เปิดปัจจัยเหตุใดการค้นหาและกู้ภัยตึก สตง. ถล่ม จึงทำได้ยาก ความคืบหน้าล่าสุดเป็นอย่างไร

 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ที่มาของภาพ, กรุงเทพมหานคร

คำบรรยายภาพ, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่ามีเสียงขอความช่วยเหลือระหว่างที่เจ้าหน้าที่ค้นหาในโซนบี เมื่อคืนที่ผ่านมา (2 เม.ย.)

การกู้ภัยและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารก่อสร้างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่มจากแผ่นดินไหวเมื่อวันศุกร์ที่ 28 มี.ค. เข้าสู่วันที่ 7 แล้ว โดยปฏิบัติการได้เข้าสู่ระยะการใช้เครื่องจักรหนักเพื่อเปิดหน้างาน ควบคู่ไปกับการใช้เจ้าหน้าที่และเรดาร์ค้นหาสัญญาณชีพรวมทั้งสุนัขกู้ภัย K9 เพื่อยืนยันผู้ประสบภัย ในรูปแบบ "ค้นหา" สลับกับการ "รื้อถอน" ล่าสุด ตรวจพบเสียงตอบกลับและสัญญาณชีพระหว่างการค้นหาในคืนที่ผ่านมา

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงช่วงเช้าวันนี้ (3 เม.ย.) ถึงความคืบหน้าการกู้ภัยซากตึก สตง.ถล่มว่า ทีมกู้ภัยตรวจพบเสียงตอบกลับและสัญญาณชีพเบา ๆ ที่อาจเป็นของผู้รอดชีวิตในซากตึกถล่ม และสั่งให้มีการหยุดใช้เครื่องมือหนักชั่วคราวเพื่อเดินหน้าการกู้ชีพ

จนกระทั่งถึงเวลา 11.00 น. วันนี้ (3 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ยังค้นหาในจุดดังกล่าว

เครื่องจักรหนักทั้งรถแบคโฮร์ รถตัด-คีบ พร้อมด้วยเครนขนาดใหญ่ ได้เข้าดำเนินการรื้อถอน ตัดแยกชิ้นส่วนของซากอาคารที่ทับถมกันเทียบเท่าความสูงตึก 4-5 ชั้น เพื่อเร่งค้นหาผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร ตลอดทั้งตั้งแต่วานนี้ (2 เม.ย.) ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่แตกต่างจากการกู้ภัยในช่วง 5 วันแรก เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการร่วมกับการใช้อุปกรณ์กู้ภัย ตัด เจาะ เพื่อเข้าถึงตัวผู้ประสบภัย โดยหลังจากสามารถเปิดพื้นที่ออกทีละชั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปสำรวจเพื่อค้นหาผู้สูญหายที่เหลืออยู่ 72 คน

ก่อนหน้านี้ นายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า จะยังไม่มีการยุติปฎิบัติการค้นหาชีวิต แต่เป็นการใช้เครื่องมือหนักเข้าไปปฏิบัติการเพิ่มขึ้น ในรูปแบบของการรื้อที่หนักขึ้น แต่ระหว่างการรื้อก็คอยมอนิเตอร์การช่วยชีวิตคู่ขนาดกันไป

ณ เวลา 8.00 น. วันนี้ (3 เม.ย.) กรุงเทพมหานคร ระบุตัวเลขของผู้สูญหายจากเหตุอาคาร สตง. ถล่มอยู่ที่ 72 ราย เสียชีวิต 15 ราย และรอดชีวิต 9 ราย

ชัชชาติเผยพบสัญญาณผู้รอดชีวิต

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงช่วงเช้าวันนี้ (3 เม.ย.) ถึงความคืบหน้าการกู้ภัยซากตึก สตง. ถล่มว่า ทีมกู้ภัยตรวจพบเสียงตอบกลับและสัญญาณชีพเบา ๆ ที่อาจเป็นของผู้รอดชีวิตในซากตึกถล่ม และสั่งให้มีการหยุดใช้เครื่องมือหนักชั่วคราวเพื่อเดินหน้าการกู้ชีพ

