ประมวลความสูญเสียไทย-กัมพูชา หลังครบรอบ 1 สัปดาห์เหตุปะทะชายแดน

TOPSHOT - People who fled their homes near the border between Cambodia and Thailand gather at a food distribution site on the grounds of a pagoda in Oddar Meanchey province on July 28, 2025. Thailand and Cambodia will enter into an unconditional ceasefire starting at midnight on July 28, Malaysia's Prime Minister Anwar Ibrahim announced. (Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP) (Photo by TANG CHHIN SOTHY/AFP via Getty Images)

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้ได้รับผลกระทบในกัมพูชาที่อพยพออกจากบ้านใกล้ชายแดนกัมพูชา–ไทย รวมตัวกันที่จุดแจกจ่ายอาหารภายในบริเวณวัดแห่งหนึ่งใน จ.อุดรมีชัย เมื่อวันที่ 28 ก.ค.

ความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนไทยและกัมพูชาที่ปะทุตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา ยังคงส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง แม้ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 ก.ค. แต่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมายังมีข้อกล่าวหาที่อ้างว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงก่อน

ครบหนึ่งสัปดาห์ของเหตุปะทะที่ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บ ตลอดจนความเสียหายในด้านต่าง ๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ สาธารณสุข การศึกษา บีบีซีไทยรวบรวมตัวเลขผลกระทบจากความขัดแย้งครั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. เป็นต้นมา โดยอ้างอิงข้อมูลจากทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา

จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งทหารและพลเรือน: ไทย 29 ราย ส่วนกัมพูชา 13 ราย

ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) และกระทรวงสาธารณสุขสรุปตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบจากการปะทะชายแดนไทยและกัมพูชา ตัวเลขล่าสุดเป็นข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือน 14 ราย ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 12 รายจากจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 38 ราย

ในจำนวนนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทั้งสิ้น 6 ราย ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ, โรงพยาบาลสุรินทร์ และโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

ในจำนวนของผู้เสียชีวิต ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ระบุต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 29 ก.ค. ว่าผู้เสียชีวิตจำนวน 5 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 รายมีสถานะเป็นนักเรียน ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่ามีคนไทยที่เสียชีวิตจากการได้รับผลกระทบทางอ้อมจากสถานการณ์ชายแดนเพิ่มเติมจากตัวเลขทางการอีก 3 ราย

ส่วนข้อมูลการเสียชีวิตและบาดเจ็บของกำลังที่ปฏิบัติหน้าที่ ศูนย์บัญชาการกองทัพไทย ระบุเมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารไทยเสียชีวิต รวม 15 ราย และตัวเลขกำลังพลที่บาดเจ็บอยู่ที่ 192 ราย

ด้านตัวเลขการเสียชีวิตภาคพลเรือนกัมพูชา มีการเปิดเผยล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ก.ค. จาก พล.ท.หญิงมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ระบุว่า มีพลเรือนเสียชีวิต 8 ราย และเจ้าหน้าที่ทหาร 5 นาย ซึ่งโฆษกกลาโหมของกัมพูชาระบุว่าเป็นการเสียชีวิตระหว่างวันที่ 24-25 ก.ค.ส่วนตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บมีรวมทั้งสิ้นที่ 71 ราย

ทั้งนี้กัมพูชาได้เผยแพร่ข้อมูลการเสียชีวิตของนายทหารกัมพูชาในหลากหลายช่องทาง ทั้งเว็บไซต์ทางการและรายงานจากสื่อ

เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาเผยแพร่งานฌาปนกิจ พล.ท.ดวง สมเนียง ผู้บัญชาการกองพลปฏิบัติการพิเศษที่ 7 ซึ่งอยู่ภายใต้กองพลปฏิบัติการพิเศษที่ 3 ของกองทัพบกกัมพูชา

เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาระบุว่านายพลผู้นี้ "เสียชีวิตในสมรภูมิขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของกัมพูชาในจังหวัดพระวิหาร เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2568"

สำนักข่าวเฟรชนิวส์ยังเผยแพร่ข่าวงานฌาปนกิจ ร.ท.เฮง เตียง เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานที่ 1 กองพลปฏิบัติการพิเศษที่ 1 เมื่อวันที่ 31 ก.ค. โดยระบุว่า ร.ท.เฮง เตียน เสียชีวิตในสมรภูมิ จ.ตราด เมื่อวันที่ 28 ก.ค.

