You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เปิดเส้นทางกากแคดเมียม จากต้นทางสู่โรงหลอมในสมุทรสาคร-ชลบุรี ล่าสุดพบเพิ่มใน กทม.
กากแร่แคดเมียมจำนวน 15,000 ตัน ซึ่งถูกตรวจสอบพบว่า มีบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.ตาก ได้ขายกากแร่ที่ถูกฝังกลบให้กับบริษัทใน จ.สมุทรสาคร จากการขยายผลล่าสุด พบกากแร่แคดเมียมในโรงงานหลอมโลหะและโกดังรวมอย่างน้อย 5 จุด ใน จ.สมุทรสาคร และ จ.ชลบุรี โดยล่าสุดพบที่โรงงานโลหะ-รีไซเคิลที่เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ
วันที่ 10 เม.ย. สำนักงานเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ได้ประกาศให้พื้นที่ของบริษัท ล้อโลหะไทย เมททอล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่บนย่านถนนประชาราษฏร์ แขวงและเขตบางซื่อ กทม. เป็นเขตพื้นที่อันตราย หลังจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เข้าตรวจสอบภายในโกดังของบริษัทดังกล่าว พบถุงบิ๊กแบ็กบรรจุกากแคดเมียม 98 ถุง น้ำหนักประมาณ 150 ตัน
ประกาศพื้นที่อันตรายดังกล่าว มีเนื้อหาสั่งห้ามไม่ให้มีการอยู่อาศัยหรือดำเนินกิจการในพื้นที่ของโรงงาน เนื่องจากเป็นสารเคมีชนิดร้ายแรงและอันตรายต่อชีวิต
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งลงพื้นที่ร่วมกับอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และเขตบางซื่อ เปิดเผยว่าได้มีการหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อมูลว่ามีโรงเคลือบโลหะ 154 แห่ง โรงหลอมโลหะ 98 แห่ง จึงได้ออกคำสั่งให้ตรวจทั้งหมด ส่วนจุดที่มาตรวจวันนี้เป็นที่เก็บวัสดุเก่า ซึ่งได้ออกคำสั่งให้ตรวจเพิ่มเติมในแหล่งเก็บวัสดุเก่าเป็นการเร่งด่วนด้วย
จากการตรวจค้น ตำรวจ ปทส. ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อเจ้าของบริษัทฯ ฐานมีไว้ซึ่งสารอันตรายต้องห้าม พร้อมอายัดไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ขณะที่ระหว่างการตรวจค้นพบว่าเจ้าของโรงงานแห่งนี้ มีความเชื่อมโยงกับหุ้นส่วนของบริษัท เจ แอนด์ บี สถานที่แห่งแรกที่พบกากแคดเมียมใน จ.สมุทรสาคร
การตรวจพบกากแคดเมียมในพื้นที่ กทม. นับเป็นจุดที่ 5 ที่มีการขยายผลตรวจค้นจากจุดแรกและมีรายงานจากไทยพีบีเอสด้วยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้พบกากแคดเมียมเพิ่มเติมภายในบริษัท เจ แอนด์ บี จำกัด ใน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นจุดแรกที่พบกากของเสียอันตรายดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 เม.ย. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เข้าตรวจค้นโรงงานย่านคลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ขยายผลหากากแคดเมียม และกากแร่สังกะสีที่หายไปอีกกว่า 5,000 ตัน โดยเบื้องต้นมีรายงานการตรวจพบกากแร่แคดเมียมจำนวนราว 1,000 ตัน
กรณีดังกล่าวปรากฏเป็นครั้งแรกเมื่อ เมื่อมีการเปิดเผยการตรวจพบกากสังกะสีและแคดเมียม บรรจุในถุงบิ๊กแบ็กขนาดใหญ่จัดเก็บไว้ในสถานที่ของโรงงานของบริษัท เจ แอนด์ บี เมททอล จำกัด ในพื้นที่ อ.เมืองสมุทรสาคร จำนวนกว่า 1,000 ถุง น้ำหนักรวม 2,440 ตัน เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา
การตรวจสอบการขนย้ายกากอุตสาหกรรมข้ามจังหวัดในระลอกนี้ เกิดขึ้นภายหลังกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงซึ่งมีการร้องเรียนเข้ามา
