเทศบาลเมืองเชียงใหม่ และมีหน่วยงานต่าง ๆ ติดต่อมาให้ไปสอน

ที่มาของภาพ, BBC Thai
ก่อนหน้าที่เธอจะมาขายของที่เกษียณมาร์เก็ต ป้าแต๋นได้เปิดร้านเล็ก ๆ ขายของที่ทำ บริเวณหน้าบ้านของตัวเอง และเมื่อสองปีที่แล้วได้เห็นประกาศทางออนไลน์ว่าเกษียณมาร์เก็ตเปิดรับแม่ค้าที่เกษียณอายุแล้วให้มาจองที่ขายของ เธอจึงสมัครเข้ามาขายของเป็นแม่ค้ารุ่นแรก ๆ
“สมัยก่อนที่นี่ก็เคยเปิดเป็นตลาดให้คนมานั่งขาย ตอนนั้นป้ายังทำงานอยู่ที่คณะแพทย์ศาสตร์ ถ้ายังรวมตัวกับเพื่อนเพื่อนที่คณะมาขายของที่ตลาดนี้ ด้วยความที่รู้สึกผูกพัน จะกลับมาขายของจนถึงวันนี้” ป้าแต๋น เล่าย้อนความทรงจำวัยสาว
ป้าแต๋น บอกกับบีบีซีไทยว่า การมาขายของที่เกษียณมาร์เก็ตนี้ไม่ได้หวังอะไรมากนัก แต่ที่เลือกมาอยู่ตรงนี้เพราะมีความสุข เพราะได้มาเจอเพื่อนทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง มาหากิจกรรมทำร่วมกัน และเอาไปวางขาย ซึ่งเธออธิบายว่า “มันถูกจริตป้ามากกว่า”
ดนตรีคือชีวิต
สำหรับผู้ที่หลงใหลในเสียงดนตรีมาตลอดชีวิต การได้เล่นดนตรีให้ผู้อื่นชมมีความสำคัญกับชีวิตและเป็นกิจกรรมเพื่อการผ่อนคลายที่แท้จริง อย่าง นิรันดร์ กิตติคุณ อายุ 74 ปี เจ้าของร้านอาหารริเวอร์ไซด์ ที่ยังทำงานงานตำแหน่งกรรมการผู้จัดการด้วย
ลุงนิรันดร์ เป็นนักดนตรีมาตั้งแต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่พอเรียนจบแล้วก็ยังเล่นดนตรีอยู่ตามโรงแรมต่าง ๆ ต่อมาอีก 15 ปี เริ่มเปิดร้านอาหาร และยังเล่นดนตรีในร้านอาหารของตัวเองบ้าง
ก่อนหน้าที่เกษียณมาร์เก็ตจะเปิด ลุงนิรันดร์ เล่นดนตรีเปิดหมวกอยู่ที่ถนนคนเดินกับเพื่อน ๆ พอได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเกษียณมาร์เก็ตจากเพื่อนแนะนำมา ว่า ที่ตลาดเกษียณมาร์เก็ตนี้กำลังหานักดนตรีมาเล่นประจำจึงตัดสินใจมา