ทั้งนี้เมื่อคืนที่ผ่านมา (2 เม.ย.) กู้ภัยได้ใช้เครื่องมือหนักเพื่อรื้อซากอาคาร และเปิดโพรงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินสำรวจหาผู้รอดชีวิต หลังจากที่เมื่อวานนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ได้เปิดเผยถึงการปรับยุทธวิธีเริ่มใช้เครื่องมือหนักในพื้นที่

หลังจากทีมกู้ชีพเข้าทำการสำรวจพื้นที่มีเจ้าหน้าที่รายหนึ่งตะโกนว่า ได้ยินเสียงตอบกลับจากในซากอาคาร

"อาสาจากกู้ภัยก็ตะโกนแล้วได้ยินเสียงตอบกลับมาเบา ๆ ก็ไม่เชื่อ ก็ให้เพื่อนอีกคนเข้าไป ก็ได้ยินเหมือนกัน เป็นเสียงเบา ๆ กลับมา เสียงนี้เข้าใจว่าเป็นเสียงผู้หญิง จากนั้นก็ยังไม่เชื่อ ก็เอาตัวสแกนเรียกทีมมาสแกนก็พบคล้าย ๆ ว่ามีร่องรอยของร่างกายอยู่... เมื่อวานทีมประเมินกันแล้ว มันก็ยังเป็นความหวังเล็ก ๆ ที่อาจมีผู้รอดชีวิตอยู่" นายชัชชาติ กล่าวพร้อมระบุว่า หลังการตรวจสอบได้ดำเนินการกู้ภัยในทันที

จนท ค้นหา

ที่มาของภาพ, กรุงเทพมหานคร

คำบรรยายภาพ, นับตั้งแต่ทีมกู้ภัยตรวจพบเสียงตอบกลับและสัญญาณชีพเบา ๆ เมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าค้นหา

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยถึงความท้าทายในการเข้าถึงจุดพิกัดดังกล่าว ซึ่งระบุว่าเป็นบริเวณทางหนีไฟไว้ว่า มีคอนกรีต 3 แผ่น หนักประมาณ 60 ตัน บังทางเข้าอยู่ จึงต้องมีการใช้เครนช่วยยกตลอดทั้งคืนจนทำสำเร็จเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยต้องมีการหยุดใช้เครื่องมือหนัก เนื่องจากเครื่องมืออาจทำให้เกิดความสั่นไหวและเกิดอัตรายก่อเจ้าหน้าที่ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสียงดังรบกวน

"มัน [เครื่องมือหนัก] จะมีเสียงดัง ทำให้บางทีเราได้ยินเสียง 'ช่วยด้วย' แบบนี้ [เรา] ไม่ได้ยิน ดังนั้นมันต้องมีความเงียบ" นายชัชชาติ กล่าวเสริม

หลังจากการหยุดใช้เครื่องมือหนักจึงเริ่มปฎิบัติการใช้มือขุด ทั้งนี้คาดการณ์ความลึกก่อนถึงจุดสัญญาณชีพอยู่ที่ประมาณ 3 เมตร และแม้สัญญาณชีพยังอยู่ในลักษณะที่เบาและไม่ชัดเจนมากนัก แต่ทางกู้ภัยได้มีการเตรียมทีมและรถพยาบาลรองรับหากเจอผู้รอดชีวิต

นายชัชชาติกล่าวเสริมด้วยว่า ยังมีจุดอื่น ๆ ที่หน่วยสุนัขกู้ภัย K9 ตรวจเจอสัญญาณชีพเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยย้ำว่าทางทีมกู้ภัยได้ดำเนินการมาถูกทาง

