คาร์บอมแรกปี 67 จ.ยะลา สะท้อนนัยอะไรต่อสถานการณ์ชายแดนใต้

ที่มาของภาพ, ศอ.บต.
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ยืนยันเหตุคาร์บอมแฟลตตำรวจ สภ.บันนังสะตา จ.ยะลา ไม่เกี่ยวข้องกับการลงพื้นที่ของ ผบ.ทบ. ในวันเดียวกันกับเหตุระเบิด ด้านอาจารย์จากสถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ ระบุ เป็นคาร์บอมครั้งแรกของปี 2567 ชี้อาจเป็นการตอบโต้ปฏิบัติการของรัฐหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
วานนี้ (30 มิ.ย.) เวลาประมาณ 10.30 น. เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแบบแสวงเครื่องในรถยนต์ หรือ คาร์บอมบ์ (Car bomb) บริเวณหน้าแฟลตตำรวจ สถานีตำรวจภูธร (สภ.) บันนังสตา จ.ยะลา ส่งผลให้นางรอกีเยาะห์ สะระนะ อายุ 45 ปี ซึ่งขับขี่จักรยานยนต์ผ่านบริเวณดังกล่าวเสียชีวิตทันที 1 คน และมีผู้บาดเจ็บ 34 คน
รถยนต์คันที่ก่อเหตุเป็นรถกระบะขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา ซึ่งถูกแจ้งหายก่อนเกิดเหตุ 1 วัน จากข้อมูลของ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9
สภาพของรถยนต์ไม่มีการดัดแปลง แต่นำระเบิดแสวงเครื่องมาประกอบกับถังแก๊สขนาด 16 กิโลกรัม บรรจุเหล็กตัด และดินระเบิด น้ำหนักรวมกันกว่า 80 กิโลกรัม พร้อมถังน้ำมัน 2 แกลลอน และจุดชนวนด้วยการตั้งเวลา
แรงระเบิดส่งผลให้กำแพงของแฟลตพังเป็นช่องขนาดใหญ่ ตัวอาคาร รวมถึงทรัพย์สินของประชาชนและหน่วยงานราชการได้รับความเสียหายหลายรายการ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานพยานในที่เกิดเหตุเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุ
ล่าสุดจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน เป็นชายวัย 27 ปี มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยช่างโยธา อบต.ธารโต ซึ่งจากภาพกล้องวงจรปิดพบว่าเขาคือผู้ขับรถกระบะมาจอดที่จุดเกิดเหตุได้ประมาณ 15 นาที ก่อนระเบิดจะทำงาน และชายวัย 45 ปี ซึ่งเป็นผู้ออกจาก อบต.ธารโต เป็นคนสุดท้าย และพบข้อมูลการสื่อสารเชื่อมโยงกับผู้ต้องสงสัยรายแรก
“เป็นการแสดงศักยภาพโดยทั่วไป” ?

ที่มาของภาพ, ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน.
ก่อนเกิดเหตุประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) กำลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 อ.บันนังสตา ซึ่งตั้งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร โดยทาง ผบ.ทบ. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปปฏิบัติภารกิจต่อที่ จ.สงขลา ในเวลาประมาณ 10.00 น. จากข้อมูลของศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.)
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 บอกกับบีบีซีไทยว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นไม่น่ามีความเกี่ยวข้องกับการลงพื้นที่ของ ผบ.ทบ. แต่ “เป็นการแสดงศักยภาพโดยทั่วไป พอดีท่าน ผบ.ทบ. ลงไปตรวจกำลังพลตามปกติ ซึ่งท่านก็มาประจำอยู่แล้ว”
ด้านนายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางช่อง 9 MCOT เมื่อเช้าวันนี้ (1 ก.ค.) ว่าผู้ลงมือก่อเหตุเป็นสาขาย่อยของแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานีหรือบีอาร์เอ็น ในบังนังสตา อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มยังไม่ได้ออกมายอมรับว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดครั้งนี้
“เป็นความพยายามฉวยโอกาสหรือช่วงชิงจังหวะที่เราพลาดพลั้งบ้างเล็กน้อย ในช่วงนี้เราใช้การพูดคุย-เจรจาเป็นหลัก เขาก็อาจช่วงชิงจังหวะนี้เพื่อดิสเครดิต (discredit) ทำลายการเจรจา ทำลายเจ้าหน้าที่ แต่ถ้าดูจริง ๆ แล้ว เหตุ [ความรุนแรง] ลดลง เมื่อเทียบกับในอดีต” นายสุทินกล่าวในรายงานทางช่อง 9 MCOT
“ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อเหตุมักกระทำต่อเจ้าหน้าที่รัฐ นั่นก็คือ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง” พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ระหว่างการลงสำรวจพื้นที่เกิดเหตุ