น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า อุตสาหกรรม จ.สมุทรสาคร ได้อายัดกากแร่ดังกล่าวไว้ตั้งแต่เดือน มี.ค. และจากการตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบ ได้สั่งการให้นำกากแคดเมียมที่ถูกขนย้ายมายัง จ.สมุทรสาคร กลับไปฝังกลบใน จ.ตาก โดยด่วนภายใน 7 วัน ตามมาตรการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ในเวลาต่อมา ได้มีการขยายผลค้นหากากแร่แคดเมียมที่เหลืออีกกว่า 10,000 ตัน ซึ่งมีการตรวจพบเพิ่มเติมในพื้นที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี และใน จ.สมุทรสาคร อีกอย่างน้อย 3 จุด
เจ้าของต้นทางที่ จ.ตาก คือใคร การขุดและขนย้าย ได้รับอนุญาตหรือไม่
กากแร่แคดเมียมถูกขุดขึ้นมาหลังจากที่ดำเนินการฝังกลบไปแล้ว ถูกขุดขึ้นมาได้อย่างไร และการขนย้ายมาจากต้นทาง จ.ตาก ถูกต้องหรือไม่
น.ส.พิมพ์ภัทรา เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ว่า การขนย้ายเป็นการขออนุญาตเคลื่อนย้ายในระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่ออุตสาหกรรม จ.ตาก ซึ่งต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนี้ และมีคำสั่งให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ออกคำสั่งย้ายอุตสาหกรรม จ.ตาก ช่วยราชการไว้ก่อน
ด้านนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงการคลัง ระบุ เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ว่า จากข้อมูลที่ได้รับรายงานของทุกหน่วยงาน พบว่ามีข้อบกพร่องในแต่ละขั้นตอนพอสมควรตั้งแต่ การอนุญาตที่ต้นทาง การควบคุมการขนส่งมาปลายทาง และรวมทั้งประสิทธิภาพของโรงงานที่ปลายทาง
ด้าน น.ส.เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) เปิดเผยว่า กากแร่แคดเมียมดังกล่าวเป็นของเสียอันตรายจากการทำเหมือง ซึ่งมีการฝังกลบแบบปลอดภัยไปแล้วในบ่อ 7 แห่ง และปิดบ่อไปเรียบร้อยแล้วเมื่อปี 2561 ตามข้อกำหนดมาตรการผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยสถานที่ฝังกลับตั้งอยู่ในโครงการโรงถลุงสังกะสี บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) พื้นที่ 2,500 ไร่ ที่ จ.ตาก
ผอ.มูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวต่อไปว่า การขออนุญาตขนย้ายกากแคดเมียม ดำเนินการขออนุญาตโดย บมจ. เบาด์ แอนด์ บียอนด์ ได้รับอนุญาตขุดและขนย้ายกาก เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2566 และเริ่มขนย้ายในเดือน ก.ค.2566 โดยขนย้ายเที่ยวสุดท้ายออกจากพื้นที่เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2567 รวมระยะเวลาขนย้ายกว่า 8 เดือน
สำหรับ บมจ. เบาด์ แอนด์ บียอนด์ รายงานจากประชาชาติธุรกิจ ระบุว่า คือชื่อเดิมของ บมจ. ผาแดงอินดัสทรี ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการเหมืองแร่และผลิตโลหะสังกะสีอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงปี 2525
รายงานประจำปี 2565 ของ บมจ. เบาด์ แอนด์ บียอนด์ เมื่อปี ระบุว่า บมจ. ผาแดงอินดัสทรี หรือชื่อย่อหลักทรัพย์ PDI ได้ยุติการดำเนินงานของเหมืองแร่ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อปี 2559 เนื่องจากปริมาณแร่สำรองหมดลง และยุติกระบวนการถลุงโลหะสังกะสีในปี 2561
หลังจากนั้น บมจ.ผาแดงอินดัสทรี ได้หันมาจับธุรกิจด้านพลังงานทดแทน และธุรกิจรีไซเคิล ธุรกิจการจัดการกากของเสีย และธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มจากโลหะต่าง ๆ ก่อน เปลี่ยนชื่อและทำการรีแบรนด์ เป็น บมจ. เบาด์ แอนด์ บียอนด์ ในปี 2564 เพื่อเดินหน้าธุรกิจด้านโรงแรมและบริการ
