You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีต สส.จากเมืองประจวบฯ ผู้ขึ้นเป็น หน.พรรคประชาธิปัตย์คนใหม่
มติที่ประชุมใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ เห็นชอบให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ 4 สมัย ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค คนที่ 9 ด้วยคะแนน 88.5% จากองค์ประชุมทั้งหมด
นายเฉลิมชัย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังมติที่ประชุมออกมาว่า การก้าวเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคเป็นแค่การเข้ามาแก้วิกฤตให้พรรคเดินต่อไปได้ และ ปชป. จะปรับเปลี่ยนและเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาได้มากขึ้น พร้อมกับทำหน้าที่ฝ่ายค้านโดยยึดมั่นอุดมการณ์และแนวทางของพรรคอย่างที่เป็นมาโดยตลอด
"ผมอยู่พรรคมา 22 ปีเต็ม ๆ หลักการอุดมการณ์ในประชาธิปัตย์ไม่เคยเปลี่ยน... ถ้าใครบอกว่า ประชาธิปัตย์ไม่มีอุดมการณ์ไม่มีจิตวิญญาณแล้ว ผมว่าขอให้มองประชาธิปัตย์ด้วยใจที่เป็นธรรม" นายเฉลิมชัย กล่าว หลังจากที่ประชุมพรรคเห็นชอบให้เขาเป็นหัวหน้าพรรค โดยไร้คู่แข่ง
การประชุมใหญ่พรรค ปชป.ในวันนี้ (9 ธ.ค.) เป็นการประชุมเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคครั้งที่ 3 หลังจากการประชุมสองครั้งแรกในเดือน ก.ค. และ ส.ค. ล่ม เพราะองค์ประชุมไม่ครบ โดยในครั้งที่สอง กลุ่มนักการเมืองใน ปชป. ทั้งฝ่าย “อำนาจใหม่” กับกลุ่มผู้อาวุโสในพรรคที่ถือเป็นฝ่าย “อำนาจเก่า” เปิดศึกวิวาทะอย่างดุเดือด
การประชุมครั้งนี้ มีสัญญาณดีตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น เพราะองค์ประชุมครบตามข้อบังคับพรรคที่ 250 คน
นอกจากผู้ถูกเสนอตัวเข้าชิงตำแหน่ง 2 คน อันได้แก่ น.ส.วทันยา บุนนาค หรือที่รู้จักในชื่อ “มาดามเดียร์” และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรคและรักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในการประชุมวันนี้ นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรค ได้เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกสมัย โดยมีสมาชิกให้การรับรองครบตามเกณฑ์
อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ ได้ลุกขึ้นแถลงกลางที่ประชุมพรรคว่า ได้พูดคุยกับนายเฉลิมชัยแล้ว ก่อนประกาศถอนตัวออกจากการเป็นแคนดิเดต และประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิก ปชป. ด้วยอีกต่อหนึ่ง โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีเป้าหมายย้ายไปพรรคการเมืองอื่น
"ผมยืนยันกับทุกท่านที่นี่ ผมไม่มีพรรคอื่น ไม่ไปพรรคอื่น กรีดเลือดผมมาก็เป็นสีฟ้าจนวันตาย วันข้างหน้าถ้าในพรรคคิดว่าผมจะเป็นประโยชน์มาช่วยได้ ผมก็คงไม่ปฏิเสธ" นายอภิสิทธิ์ ประกาศกลางที่ประชุมที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพฯ
หลังการประกาศของนายอภิสิทธิ์ นายเฉลิมชัยได้ไปขอพูดคุย โดยได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อในภายหลังว่า เขาและนายอภิสิทธิ์ ไม่มีความขัดแย้ง ยัง "มองตารู้ใจ เพราะทำงานกันมานาน" แต่เป็นการหารือแลกเปลี่ยนถึงสถานการณ์และความคิดของแต่ละคนเท่านั้น