ที่มาของภาพ, กู้ภัยเมตตาธรรมนราธิวาส
คาร์บอมบ์แรกของปี 67
เหตุระเบิดครั้งนี้ถือเป็นคาร์บอมครั้งแรกของปี 2567 แต่ถือว่าเป็นคาร์บอมครั้งที่สองที่พุ่งเป้าไปยังที่พักอาศัยของข้าราชการตำรวจในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2565 จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมภายในรั้วแฟลตตำรวจ สภ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส ซึ่งส่งผลให้ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 36 คน
พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 บอกว่า แฟลตตำรวจไม่ได้มีความปลอดภัยน้อยกว่าสถานที่ราชการอื่น ๆ เช่น หน่วยทหาร แต่สำหรับกรณีนี้ที่พักอาศัยของตำรวจตั้งอยู่ติดกับถนนที่ประชาชนใช้สัญจรด้วย ทำให้ป้องกันเหตุได้ยาก
“มันเป็นถนนหลักติดตลาด เขา[ผู้ก่อเหตุ]เอารถไปจอดตรงแถวนั้น มันก็ระวังยาก แต่เราก็มีมาตรการ ส่วนเรื่องความเข้มแข็งก็ต้องเอามาพิจารณากันเป็นเรื่อง ๆ ไป แต่ถ้าถามว่าเราป้องกันได้ง่ายไหม มันก็ไม่ได้ง่าย หากดูตามข้อเท็จจริง” พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ บอกกับบีบีซีไทย
ผศ.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ บอกกับบีบีซีไทยว่า คาร์บอมครั้งนี้น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มที่เคลื่อนไหวเดิมในพื้นที่ซึ่งมีความชำนาญการด้านการโจมตีด้วยระเบิดอยู่แล้ว แต่กว่าจะมาถึงเหตุระเบิดคาร์บอมในครั้งนี้ได้ต้องมองความต่อเนื่องของเหตุการณ์ในพื้นที่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ด้วย ตั้งแต่ปัญหาการพูดคุยสันติสุขที่ยังไม่เห็นข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม รวมไปถึงปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เกิดการโต้กลับจากกลุ่มผู้เห็นต่าง
“เป็นการส่งเมสเสจ (message) ไปให้ทางเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย เพราะก่อนหน้านี้ก็มีปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐหรือเหตุการณ์บางอย่างที่ไม่ค่อยดีเท่าไร” ผศ.ศรีสมภพ บอกกับบีบีซีไทย พร้อมกับยกตัวอย่างการจับกุมนักกิจกรรมภาคประชาสังคมในพื้นที่ชายแดนใต้ และเหตุการณ์เสียชีวิตของนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มด้วยใจในพื้นที่ ซึ่งยังไม่ทราบว่าฝ่ายใดเป็นผู้ก่อเหตุ
“ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้ว่าเขาน่าจะส่งสัญญาณว่าการดำเนินการของรัฐในช่วงที่ผ่านมาจะต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น” และกล่าวต่อว่า “มันจึงเกิดการตอบโต้ที่ค่อนข้างจะรุนแรง”
ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญหาชายแดนใต้ จาก ม.สงขลานครินทร์ ยังเห็นว่าคาร์บอมในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างสันติสุขแบบองค์รวม หรือ JCPP (Joint Comprehensive Plan towards Peace) ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมกันของคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้จัดทำขึ้นเมื่อ ก.พ. 2566 โดยทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าต้องการลดความรุนแรงในพื้นที่ มีเวทีปรึกษาหารือกับประชาชน และมีการแสวงหาทางออกทางการเมือง
“ล่าสุด มีแถลงการณ์จาก facilitator มาเลเซีย แต่มันไม่เห็นภาพชัดว่ามีอะไรก้าวหน้าขึ้นหรือเปล่า คือเหมือนจะดี แต่ก็ไม่รู้ว่าดียังไง” ผศ.ศรีสมภพพูดถึงแถลงการณ์ที่ออกมาเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา ที่ระบุเพียงว่ามีความก้าวหน้าในการพูดคุยรอบล่าสุดที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ระหว่างคณะเทคนิคของฝ่ายไทยซึ่งนำโดย พล.ท.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ และฝ่ายเทคนิคของบีอาร์เอ็นที่นำโดย ดร.นิมะ บินซรี

ที่มาของภาพ, ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน.
ผศ.ศรีสมภพ ตั้งข้อสังเกตด้วยว่าเหตุรุนแรงขนาดใหญ่เช่นคาร์บอมลักษณะนี้ มักเกิดขึ้นในช่วงที่มีการเจรจาของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งอาจสะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่ปีกทหารของแนวร่วมขบวนการ ก็อาจไม่ได้เห็นพ้องกับแนวทางปีกการเมืองซึ่งนั่งอยู่บนโต๊ะเจรจาเสมอไป
“ความเห็นที่ไม่ไปในทิศทางเดียวกันระหว่างปีกทหารและปีกการเมืองไม่ได้เกิดขึ้นในกลุ่มแนวร่วมเท่านั้น แม้แต่ในรัฐบาลไทยก็เป็นเช่นนี้ ที่ทางทหารคิดอีกอย่าง การเมืองต้องการทำอีกอย่าง เพียงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในฝั่งแนวร่วม มันสามารถมองเห็นได้ชัดเจนกว่าว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น หากมีความไม่พอใจเกิดขึ้นมา” อาจารย์จากสถาบันสันติศึกษา กล่าว
ในอีกนัยหนึ่ง การโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก “ก็อาจเป็นการกดดันเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือสร้างความกดดันให้กับรัฐบาลเอง ให้เข้าใจหรือยอมรับว่าถึงแม้มีการเจรจา แต่ฝ่ายขบวนการยังมีศักยภาพที่จะก่อเหตุได้” ผศ.ศรีสมภพ วิเคราะห์ปิดท้าย