ปัจจุบัน บมจ. เบาด์ แอนด์ บียอนด์ เป็นผู้ถือหุ้น 100% ในโรงแรม 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ เมื่อปี 2564 และมีการเปลี่ยนแปลงชื่อย่อหลักทรัพย์จาก PDI เป็น BEYOND หลังจากนั้น
รายงานประจำปี 2566 ระบุด้วยว่า ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2566 BEYOND ถือหุ้นในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเดิม 1 บริษัท ซึ่งอยู่ในระหว่างการจำหน่ายทรัพย์สินที่เหลือทั้งหมด
กากแคดเมียมเอาไปทำอะไร
ผอ.มูลนิธิบูรณะนิเวศ ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุที่มีการขนย้ายน่าจะเกิดจากผลประโยชน์จากการลงทุนทางธรุกิจบนพื้นที่ฝังกลบของโครงการ ที่ บมจ.เบาด์ แอนด์ บียอนด์ เจ้าของโครงการอาจมีแผนในการพัฒนาพื้นที่ธุรกิจ แต่ติดขัดว่าใต้ผืนดินลงไป มีการฝังกลบกากแร่ ซึ่งมีความอันตราย จึงมีแผนดำเนินการขุดและย้ายลงมา อีกส่วนหนึ่งคือกากของเสียอันตรายเหล่านี้ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ
"หลายท่านถามว่ากากแคดเมียมเอาไปทำอะไร และมันมีประโยชน์จริงหรือ กากแคดเมียมมีพิษที่ร้ายแรงก็จริง แต่มีค่ามหาศาลในทางเศรษฐกิจหรือมีค่าในทางธุรกิจ เข้าใจว่า หนึ่งตันของกากแคดเมียมเมื่อเสร็จจากการหลอมแล้วจะมีมูลค่ากว่าหนึ่งแสนบาท ผลตอบแทนทางธุรกิจก็เป็นแรงจูงใจหนึ่ง"
น.ส.เพ็ญโฉม กล่าวด้วยว่า การรีไซเคิลกากวัสดุที่ไม่ใช้แล้วในอุตสาหกรรมการทำเหมือง เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและการรีไซเคิลของรัฐ ภายใต้แนวทางตามโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนหรือที่เรียกว่านโยบายบีซีจี
กระจายไปที่ใดแล้วบ้าง
ก่อนหน้านี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงถึงตัวเลขของกากแร่แคดเมียม ซึ่งผู้ประกอบการใน จ.ตาก เคยยื่นขอนำกากแคดเมียมออกไว้ประมาณ 15,000 ตัน แต่ปริมาณการนำออกจริงจากการชั่งน้ำหนักอยู่ที่ 13,882 ตัน
ข้อมูลล่าสุด มีการตรวจพบในโรงงานอย่างน้อย 5 จุด แห่ง
- บริษัท เจ แอนด์ บี เมททอล จำกัด หมู่ที่ 2 ต.บางน้ำจืด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จำนวน 2,440 ตัน (เปิดเผยว่ามีการตรวจพบ 4 เม.ย.)
- บริษัท อิฟง จำกัด ใน ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จำนวน 6,720 ตัน (ตรวจพบ 6 เม.ย.)
- บริษัท ซิน หงส์ เฉิง อินเตอร์ เทค (2008) จำกัด หมู่ที่ 6 ต.บางน้ำจืด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จำนวน 1,034 ตัน (ตรวจพบ 7 เม.ย.)
- โรงงานแห่งหนึ่งในย่านคลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จำนวนเกือบ 1,000 ตัน (ตรวจพบ 9 เม.ย.)
- บริษัท ล้อโลหะไทย เมททอล จำกัด ถนนประชาราษฏร์ แขวงและเขตบางซื่อ กรุงเทพมหารคร จำนวน 150 ตัน (ตรวจพบ 10 เม.ย.)
สำหรับ บริษัท ซิน หงส์ เฉิง อินเตอร์ เทค 2008 จำกัด ใน จ.สมุทรสาคร ซึ่งพบกากแคดเมียมหนักรวม 1,034 ตัน พบว่า มีเจ้าของเป็นทุนจีนชื่อว่า นายจาง เซิน ม่าว
นายทุนจีนรายนี้ ให้ปากคำกับตำรวจว่า เป็นผู้จัดหากากแคดเมียมเพื่อส่งต่อให้กับคนจีนด้วยกันอีกต่อหนึ่ง โดยให้นายหน้าเป็นผู้ติดต่อซื้อกากแคดเมียมจากบริษัท เจ แอนด์ บี จำกัด เป็นจำนวน 5,000 ตัน ราคาตันละ 8,250 บาท รวมเป็นเงินกว่า 41 ล้านบาท โดยได้นำกากแคดเมียมมาเก็บไว้เพื่อรอส่งต่อให้กับคนจีนด้วยกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ส่งไปที่ จ.ชลบุรี แล้ว 4,000 ตัน คงเหลือที่บริษัทของคน 1,034 ตัน
ปัญหาของโรงงานหลอมโลหะปลายทาง
บริษัท เจ แอนด์ บี เมททอล จำกัด ใน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นสถานที่จุดแรกที่ตรวจพบกากแคดเมียมล็อตนี้ เป็นโรงงานที่ประกอบกิจการหลอมแท่งโลหะอลูมิเนียม เพื่อเตรียมหลอมหรือขายต่อ