"ผมเชื่อว่าทั้งท่าน (อภิสิทธิ์) และผม กรีดเลือดออกมาเป็นสีฟ้า ผมก็รักพรรค ท่านก็รักพรรค" นายเฉลิมชัยกล่าว
ส่วน น.ส.วทันยา ซึ่งเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคได้เพียงกว่า 1 ปี ได้รับการเสนอชื่อจาก นายขยัน วิพรหมชัย อดีต สส. ลำพูน และมีผู้รับรอง 144 คน
ในการเสนอชื่อของ น.ส.วทันยา ยังพ่วงไปกับการเสนอญัตติให้การยกเว้นข้อบังคับข้อ 31(6) ที่กำหนดให้ผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคได้เคยเป็น สส. หรือรัฐมนตรีของพรรค หรือต้องสังกัดพรรคมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี
การยกเว้นข้อบังคับพรรคข้อนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากนายชวน ซึ่งกล่าวเชิญชวนในที่ประชุมว่า เป็นการเปิดโอกาสให้ได้แข่งขัน
อย่างไรก็ตาม ผลการลงมติออกมาเป็น 139 เสียง ซึ่งไม่ถึง 3 ใน 4 ขององค์ประชุม จึงทำให้ น.ส.วทันยา หมดสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค
ทำให้ในการลงมติเลือกหัวหน้าพรรค มีชื่อของนายเฉลิมชัย แต่เพียงผู้เดียว
น.ส.วทันยา แสดงความผิดหวังต่อมติที่ประชุมหลังจากพลาดการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เธอกล่าวว่าทางรอดเดียวของพรรค ปชป. คือ การรื้อฟื้นอุดมการณ์ แต่วันนี้เธอไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงจากเพื่อนสมาชิก
"วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เห็นแล้วว่า สิ่งที่เราหวังว่าประชาชนจะกลับมาศรัทธากับประชาธิปัตย์อีกครั้งหนึ่ง วันนี้แสงแห่งความหวัง แสงแห่งการเปลี่ยนแปลงมันไม่เกิดขึ้น แล้วเราจะหวังให้แสงแห่งศรัทธาของประชาชนกลับคืนมาอย่างไร"
ก่อนหน้านี้ คู่ชิงแคนดิเดตที่ประกาศลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปชป. ที่อยู่ในกระแสข่าวตลอดมา ได้แก่ น.ส.วทันยา บุนนาค และนายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรค สส. บัญชีรายชื่อที่มีพื้นเพจาก จ.พิจิตร และเป็นหนึ่งใน "สส. กลุ่ม 21" หรือกลุ่ม "เพื่อนเฉลิมชัย"
แต่ก่อนวันประชุมใหญ่เพียงหนึ่งวัน สส.กลุ่ม 21 คน ซึ่งเป็น สส.จากภาคใต้และภาคกลางบางส่วน ได้ร่วมกันลงชื่อสนับสนุนนายเฉลิมชัย ให้เป็นผู้เข้าชิงหัวหน้าพรรคคนที่ 9 โดยนายนราพัฒน์เอง ก็ออกมาประกาศว่า พร้อมที่จะสนับสนุนนายเฉลิมชัยให้เป็นหัวหน้าพรรคด้วย
"พอเห็นพลังของ สส.ทั้ง 21 ท่าน รวมเป็นหนึ่งแล้ว ถือว่าเป็นเจตนารมณ์ที่ผมต้องการแล้ว วันนี้จึงมายืนยันเป็นหนึ่งเสียง พร้อมที่จะสนับสนุนนายเฉลิมชัยให้นำพาพรรคไปในทางที่ถูกที่ควร และยืนยันว่าพรรคจะได้กลับมาสู่ความเป็นหนึ่งเดียวสักที" นายนราพัฒน์ กล่าว
สส.กลุ่ม 21 นับเป็นกลุ่ม สส.ที่ขึ้นมามีบทบาทปรากฏตัวเป็นที่รู้จักภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ ปชป. ได้ ที่นั่ง สส. เพียง 25 คนเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นนายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรค นักการเมืองจาก จ.สงขลา นายชัยชนะ เดชเดโช รักษาการรองเลขาธิการพรรค นักการเมืองจาก จ.นครศรีธรรมราช