กองทัพบกของไทยยังส่งมอบศพทหารกัมพูชาจำนวน 12 นายซึ่งเสียชีวิตจากการสู้รบในพื้นที่ภูมะเขือ ให้แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชา ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ (31 ก.ค.) สำนักข่าวขแมร์ไทมส์ รายงานว่าโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาเปิดเผยว่าได้รับร่างทหารกัมพูชาอีกหนึ่งราย "กลับประเทศ" โดยอ้างว่าเป็นหนึ่งในทหารจำนวน 21 นายที่กัมพูชากล่าวหาว่า "ไทยลักพาตัว" ซึ่ง ศบ.ทก. ของไทยปฏิเสธ พร้อมระบุว่าเป็นการ "บิดเบือนข้อเท็จจริง"

ประชาชนสองประเทศอพยพพลัดถิ่นนับแสน

ในการแถลงข่าว ศบ.ทก. ประจำวันช่วงเที่ยงของวันนี้ (31 ก.ค.) ทางการไทยได้มีการเปิดเผยสถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ 7 จังหวัดชายแดนของไทย โดยระบุว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 800,000 คน

ในจำนวนนี้เป็นชาวไทยที่ต้องหลบหนีภัยจากเหตุปะทะจากบ้านของตัวเองและเข้ามาอยู่ในศูนย์พักพิง โดยตัวเลขสูงสุดอยู่ที่กว่า 1.9 แสนคน (ณ วันที่ 30 ก.ค.)

อย่างไรก็ตาม จากการแถลงของนายชำนาญวิชญ์ เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยวันนี้ (31 ก.ค.) ระบุว่า "ปัจจุบันนี้มีการทยอยเข้า ทยอยออก ข้อมูลศูนย์พักพิงปัจจุบันมี 730 แห่ง มีผู้ที่ยังอาศัยอยู่ศูนย์พักพิง 187,974 คน" เนื่องจากในระยะนี้ผู้ประสบภัยได้ทยอยเดินทางกลับที่พักอาศัยแล้วบางส่วน และบางส่วนไปอาศัยในบ้านญาติที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง

ไม่เพียงแต่เกิดกระทบทางกายภาพจากการพลัดถิ่นฐานเท่านั้น ทว่าสถานการณ์ด้านสุขภาพจิตของคนชายแดนก็มีความน่ากังวลเช่นกัน

ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งนั่งแถลงที่ ศบ.ทก. วานนี้ (30 ก.ค. 68) เปิดเผยว่ามีการประเมินสภาพจิตใจของประชาชนในศูนย์พักพิง 21,430 คน พบว่ามีผู้มีภาวะเครียดสูงประมาณ 600 คน และมีความเสี่ยงฆ่าตัวตายราว 142 คน

ผู้ที่มีอาการได้รับการดูแลจากจิตแพทย์และนักจิตวิทยา โดยเริ่มจากการปฐมพยาบาลทางใจ และหากมีอาการรุนแรงจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลจิตเวช

TOPSHOT-THAILAND-CAMBODIA-BORDER-CONFLICT
TOPSHOT - Evacuees displaced by the ongoing conflict between Thailand and Cambodia rest at an evacuation center in the Thai border province of Si Sa Ket on July 26, 2025. Thailand and Cambodia pounded each other with heavy artillery fire for a third day on July 26, as a border conflict that killed at least 33 people and displaced more than 150,000 from their homes spread across the frontier. (Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP) (Photo by LILLIAN SUWANRUMPHA/AFP via Getty Images)

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพจากศูนย์อพยพในศรีสะเกษวันที่ 26 ก.ค. 68

ด้านกัมพูชา สำนักข่าวเฟรชนิวส์รายงานว่า พล.ท.หญิงมาลี โสเจียตา โฆษกกลาโหมของกัมพูชา เปิดเผยตัวเลขผู้อพยพลี้ภัยจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่ามีผู้ลี้ภัยกระจายอยู่ใน 5 จังหวัดหลักของประเทศ รวมแล้วกว่า 170,000 คน