"ผมเชื่อว่าเรามาถูกทางแล้วนะ ที่เราทำ อย่างน้อยที่เราพยายามทำเอาของหนักออกเดินหน้าเข้า ผมว่ามันมาถูกทางเชื่อว่ามันก็สร้างกำลังใจให้กับทีมงานขึ้นระดับหนึ่ง"

ผู้ว่าฯ กทม. บอกด้วยว่า ตนไม่อยากให้สิ่งนี้เป็นการให้ความหวังมากเกินไป เพียงแต่รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง "ก็ไม่ได้บอกว่าเจอผู้รอดชีวิตนะ ไม่ได้บอก แค่มันคิดว่าเราก็มาถูกทางแล้ว มันอาจจะไม่ได้เร็วเหมือนคนที่คาดหวัง แต่ทุกอย่างมันต้องไปชิ้นต่อชิ้น" พร้อมบอกอีกด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่ประมาณ 40-50 ราย เตรียมผลัดกันดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

"มีความหวังเล็ก ๆ ที่ทำให้เราก้าวต่อไปได้" ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว ว่าการค้นพบสัญญาณชีพครั้งนี้เป็นแรงกำลังใจให้ทีมกู้ภัยทั้งจากประเทศไทยและนานาชาติดำเนินการกันต่อไปอย่างเต็มที่

การกู้ภัยซากอาคารก่อสร้างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (2 เม.ย.) หลังมีการประกาศเริ่มใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่มากขึ้น

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การกู้ภัยซากอาคารก่อสร้างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เมื่อวันที่ 2 เม.ย. หลังมีการประกาศเริ่มใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่มากขึ้น

4 ปัจจัยที่ทำให้การกู้ภัยกู้ชีพตึก สตง. ถล่ม ทำได้ยาก

จากปฏิบัติการที่ล่วงเข้าสู่วันที่ 7 นับตั้งแต่เกิดเหตุ มีเสียงวิจารณ์ถึงความล่าช้าและวิธีการค้นหา บีบีซีไทยรวบรวมความยากและอุปสรรคของการปฏิบัติงาน และคำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้

1. แนวปฏิบัติ 72 ชั่วโมงของการช่วยชีวิต

ระยะเวลา 72 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุการณ์ตึกถล่มและมีผู้ติดอยู่ซากอาคาร เป็นตัวเลขที่ทางการกล่าวในการแถลงข่าวบ่อยครั้งในช่วงการค้นหาและช่วยชีวิต ตั้งแต่วันแรก ๆ

ตัวเลข 72 ชั่วโมงคือ ชั่วโมงทองในการช่วยชีวิตซึ่งตามคำอธิบายของ ผศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยพิบัติ อธิบายว่า คือช่วงเวลาที่ผู้ประสบภัยจะมีโอกาสในการรอดชีวิตสูง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่่ร่างกายจะสามารถทนได้

ในปฏิบัติการที่เห็นในช่วงตั้งแต่วันแรกจนถึงอย่างน้อยวันที่ 3 จึงเป็นการเข้าค้นหาเพื่อช่วยชีวิต โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยและสุนัขกู้ภัย (K9) ที่เข้าไประบุจุดพิกัดที่พบผู้ประสบภัย

สุนัขกู้ภัย (K9) เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยที่บริเวณอาคารสตง. เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สุนัขกู้ภัย (K9) เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยที่บริเวณอาคารสตง. เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา

"72 ชั่วโมงมันเป็นไกด์ไลน์ของการอยู่รอด แต่คนอยู่รอดก็มี 5 วัน 7 วัน ก็มี ดังนั้น ไม่ได้เดดไลน์ว่าต้องเป็น 72 ชั่วโมง ก็ขอบคุณผู้ที่แนะนำ แนวคิดเอาปูนออกจากร่าง เอาร่างออกจากปูน ผมก็ไม่เคยได้ยินแนวทางนี้ ก็เป็นแนวคิดของแต่ละคน แต่ก็เป็นสิ่งที่พยายามทำอยู่" นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุ เมื่อ 2 เม.ย.

เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.เอนก ศิริพานิชกร ที่ปรึกษาสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) บอกกับบีบีซีไทยว่า "เมจิก นัมเบอร์ คือ 72 ชั่วโมงแรก" ดังนั้นการค้นหาจะเห็นว่าเน้นในกิจกรรมที่ไม่เกิดการกระทบ เพราะถ้ามีการรื้อถอนในช่วงระยะนี้ โครงสร้างและซากอาคารต่าง ๆ อาจไปกระทบกับผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ภายใต้ซาก ซึ่งอาจกลายเป็นอุบัติเหตุซ้ำซ้อนและเป็นเหตุที่ทำให้เสียชีวิตได้

"ในต่างประเทศ เมจิกนัมเบอร์ก็ 72 ชม. เช่นกัน แต่เราก็มีความหวังว่าสมมติว่า (ผู้สูญหาย) ไปอยู่ในแชมเบอร์ (ช่อง) ที่มันมีอากาศ ขยับตัวน้อย ใช้พลังงานน้อย ก็น่าจะเจอผู้รอดชีวิต... ที่ผ่านมา ทีมกู้ภัยพยายามตรวจสอบว่าช่องโพรงจุดไหนที่เข้าได้ เพื่อที่จะพยายามเปิดช่องเอาอากาศเข้าไป จะทำให้ผู้ประสบภัย อาจจะสามารถดำรงชีพอยู่ได้ในสถานการณ์นั้น" ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม กล่าว

2. น้ำหนักของซากอาคาร

การค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างต่อเนื่องและเริ่มการรื้อถอนไปด้วย คือยุทธวิธีที่เริ่มดำเนินการเมื่อวันอังคารที่ 1 เม.ย. หรือวันที่ 5 หลังจากที่เกิดเหตุตึกถล่ม ตามการเปิดเผยของนายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม.

นายชัชชาติกล่าวว่า ตั้งแต่คืนวันจันทร์ (31 มี.ค.) ได้มีการติดตั้งเครนทั้งหมด 4 ตัว โดยมีรถเครน 600 และ 500 ตัน อย่างละ 1 ตัว และขนาด 200 ตัน อีกจำนวน 2 ตัว ซึ่งจะนำมายกชิ้นส่วนขนาดใหญ่เพื่อเปิดโพรงเส้นทางเพิ่มเติมให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปสำรวจพื้นที่และระบุตำแหน่งผู้รอดชีวิตและร่างเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม แม้เครนจะมีกำลังมากแต่เนื่องจากแขนรถเครนต้องยื่นออกไปในระยะไกล ทำให้แรงกำลังของเครนลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

"เรามีเครน 600 ตัน ก็จริง แต่เครนเวลามันยื่นแขนออกไป 50 เมตร กำลังยกมันเหลือแค่ 20 ตัน แล้ว 20 ตัน เนี่ยมันต้องมีความเสี่ยง เพราะฉะนั้นเราต้องตัดชิ้น [ซากอาคาร] ให้เหลือแค่ 10 ตัน จึงต้องซอยชิ้นให้เล็กก่อน แล้วก็ยก" ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

น้ำหนักของซากอาคารเหล่านี้คือปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การเปิดเส้นทางตรวจสอบเป็นไปได้อย่างล่าช้า "เราใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง ในการยกชิ้นส่วนเพียง 4 ชิ้น" นายชัชชาติ กล่าวเสริม และในการแถลงประจำวันในวันนี้ (2 เม.ย.) เขาเปิดเผยว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถยกชิ้นส่วนออกไปได้ราว 10 ชิ้น รวมน้ำหนักประมาณ 100 ตัน

อาคาร 30 ชั้นของสตง.ที่ถล่มลงมามีน้ำหนักมาก ทำให้การกู้ภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, อาคาร 30 ชั้นของสตง.ที่ถล่มลงมามีน้ำหนักมาก ทำให้การกู้ภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก

น้ำหนักของเศษซากถือเป็นอุปสรรคใหญ่ รศ.เอนก ที่ปรึกษาสาขาวิศวกรรมโยธา วสท. อธิบายกับบีบีซีไทยว่า น้ำหนักของคอนกรีตสำเร็จจะหนักประมาณ 2.4 ตันต่อลูกบาศก์เมตร จากการประเมินพื้นที่ทางอากาศซึ่งใช้โดรนขึ้นบิน คาดว่าปริมาตรของวัสดุซากอาคารทั้งหมดอยู่ 26,000 คิว ซึ่งหากคำนวณเป็นน้ำหนักแล้วจะอยู่ที่เกือบ 40,000 ตัน จึงไม่ง่ายต่อการที่จะยกชิ้นส่วนต่าง ๆ ออก

"อย่าลืมว่าแต่ละชิ้นอย่างต่ำผมว่ามี 15 ตัน อย่างต่ำเลยนะ ไม่ง่ายเลย" รศ.เอนก กล่าว "อย่างเสาที่เป็นเสาด้านหน้าอาคาร [สตง.] ขนาด 1.4 เมตร คูณ 1.4 เมตร สมมติถ้ามันหักท่อนละ 3 เมตร ก็หนัก 14 ตันแล้ว ถ้าเป็นการทุบรื้อถอนอาคารแบบตั้งใจ เราจะทอนให้มันเล็กกว่านี้"

เมื่อประกอบปัจจัยที่อาจไปกระทบต่อตัวผู้ประสบภัย ทำให้ในระยะเวลา 72 ชั่วโมงแรก จึงยังไม่ใช่การใช้เครื่องมือหนักในการเปิดพื้นที่

3. ความไม่เสถียรของซากอาคารที่ถล่ม

"หลายคนอาจจะบ่นว่าทำไมไม่เอากู้ภัยเข้ามา งานไม่ได้เข้ามาได้ง่าย ๆ นะ ไม่ใช่จำนวนคนจะเข้ามาได้ เพราะว่าแต่ละคนเข้ามาก็ต้องระวัง มันเป็นทางชัน เหมือนภูเขาเลย" ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ กล่าว

นายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยผ่านการถ่ายทอดสดบนเฟซบุ๊กของเขาเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยจำนวนมากไม่สามารถเข้าไปภายในบริเวณตึกที่ถล่มได้ โดยต้องมีการจำกัดจำนวนคนเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากบางพื้นที่ของอาคารที่ถล่มลงมานั้นยังมีความเคลื่อนไหวอาจทำให้เกิดอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ได้

ระหว่างการถ่ายทอดสดออนไลน์ข้างต้นของนายชัชชาติ มีเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นระหว่างการดำเนินการกู้ภัย เนื่องจากมีการตรวจพบการเคลื่อนไหวของซากอาคารประมาณ 5 มิลลิเมตร ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องหยุดการดำเนินงานชั่วคราว

"จุดนี้เป็นจุดที่เปราะบางนิดหนึ่งเพราะว่ามันมีการขยับตัวเหมือนกับว่ามันจะพังลงมา มันก็ต้องมีทีมงานที่ต้องคอยเฝ้าระวังตลอด ไม่อย่างงั้นมันจะมาทับคนที่ทำงานอยู่" นายชัชชาติระบุ พร้อมหันกล้องไปทางเศษซากอาคารสูงที่มีการเอียงตัว

อาคารที่ถล่ม ในเขตตุจักร กรุงเทพฯ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว เศษซากยังมีความเคลื่อนไหวอยู่ อาจทำให้เกิดความอันตรายต่อเจ้าหน้าที่กู้ภัย