เปิดประวัติ เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีต สส.ประจวบ 4 สมัย- รมว. 2 กระทรวง
"ประชาธิปัตย์ คือบ้านที่ผมรักอย่างถวายตัว" เฉลิมชัย ศรีอ่อน เขียนเอาไว้บนเฟซบุ๊กของเขา หนึ่งวันก่อนประชุมใหญ่เลือกหัวหน้าพรรค และเป็นการโพสต์หลังจากที่กลุ่ม สส. 21 คน ของพรรค ประกาศหนุนนักการเมืองจากประจวบคีรีขันธ์ ผู้อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์มากว่า 22 ปี ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนที่ 9
"นับตั้งแต่จบเลือกตั้ง ตลอด 4-5เดือนที่ผ่านมา ผมไม่เคยแสดงความกระสันอยากจะเป็น อยากจะได้อะไรทั้งนั้น ผมอยู่ในที่ของผม และผมไม่เคยเชิญ สส. ประชาธิปัตย์ไปทานข้าวที่บ้านผม คนที่รู้ดีที่สุด ก็คือ มาดามเดียร์ เพราะผมคุยกับท่านเป็นประจำ" เขาเล่าบนเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า พี่ต่อ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน “คำไหน-คำนั้น” เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา
แฟนเพจและเว็บไซต์ส่วนตัวของนายเฉลิมชัย มักจะเรียกตัวเองว่า "ดอกเตอร์" ซึ่งข้อมูลบนเว็บไซต์ของเขาระบุว่า จบการศึกษาปริญญาเอก ด้านยุทธศาสตร์การพัฒนา แต่ไม่ได้ระบุสถาบัน และระบุสโลแกน ประจำตัว เฉลิมชัยว่าคือ "คำไหน…คำนั้น”
นายเฉลิมชัย เป็นคนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เส้นทางการเมืองเริ่มจากระดับท้องถิ่นจากการเป็นสมาชิกสภาจังหวัดประจวบฯ มาตั้งแต่ปี 2533 และขึ้นสู่ประธานสภาจังหวัดในช่วงปี 2538-2540 ก่อนก้าวสู่การเมืองระดับประเทศเป็น สส. ประจวบฯ ครั้งแรกในการเลือกตั้งปี 2544 และเป็นอีก 3 สมัย ในปี 2548, 2550 และ 2554
ส่วนการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 เฉลิมชัย อดีต สส. 4 สมัย แพ้การเลือกตั้งให้กับ สส.พรรคเพื่อไทย และในการเลือกตั้งปี 2566 นายเฉลิมชัย ไม่ลงสมัครทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ
นายเฉลิมชัย ยังเป็นอดีตรัฐมนตรี 2 สมัย ได้แก่ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา (2562-2566) รมว.กระทรวงแรงงาน ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (2553-2554) ส่วนบทบาทในพรรค ปชป. เขาก้าวขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรค ตั้งแต่ปี 2562
เฉลิมชัย ยังเคยลั่นวาจาไว้เมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว ในช่วงฤดูกาลหาเสียงเลือกตั้งว่า หากพรรค ปชป. ได้ สส. ทั่วประเทศต่ำกว่า 52 ที่นั่ง เขาจะเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต และผลการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาก็ปรากฏว่า กลายเป็นพรรคตกที่นั่ง "เสี้ยวร้อย" ทุบสถิติได้ สส.ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรรคแค่ 25 คน และแพ้การเลือกตั้งติดต่อกัน 8 ครั้ง ในรอบ 31 ปี