"จากการสำรวจจำนวนผู้อพยพ ณ ช่วงเย็นของวันที่ 30 ก.ค. 2568 พบว่า ใน จ.อุดรมีชัย มีทั้งสิ้น 39,546 คน จ.พระวิหาร 32,558 คน จ.บันเตียเมียนเจย 35,057 คน จ.โพธิสัตว์ 3,026 คน และ จ.เสียมราฐ 61,907 คน รวมทั้งห้าจังหวัดมีผู้อพยพลี้ภัยงสิ้น 172,094 คน" พล.ท.หญิง มาลีกล่าว

ผลกระทบต่อโรงพยาบาล-โรงเรียนของทั้งสองประเทศ

วานนี้ (30 ก.ค.) โฆษกกระทรวงสาธารณสุขยังได้เผยตัวเลขโรงพยาบาลในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมีโรงพยาบาลที่ต้องปิดบริการทั้งหมด 20 แห่ง

ในจำนวนนี้ เป็นการปิดบริการแบบทั้งหมด 11 แห่ง ได้แก่

  • อุบลราชธานี: โรงพยาบาลน้ำขุ่น, น้ำยืน, นาจะหลวย
  • สุรินทร์: โรงพยาบาลกันทรลักษ์, ภูสิงห์, กาบเชิง, พนมดงรัก, ปราสาท
  • บุรีรัมย์: โรงพยาบาลบ้านกรวด, เฉลิมพระเกียรติ, ละหานทราย

ส่วนอีก 9 แห่งเป็นการปิดบริการบางส่วน โดยยังเปิดให้บริการในส่วนของห้องฉุกเฉิน

นอกจากนี้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 144 แห่ง

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. ยังระบุเมื่อวันที่ 29 ก.ค. ว่ามีโรงเรียนที่ต้องปิดการเรียนการสอน 914 แห่งใน 7 จังหวัด และมีการอพยพครู บุคลากร นักเรียน

เขาระบุว่าด้วยว่าในกรณีที่สถานการณ์ยืดเยื้อ สพฐ. กำลังออกแบบการเรียนการสอนใหม่ โดยจะใช้ 5 รูปแบบตามบริบทของพื้นที่ นอกจากนี้ยังเตรียมเลื่อนการสอบครูผู้ช่วย รวมถึงการสอบต่าง ๆ ของนักเรียนในพื้นที่ที่มีการสู้รบออกไปก่อน โดยจะออกข้อสอบใหม่แทนชุดเดิม เพื่อให้ผู้เข้าสอบไม่ต้องกังวล ส่วนจังหวัดอื่นที่ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติจะจัดสอบตามกำหนดเดิม

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชาไม่ได้แถลงตัวเลขผลกระทบด้านสาธารณสุขอย่างเป็นทางการตามที่ปรากฎตามเพจเฟซบุ๊กหลักของหน่วยงาน ทว่าได้เผยแพร่กิจกรรมของ ศ.เจียง รา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของกัมพูชา ซึ่งได้เดินทางเยือน จ.พระวิหาร และจังหวัดชายแดนอื่น ๆ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 28 ก.ค. เพื่อเยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง

ส่วนสถานการณ์ของสถานศึกษากัมพูชา สำนักข่าว Cambodianess รายงานเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ว่ากระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และกีฬา ของกัมพูชาเปิดเผยว่ามีโรงเรียนอย่างน้อย 488 แห่งใน 5 จังหวัดชายแดน ได้แก่ บันเตียเมียนเจย, เกาะกง, อุดรมีชัย, พระวิหาร และโพธิสัตว์ ต้องปิดการเรียนการสอนชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยจากเหตุปะทะที่ยืดเยื้อมาถึงวันที่สาม ส่งผลกระทบต่อครูและนักเรียนกว่า 130,000 คนใน 14 เมืองและอำเภอ

ฮัง ชวน นารอน รมว.กระทรวงศึกษาธิการของกัมพูชา ระบุว่าโรงเรียน 4 แห่งใน อ.แว็งเวง จ.โพธิสัตว์ ต้องปิดทันทีหลังถูกโจมตีด้วยปืนใหญ่จากฝั่งไทย ขณะที่โรงเรียนใน อ.โจมกสัน จ.พระวิหาร และ อ.ทมะปวก กับเมืองปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ก็ถูกสั่งปิดตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.