ผอ.มูลนิธิบูรณะนิเวศ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการของบริษัท เจ แอนด์ บี เมททอล จำกัด พบว่า มีใบอนุญาตประกอบกิจการ 3 ใบ โดยได้ใบอนุญาตหลอมสังกะสีและแคดเมียมผลิตโลหะสังกะสีแท่ง สังกะสีอัลลอยและโลหะแคดเมียม เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2566
แต่ทั้งนี้ การจะเริ่มหลอมโลหะตามใบอนุญาตเหล่านี้ได้นั้น ต้องมีการแจ้งประกอบกิจการต่ออุตสาหกรรม จ.สมุทรสาคร เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบว่ามีการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ขอใบอนุญาตหรือไม่ เช่น ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม เครื่องจักร ปริมาณโลหะหรือกากแร่ ระบบป้องกันภัยต่าง ๆ แต่ ณ วันที่ 4 มี.ค. 2567 ไม่มีการแจ้งประกอบกิจการแต่อย่างใด
"เมื่อไม่มีการแจ้ง หมายถึงไม่มีการตรวจสอบระบบเหล่านี้ จากที่ปรากฏเป็นข่าว พบว่าทาง บริษัท เจ แอนด์ บี จำกัด ไม่มีความพร้อม หรือไม่มีศักยภาพสูงพอในการรองรับปริมาณกากแคดเมียมเหล่านี้"
องค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมแห่งนี้ ยังตั้งข้อสังเกตต่อการส่งต่อกากแคดเมียม จากบริษัท เจ แอนด์ บี จำกัด ไปยังบริษัทอื่น ๆ ใน จ.ชลบุรี และ จ.สมุทรสาคร ด้วยว่า มีการตรวจสอบจากอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะจากระบบการอนุญาตของกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องรายงานการขนย้ายกากแร่เข้าสู่ระบบ ซึ่งมีการติดตามทางจีพีเอส นั่นหมายความว่า มีการหลุดรอดจากการถูกตรวจจับหรือไม่
"ประเด็นคำถามก็คือ ทำไมจึงปล่อยให้มีการส่งต่อกากอันตรายจากบริษัท เจ แอนด์ บี จำกัด ได้สะดวกขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ว่า ระบบการอนุมัติอนุญาตของตัวเองนั้นทันสมัย...จากช่วงเดือน ม.ค. ถึง เม.ย. มีช่วงเวลา 2 เดือน กว่า ๆ แต่อุตสาหกรรม จ.ตาก และ จ.สมุทรสาคร ท่านไม่รับรู้เรื่องอะไรเลย เลยเป็นคำถามว่า มีช่องโหว่ ต่อการควบคุมเรื่องนี้อย่างไรบ้าง"
นอกจากนี้ ยังไม่แน่ชัดว่า กากแร่แคดเมียมที่ถูกตรวจพบ มีการหลอมไปแล้วบางส่วนหรือไม่ เนื่องจากหากมีการหลอมไปแล้ว จะต้องมีการตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบข้าง
"ถ้ารับ (กากแคดเมียม) เข้ามาตั้งแต่เดือน ม.ค. จนถึงช่วงที่ปรากฏเป็นข่าวต้น เม.ย. เริ่มมีการหลอมแคดเมียมไปแล้วบางส่วนหรือเปล่า อันนี้เป็นคำถามของทางมูลนิธิ" น.ส.เพ็ญโฉม กล่าว
ผลกระทบด้านสุขภาพ
การติดตามเฝ้าระวังผลกระทบทางสุขภาพของผู้ที่ใกล้ชิดกับกากแร่แคดเมียม ใน จ.สมุทรสาคร และ จ.ชลบุรี มีการดำเนินการแล้วดังนี้
- ผลการเก็บตัวอย่างสารแคดเมียมในปัสสาวะของพนักงานโรงงานเจ แอนด์ บี จำนวน 11 คน เมื่อวันที่ 4 เม.ย. พบมีสารแคดเมียมสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 8 คน
- ผู้ว่าราชการ จ.สมุทรสาคร สั่งการให้ศูนย์อนามัยที่ 5 ร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สมุทรสงคราม ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำอุปโภคบริโภค และอาหารของประชาชนในชุมชนใกล้โรงงาน จำนวน 11 ตัวอย่าง เพื่อตรวจการปนเปื้อนของสารเคมี
- สาธารณสุข จ.ชลบุรี เก็บตัวอย่างเลือด และปัสสาวะเพื่อตรวจหาสารแคดเมียมในคนงานชาวเมียนมา 4 คน และตรวจสุขภาพของประชาชนที่อาศัยใกล้เคียงกับโรงงาน 20 คน
- ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 ชลบุรี เก็บตัวอย่างน้ำทิ้งเพิ่มเติมบริเวณพื้นที่โรงงาน โดยจะทราบผลใน 1 สัปดาห์