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, อาคารที่ถล่ม ในเขตตุจักร กรุงเทพฯ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว เศษซากยังมีความเคลื่อนไหวอยู่ อาจทำให้เกิดความอันตรายต่อเจ้าหน้าที่กู้ภัย

4. อาคารสูง 30 ชั้นสร้างไม่เสร็จและไม่มีแปลน - พื้นปูนและผนังมีความหนา

"อุปสรรคมีเกี่ยวกับเรื่องตึก 30 ชั้น พอ 30 ชั้นแล้วมันยังสร้างไม่เสร็จ พอยังไม่เสร็จ เราไม่มีแปลนอาคาร" นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เจ้าหน้าที่ทีมอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเมื่อ 1 เม.ย. ว่าหนึ่งในอุปสรรคที่ทีมกู้ภัยเผชิญคือ ความยากในการระบุพิกัดจุดต่าง ๆ ในซากตึกถล่ม เนื่องจากไม่มีแปลนชั้นที่ชัดเจน

นอกจากนี้โครงสร้างของตึกที่ถล่มยังมีพื้นปูนและผนังด้านข้างที่หนาเป็นหลักเมตร โดยเครื่องมือที่เจ้าหน้าที่ใช้ไม่สามารถเจาะเข้าไปได้

"เราพยายามรีบสแกนหา [ร่างหรือผู้รอดชีวิต] เจอตรงไหนเราพยายามเจาะ แต่จริง ๆ แล้วถ้าใช้พวกเครื่องมือที่เรานำเข้าไป มันใช้ไม่ได้เลย ใช้ได้กับบางพื้นที่เท่านั้นเอง ฉะนั้น 4 วัน เราเพิ่งเจอร่างอยู่ประมาณ 14 [ร่าง] เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย ตอนนี้ต้องรอใช้เครื่องมือหนัก" นายบิณฑ์ ระบุ

"ผมว่าในประเทศไทยไม่มีใครมีประสบการณ์ขนาดนี้ ในขนาดนี้" นายชัชชาติ ระบุในการให้สัมภาษณ์กับรายการ "กรรมกรข่าว คุยนอกจอ" เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พร้อมทั้งเปิดเผยบทสนทนาระหว่างตัวนายชัชชาติที่พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญการกู้ภัยนานาชาติที่มีประสบการณ์มานานกว่า 40 ปีว่า การค้นหาและกู้ภัยครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในการกู้ภัยที่ยากที่สุดที่เคยเจอมา เนื่องจากงานมีความซับซ้อนสูง

"ตึก 30 ชั้น มันกองอยู่ที่เดียวกัน แล้วเป็นตึกคอนกรีตด้วย มันก็ทำให้มีสิ่งปรักหักพังเยอะ และก็น้ำหนักเยอะ ชิ้นหนึ่งก็เป็น 100 ตัน การเข้าออกต่าง ๆ ก็ไม่ได้ง่าย"

5. การกู้ซากยากกว่าการอาคารที่ถูกรื้อถอนทั่วไป

รศ.เอนก ศิริพานิชกร ที่ปรึกษาสาขาวิศวกรรมโยธา วสท. กล่าวกับบีบีซีไทย การรื้อซากอาคารตึกถล่มในเหตุภัยพิบัติอย่างแผ่นดินไหว แตกต่างกับการรื้อถอนอาคารทั่วไป

เขาอธิบายว่า หากดูตัวอย่างการรื้อถอนอาคารในต่างประเทศ ตัวเศษซากต่าง ๆ ที่ถล่มจะสามารถเก็บได้ง่าย เนื่องจากมีการคำนวณ วิเคราะห์โครงสร้างแล้วว่า เมื่อมีการระเบิดอาคารแล้วชิ้นส่วนที่หักพังลงไปจะมีขนาดไม่ใหญ่นัก