องค์กรด้านสิทธิเด็กที่ชื่อว่า เซฟ เดอะ ชิลเดรน (Save the Children) ซึ่งปฏิบัติงานในเขตแดนของทั้งสองประเทศ ระบุเมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมาว่ามีโรงเรียนอย่างน้อย 1,200 แห่งสองฝั่งชายแดนต้องปิดการเรียนการสอนชั่วคราว

A view of broken windows at a damaged hospital, caused by Cambodia's shelling in Sisaket province, as Cambodia and Thailand each said the other had launched artillery attacks across contested border areas early on Sunday, hours after U.S. President Donald Trump said the leaders of both countries had agreed to work on a ceasefire, Thailand, July 27, 2025. REUTERS/Athit Perawongmetha

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ภาพจากวันที่ 27 ก.ค. 68 แสดงให้เห็นว่าโรงพยาบาลในจังหวัดศรีสะเกษได้รับความเสียหายจากการยิงปืนใหญ่ของกัมพูชา

ไทยควบคุมตัวทหารกัมพูชา 20 นาย

ตัวเลขทหารกัมพูชาที่ได้มีการควบคุมตัวโดยทหารไทยได้ข้อสรุปตรงกันที่ 20 นาย

ก่อนหน้านี้กองทัพบกเผยเมื่อเย็นวันที่ 29 ก.ค. ว่ากองทัพภาคที่ 2 รายงานผลการควบคุมตัวทหารกัมพูชา 18 นาย จากเหตุปะทะในพื้นที่ซำแต อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หลังฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธหนักยิงเข้ามาในเขตไทย ทำให้ฝ่ายไทยต้องใช้หน่วยทหารม้าเฉพาะกิจตอบโต้และกวาดล้างที่มั่น

หนึ่งในนั้นคือ สิบเอกรายหนึ่งซึ่งได้รับบาดเจ็บจากกระสุนบริเวณสะโพกและแขน และถูกส่งเข้ารับการผ่าตัด ขณะเดียวกันพบผู้เสียชีวิตในพื้นที่อีก 2 นาย

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่าสำหรับผู้เสียชีวิต ฝ่ายไทยจะส่งคืนร่างตามหลักปฏิบัติสากลในภาวะสงครามอย่างสมเกียรติ

บ่ายวันต่อมา (30 ก.ค.) ระหว่างทางการกัมพูชานำผู้แทนด้านกลาโหมจากกว่า 10 ประเทศลงพื้นที่สังเกตการณ์การหยุดยิงที่ชายแดน จ.พระวิหาร หรือบริเวณช่องอานม้าของไทย พลจัตวา จัน โสภีอักตรา ผู้บัญชาการทหารกัมพูชา เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า มีทหารกัมพูชา 17 นายถูกจับกุม และอีก 2 นายเสียชีวิต หลังเกิดการปะทะกันช่วงสั้น ๆ เมื่อวันอังคาร (29 ก.ค.) โดยมีทหาร 1 นายสามารถหลบหนีและกลับมาได้ในวันเดียวกัน

โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เปิดเผยในวันถัดมา (31 ก.ค) ด้วยว่ามีทหารกัมพูชา 21 นายอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทย โดยมีการส่งมอบร่างของทหาร 1 นายกลับมาแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อให้ทหารทั้งหมดกลับมาโดยเร็วและปลอดภัย

พลเอก ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ทางเฟซบุ๊กว่ารัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับชีวิตของทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัว 20 นาย พร้อมชี้แจงเหตุผลที่รัฐบาลไม่เปิดเผยข้อมูลในช่วงแรกว่าเป็นไปเพื่อความปลอดภัยและไม่ให้กระทบต่อการเจรจา

"ในกรณีของทหารที่ถูกควบคุมตัว ชีวิตของพวกเขาเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดตั้งแต่ช่วงเวลาที่พวกเขาถูกจับกุม" ฮุน มาแนต กล่าว

"ผมหวังว่ากองทัพไทยจะส่งตัวทหารของเรากลับกัมพูชาโดยเร็วที่สุด" นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวเสริม

ขณะที่ทางการไทยเผยในการแถลงข่าว ศบ.ทก. ประจำวันช่วงเที่ยงของวันนี้ (31 ก.ค.) ทางการไทยพูดถึงประเด็นนี้ว่าเป็นผลจากการยอมจำนนของทหารกัมพูชา

"ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกรณีผู้ถูกควบคุมตัว 20 นายนี้ เป็นสาเหตุมาจากการยอมจำนนของทางฝ่ายทหารกัมพูชา เนื่องจากกระสุนหมด" พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษก ศบ.ทก. กล่าว

ทั้งนี้ ศบ.ทก. ระบุว่าทั้ง 20 นายถูกส่งดำเนินคดีตามกฎหมายไทยในข้อหา "เข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมาอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย"

สำหรับทหารที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ถูกส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน จ.สุรินทร์ ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง

Foreign military attaches from major powers and ASEAN member countries, along with diplomats from 13 countries, inspect the closed An Ses border checkpoint, after the leaders of Cambodia and Thailand agreed to a ceasefire on Monday effective midnight, in a bid to bring an end to their deadliest conflict in more than a decade, while Thailand's military accuses Cambodia of second ceasefire violation and wait for Cambodia’s invitation for bilateral talks on August 4, Cambodia, July 30, 2025. REUTERS/Soveit Yarn TPX IMAGES OF THE DAY

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, วันที่ 30 ก.ค. 68 ผู้ช่วยทูตทหารรวมถึงนักการทูตจาก 13 ประเทศ เดินทางตรวจเยี่ยมด่านชายแดนหลังผู้นำกัมพูชาและไทยตกลงหยุดยิงเมื่อวันจันทร์

ความเสียหายทางเศรษฐกิจ

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจของ ธนาคารกรุงไทย หรือ Krungthai COMPASS ประเมินเมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่าความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 17,000 ล้านบาทต่อเดือน ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การค้าชายแดน การท่องเที่ยว และการลงทุน

โดยเฉพาะการค้าชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากการปิดด่านสำคัญ 5 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะทำให้มูลค่าการค้าหายไปราว 14,011 ล้านบาทต่อเดือน แบ่งเป็นการส่งออก 11,410 ล้านบาท และการนำเข้า 2,601 ล้านบาท โดยด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้รับผลกระทบมากที่สุด

สินค้าส่งออกที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ เครื่องดื่ม, ส่วนประกอบรถจักรยานยนต์, และเครื่องยนต์สันดาปภายใน ขณะที่สินค้านำเข้าที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือผักและของปรุงแต่ง โดยเฉพาะมันสำปะหลัง

ในด้านการท่องเที่ยว คาดว่าจะเกิดความเสียหายราว 2,970 ล้านบาทต่อเดือน จากจำนวนนักท่องเที่ยวกัมพูชาที่ลดลง คิดเป็นมูลค่า 1,185 ล้านบาทต่อเดือน และจากการที่นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติไม่สามารถเดินทางไปยัง 4 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ปะทะ ได้แก่ ศรีสะเกษ,สุรินทร์, บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวหายไปอีกราว 1,785 ล้านบาทต่อเดือน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวไทย 1,766 ล้านบาท และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 19 ล้านบาท

สำหรับการลงทุน Krungthai COMPASS ระบุว่าหากสถานการณ์ยกระดับความรุนแรงและขยายวงกว้าง อาจกระทบต่อผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชามากกว่า 100 ราย รวมมูลค่าการลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท โดยเฉพาะธุรกิจเครื่องดื่มและค้าปลีก ในระยะสั้น ผู้ประกอบการอาจต้องเปลี่ยนเส้นทางหรือรูปแบบการขนส่งสินค้า และในระยะยาวอาจต้องหาตลาดใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยง

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับแรงงานกัมพูชาในไทยราว 1 ล้านคน ซึ่งหากทยอยเดินทางกลับประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อภาคการก่อสร้าง เกษตรกรรม ค้าส่งค้าปลีก และประมง

Ceasefire has been agreed between Cambodia and Thailand after five days of intense clashes
DAUNG INTERNATIONAL BORDER, CAMBODIA - JULY 29: Cambodian citizens working in Thailand return to Cambodia despite the ceasefire agreement in Daung International Border, Cambodia on July 29, 2025. Ceasefire has been agreed between Cambodia and Thailand after five days of intense clashes. (Photo by Adri Salido/Anadolu via Getty Images)