ที่มาของภาพ, BBC Thai
“เลือกที่จะมาที่นี่เพราะบรรยากาศดีและคิดว่าผู้ฟังน่าจะเป็นคนในวัยเดียวกัน ก็คงจะเข้าถึงได้ไม่ยากนัก” ลุงนิรันดร์ กล่าว
“ถ้าวัยแบบผมควรจะมีกิจกรรมทำเยอะ ๆ ไปอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่มีกิจกรรมทำมันไม่ดีต่อสุขภาพ อย่างน้อยต้องมีขับรถ อ่านหนังสือ ร้องเพลง ออกกำลัง เป็นสิ่งจำเป็น จะช่วยให้อายุยืน”
สมาชิกในวงของลุงนิรันดร์ต่างก็เป็นเพื่อนในวัยเกษียณที่รวมตัวกันมาเล่นดนตรี ซึ่งดนตรีที่เขาเล่นเป็นแนวเพลงอันหลากหลายทั้งไทยสากลและเพลงสากล
“เลือกที่จะไม่นั่งอยู่บ้านเฉยเฉยเพราะการเล่นดนตรีก็คือการผ่อนคลายแบบนึง เป็นกิจกรรมที่ทำให้เราสบายใจ นอกจากการไปเล่นตามสถานที่ต่าง ๆ สมาชิกในวงบางท่านก็มีช่องยูทิวบ์เป็นของตัวเองเพื่อสอนเล่นกีตาร์และสอนร้องเพลง” ลุงนิรันดร์ อธิบาย
“จะเดินสายเล่นดนตรีไปแบบนี้จนกว่าจะไม่มีแรงเล่น เรารักดนตรีมาตั้งแต่เด็ก มีวงดนตรีตั้งแต่ตอนเรียนมัธยม ถ้าอายุมากกว่านี้และไม่มี สมาชิกในวงมาเล่นด้วย ก็จะเล่นคนเดียว”
เชื่อมวัยเก่ากับคนรุ่นใหม่ หรือเชื่อมเพื่อนเก่าที่หายไปนาน
เกษียณมาร์เก็ต เปิดครั้งแรกในช่วงการแพร่ระบาดของโควิดในระลอกแรกสงบลงในช่วงปี 2563 โดยตลาดจะเปิดทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ที่หนึ่งและสามของเดือน
นอกจากคนวัยเกษียณแล้ว ก็ยังมีคนรุ่นใหม่รุ่นลูกรุ่นหลานที่พาพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายมาเดินตลาด ซึ่งพื้นที่ในบริเวณโอลด์เชียงใหม่ทั้งหมด ถูกออกแบบมาให้เป็นยูนิเวอร์แซลดีไซน์ ที่สามารถให้รถเข็นผ่านได้ในทุกพื้นที่ ทำให้ทุกวัยสามารถมาร่วมกิจกรรมเกษียณมาร์เก็ตได้ง่าย ๆ

ที่มาของภาพ, เกษียณมาร์เก็ต
“บางคนที่มาเดินตลาดก็ได้เจอเพื่อนสมัยประถมหรือมัธยมก็มี กลายเป็นว่าได้ใช้พื้นที่ในการเชื่อมต่อกับเพื่อนที่ห่างหายไปนาน” มนัสวัฑฒก์ กล่าว
“เราได้รับเสียงตอบรับดีโดยเฉพาะในกลุ่มของคนวัยเกษียณ เพราะพวกเขารู้สึกว่าที่นี่เป็นพื้นที่ปลอดภัยของพวกเขา ตลาดทั่วไปจะไม่ได้โฟกัสที่กลุ่มพวกเขาเป็นพิเศษ ลูกค้าหลายหลายคนก็เห็นว่าตลาดนี้เป็นที่ที่พวกเขาสามารถนำคุณพ่อคุณแม่ของพวกเขามาได้”
หลังจากที่เกษียณมาร์เก็ตได้รับกระแสการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ มนัสวัฑฒก์ บอกกับบีบีซีไทยว่าเธอสนใจ การต่อยอดพัฒนาตลาดในกลุ่ม “Silver Age” หรือคนกลุ่มคนสูงวัยที่มีฐานะค่อนข้างดี มีความทันสมัย และหัวใจเป็นวัยรุ่น แต่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้มากนัก
เธออยากจะเป็นตัวกลางช่วยคนกลุ่มวัยเกษียณที่สนใจอยากพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ขายของได้ง่ายขึ้น โดยจะช่วยคนที่มีความสนใจในการผลิตสินค้า แต่อาจจะยังไม่มีประสบการณ์ในเรื่องของการตลาดออนไลน์ หรือเรื่องของการออกแบบบรรจุภัณฑ์
“หากมีกลุ่มหรือองค์กรไหนที่สนใจอยากจะมาให้ความรู้ร่วมพัฒนาคนวัยเกษียณ สามารถติดต่อเรามาได้เลย” เธอทิ้งท้าย