"แต่กรณีของตึกถล่มนี้ มันต่างกัน อันนี้เป็นเสาขนาดใหญ่เป็นท่อน และพื้นก็หนา 30 เซ็นติเมตร ส่วนที่เป็นคานน้อย และยังมีเสา สนามปล่องลิฟต์ คำนวณปริมาณทั้งหมดอยู่ที่ 26,000 คิวบิกเมตร จากการประมาณการพื้นที่"

ผู้เชี่ยวชาญจาก วสท. ให้ความเห็นด้วยว่า สิ่งที่ต้องจัดการต่อไป คือ การขนย้ายซากอาคาร เพราะเมื่อปฏิบัติการกู้ภัยเสร็จสิ้นพื้นที่บริเวณก่อสร้างอาคารจะต้องเป็น "กราวด์ซีโร่" หรือพื้นที่ว่าง ดังนั้น การคำนวณปริมาณเศษซากทั้งคอนกรีต เหล็กจึงเป็นสิ่งสำคัญ รวมทั้งการจัดการปัญหาฝุ่นที่เกิดขึ้นระหว่างการรื้อถอนและค้นหาผู้ประสบภัยที่ควบคู่กันไปในระยะนี้ด้วย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยทั้งจากต่างประเทศและในประเทศเข้าค้นหาซากอาคารสูงที่ถล่มลงมา โดยยังมีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารอีกกว่า 72 ราย หลังจากเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่ประเทศเมียนมา

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่กู้ภัยทั้งจากต่างประเทศและในประเทศเข้าค้นหาซากอาคารสูงที่ถล่มลงมา โดยยังมีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารอีกกว่า 72 ราย หลังจากเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่ประเทศเมียนมา

การค้นหาและกู้ภัย ณ ตอนนี้ มียุทธวิธีอย่างไร

นายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา (2 เม.ย.) ว่าตอนนี้การค้นหาและกู้ภัย เริ่มปรับยุทธวิธี เพราะการเข้าด้วยเครนที่ยกชิ้นส่วนที่น้ำหนักเบาเริ่มไม่เพียงพอ จึงเริ่มมีเครื่องมือหนักเข้ามาในพื้นที่หน้างาน

"การค้นหาจนถึง 6 โมงเช้า [ที่ผ่านมา] เมื่อคืนเรานำผู้เสียชีวิตออกมา 1 คน แต่ร่างที่เราเห็นแล้วตามปล่องส่วนต่าง ๆ ข้างในมีประมาณ 14 คน และเมื่อคืนก็ได้กลิ่นหลายจุด แต่ยังเข้าไปไม่ได้ เพราะถึงแม้จะเปิดชิ้นส่วนออกมาแล้ว พอลงไปจริง ๆ ก็เจอเหล็ก เจออะไรอยู่ข้างในที่กีดขวางอยู่ค่อนข้างมาก อุปสรรคการเข้าถึง ก็ยังเป็นปัญหา"

เขาอธิบายว่า การเข้าค้นหากู้ภัยจะเป็นการค่อย ๆ เปลี่ยนจากโหมดการช่วยชีวิต เป็นการช่วยชีวิตและการรื้อถอนไปควบคู่กัน

"ถ้าเรสคิว [ช่วยชีวิต] ขั้นแรกถึงจุดหนึ่งไปต่อไม่ได้ ก็ค่อย ๆ รื้อถอนด้วยเครื่องมือเบาก่อน พวกเครนและเครื่องมือเบาก็เข้าไป จากนั้นถ้าเกิดเครื่องมือเบาไม่พอก็จะเริ่มหนักขึ้น การเรสคิว [ช่วยชีวิต] ก็ต้องหยุดชั่วคราว" ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว และบอกว่า ในวันนี้เป็นการสลับกันระหว่างการใช้เครื่องมือหนัก กับการส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและสุนัขกู้ภัยเข้าไป

"เป็นกระบวนการร่วมกันของการรื้อกับการช่วยชีวิต เพราะฉะนั้น การช่วยชีวิตก็ยังทำงานอยู่" นายชัชชาติกล่าว