ที่มาของภาพ, Getty

คำบรรยายภาพ, แรงงานชาวกัมพูชาที่ทำงานในประเทศไทยเดินทางกลับประเทศ แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงที่ด่านพรมแดนดง ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2025

ก่อนหน้านี้เมื่อ 27 ก.ค. ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยบทวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากกรณีการ "ปิดด่านชายแดนทั้งหมด" ผ่านสำนักข่าวฐานเศรษฐกิจ โดย รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ระบุว่า หากปิดด่านเป็นเวลา 3 เดือน มูลค่าการค้าชายแดนที่หายไปอาจอยู่ที่ประมาณ 45,000–50,000 ล้านบาท โดยเฉลี่ยจากมูลค่าการค้ารายเดือนที่ราว 15,000–17,000 ล้านบาท ธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวด้วยการส่งสินค้าทางเรือ ซึ่งจะเพิ่มต้นทุน 10–25% โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่พึ่งพาด่านชายแดนโดยตรงจะได้รับผลกระทบหนัก

ในฉากทัศน์ที่สอง หากการปิดด่านยืดเยื้อถึง 6 เดือน มูลค่าการค้าชายแดนอาจสูญไปถึง 90,000–100,000 ล้านบาท หรือประมาณ 30–35% ของมูลค่าการค้าทั้งปี

ฉากทัศน์ที่รุนแรงที่สุดคือการปิดด่านต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี ซึ่ง DEIIT ประเมินว่ามูลค่าการค้าชายแดนที่หายไปอาจสูงถึง 150,000–170,000 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจชายแดนอย่างถาวร ธุรกิจจำเป็นต้องวางระบบโลจิสติกส์ระยะกลาง เช่น การเช่าคลังสินค้าในฝั่งกัมพูชา หรือใช้ท่าเรือสีหนุวิลล์มากขึ้น เพื่อรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน

ด้านสำนักข่าวขแมร์ไทม์สได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ว่าความขัดแย้งครั้งนี้ทำให้แผน "Two Kingdoms, One Destination" [สองราชอาณาจักร จุดหมายปลายทางเดียว] ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจร่วมกันตลอด 25 ปีต้องหยุดชะงัก

ความไม่แน่นอนนี้ส่งผลให้การค้า การลงทุน และการเดินทางข้ามแดนหยุดลง ผู้ประกอบการเริ่มยกเลิกโครงการร่วม นักลงทุนหวั่นความเสี่ยงระยะยาว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจกระทบความเชื่อมั่นและบั่นทอนความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน

พื้นที่พิพาทชายแดน ใครยึดกุมพื้นที่ใดไว้ได้หลังหยุดยิง 28 ก.ค.

พื้นที่พิพาทชายแดนไทยใน 4 จังหวัด ตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก ตั้งแต่ จ.บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ ไปจนถึง จ.อุบลราชธานี ที่มีการแลกเปลี่ยนการปะทะระหว่างทหารฝ่ายไทยและกัมพูชาตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. ทว่าตั้งแต่หลังการหยุดยิงจนถึงวันนี้ (31 ก.ค) ปรากฏข้อมูลการยึดกุมพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงจากก่อนเกิดการปะทะ ดังนี้

ภูมะเขือ-ผามออีแดง-ช่องคานม้า บริเวณใกล้เขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ

สำหรับพื้นที่ภูมะเขือ กำลังพลของไทยสามารถยึดพื้นที่ดังกล่าวได้เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยสามารถตรวจยึดยุทโธปกรณ์ของฝ่ายตรงข้ามได้ด้วย จากข้อมูลที่กองทัพภาคที่ 2 รายงาน และยังปรากฏภาพและคลิปวิดีโอตามช่องทางต่าง ๆ ของกองทัพ เป็นเหตุการณ์ที่ทหารไทยเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดบริเวณภูมะเขือ ซึ่งก่อนหน้านี้ทหารกัมพูชาได้ยึดกุมพื้นที่ดังกล่าวเอาไว้ก่อนที่สถานการณ์จะยกระดับ

อย่างไรก็ตาม ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 รายงานสถานการณ์เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่าในห้วงคืนวันที่ 29 ก.ค. ต่อเนื่องจนถึงเช้าวันที่ 30 ก.ค. ได้ตรวจพบการเพิ่มเติมกำลังของทหารกัมพูชา และตรวจพบการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) บินตรวจการณ์การวางกำลังของฝ่ายเรา จากนั้นในห้วงกลางคืนมีการปะทะกันด้วยปืนเล็ก

ส่วนพื้นที่ผามออีแดง ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 รายงานกำลังทหารของกัมพูชาได้ใช้อาวุธยิงสนับสนุน (ค.100) โจมตีเข้ามายังฐานปฏิบัติการฝ่ายไทย แต่ฝ่ายไทยไม่มีการตอบโต้ ขณะที่กำลังพลปลอดภัย

ปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์

ในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย มีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาได้เพิ่มกำลังพลเช่นกัน โดยยังไม่มีรายงานการปะทะในพื้นที่ดังกล่าว

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยในช่วงเช้าวันนี้ (31 ก.ค.) พื้นที่ปราสาทตาควายเป็นพื้นที่ล่าสุดที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ กองทัพไทยสามารถควบคุมพื้นที่โดยรวมได้ แต่ยอมรับว่ายังไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้ 100% โดยกล่าวว่า "เราสามารถได้พื้นที่ควบคุมเพิ่มมากขึ้นกว่าก่อนที่จะมีการปะทะ"

การแถลงข่าวของโฆษกกองทัพบกเกิดขึ้น หลังจากนักข่าวกัมพูชาเผยแพร่ภาพถ่ายที่ปราสาทตาควายกับทหารกัมพูชา

พล.ต.วินธัย กล่าวแถลงต่อไปว่าในปฏิบัติการทางทหารห้วงสุดท้ายก่อนหยุดยิง ทหารไทยพยายามกระทำต่อเป้าหมายจุดสูงข่ม คือ บริเวณเนิน 350 ทว่ากองทัพไทยพบกับสนามทุ่นระเบิดรอบปราสาทตาควาย ส่งผลให้ทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย

"เราต้องพยายามสร้างสมดุลของภารกิจสุดท้ายกับขวัญและกำลังใจของกำลังพล" โฆษก ทบ. ระบุ "เนิน 350 เป็นความสำคัญสูงสุดที่เราจะต้องยึดที่หมายนี้ให้ได้ แต่เวลาไม่เพียงพอ"

ในการแถลง พล.ต.วินธัย ระบุด้วยว่าพื้นที่ปราสาทตาควายเป็นพื้นที่ต่ำ ไม่ใช่จุดยุทธศาสตร์สำคัญทางทหาร เนื่องจากเสี่ยงต่อการถูกยิงสนับสนุนจากฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะจากเนิน 350 ซึ่งเป็นจุดสูงข่มที่มีผลต่อการปฏิบัติการทางทหาร และแม้จะไม่สามารถวางกำลังประจำในตัวปราสาทได้ แต่กองทัพไทยยืนยันว่าได้พื้นที่เพิ่มเติมและสามารถควบคุมพื้นที่โดยรอบได้

"ถ้าพูดถึงพื้นที่ปราสาทตาควาย เราได้พื้นที่เพิ่มเติม และในพื้นที่ที่ได้ เราก็สามารถถือว่าควบคุมตัวปราสาทได้"

ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

บริเวณจุดนี้ทหารทั้งฝ่ายกัมพูชาและไทยดูเหมือนยังตรึงกำลังในพื้นที่ทั้งสองฝ่าย

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 รายงานสถานการณ์ว่า

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. เจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาได้นำผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศและผู้สื่อข่าว เดินทางมายังจุดผ่อนปรนการค้าช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งในทางฝ่ายกัมพูชาเรียกจุดนี้ว่าด่านตรวจชายแดนแอนเซส (An Ses) โดยมี พ.อ. บุญเสริม บุญบำรุง รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ร่วมสังเกตการณ์

"การที่นำผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศเดินทางเข้ามายังพื้นที่อันตราย โดยไม่บอกกล่าวถือว่ามีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก" แถลงข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ของไทยระบุ

ในรายงานการลงพื้นที่ของคณะผู้สังเกตการณ์ปรากฏภาพว่าคณะผู้สังเกตการณ์ยืนอยู่ในบริเวณของซากปรักหักพังของปราสาทตาอมที่กัมพูชาสร้างไว้