พล.อ. ประยุทธ์ ปฏิบัติภารกิจนายกฯ เต็มตัว หลังหลุดคดี “นายกฯ 8 ปี”

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กลับมาปฏิบัติภารกิจในฐานะนายกรัฐมนตรีอย่างเต็มตัว หลังต้องหยุดทำหน้าที่นาน 37 วัน ในระหว่างรอคำวินิจฉัยคดี “นายกฯ 8 ปี”
เมื่อ 30 ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6:3 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ. ประยุทธ์ ไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 170 วรรคสอง และมาตรา 158 วรรคสี่ ตามที่ฝ่ายค้านยื่นคำร้องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ศาลวินิจฉัยคุณสมบัติของนายกฯ คนที่ 29 เพราะมองว่า พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ครบ 8 ปีแล้ว นับจากได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกฯ ครั้งแรกเมื่อ 24 ส.ค. 2557
ภารกิจแรกของ พล.อ. ประยุทธ์ ในวันนี้ (3 ต.ค.) คือการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย วางแผนการบริหารจัดการน้ำ และให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ในระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “พรุ่งนี้ (4 ต.ค.) ผมไปเยี่ยมนะ ไปให้กำลังใจนะ ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีป้ายต้อนรับผมทั้งสิ้น เข้าใจหรือเปล่า ไม่เอาป้าย เอาคนมาถือป้าย ไม่เอา ไปทำงาน ไม่สร้างภาระให้กับใครทั้งสิ้น”
เช่นเดียวกับช่วงที่ผู้ว่าฯ อุบลราชธานีรายงานสถานการณ์ ซึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ แจ้งว่าจะลงพื้นที่ พร้อมย้ำเรื่องไม่ต้องมารอต้อนรับ “ผมไปของผม ผมแข็งแรง ไม่ต้องดูแลผม ดูแลประชาชนไปก่อน ผมไม่ต้องการเป็นภาระกับใครทั้งสิ้น”
ในส่วนของกรุงเทพมหานคร (กทม.) พล.อ. ประยุทธ์ แสดงความเป็นห่วงและได้ติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง มีปัญหาเรื่องน้ำที่สะสมอยู่ในการระบายน้ำโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก ทั้งนี้นายกฯ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานกันให้ดี โดยย้ำว่า ขัดแย้งกันไม่ได้ในวันนี้ ต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งหมด จะดีก็ดีด้วยกัน ไม่ดีก็ไม่ดีด้วยกัน ทุกหน่วยงานทุกจังหวัด
ผลจากการเตรียมลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น และ จ.อุบลราชธานี เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์น้ำและให้กำลังใจประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในวันที่ 4 ต.ค. ทำให้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ส่งหนังสือเวียนแจ้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เลื่อนการประชุม ครม. ออกไปหนึ่งวัน โดยสัปดาห์นี้จะประชุมวันพุธที่ 5 ต.ค. จากปกติต้องประชุมทุกวันอังคาร

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ภายหลังการประชุมการบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พล.อ. ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเป็นครั้งแรกนับจากกลับมาปฏิบัติหน้าที่นายกฯ โดยมีอำนาจเต็ม โดย พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอขอบคุณ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ลงไปตรวจเยี่ยมสถานการณ์ในพื้นที่ และวันที่ 4 ต.ค. นายกฯ จะไปลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานีและขอนแก่นเพื่อดูสถานการณ์หน้างาน พร้อมให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกคนทุกภาคส่วนที่มีส่วนในการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นในทุกภาคของประเทศ
นายกรัฐมนตรียังตอบคำถามถึงการสั่งห้ามไม่ให้มีการชูป้ายต้อนรับระหว่างลงพื้นที่ แต่หากมีประชาชนต้องการจะให้กำลังใจจะทำอย่างไร โดย พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า “ที่ผ่านมา ก็รู้ว่าหลาย ๆ คนให้กำลังใจผมอยู่แล้ว ขอบคุณมาก ๆ เลย แต่อย่าให้เป็นภาระเลยละกัน ตราบใดที่ผมยังทำหน้าที่อยู่ ผมจะทำให้ดีที่สุด”
ผู้สื่อข่าวถามถึงอนาคตทางการเมือง หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้เริ่มนับวาระนายกฯ 6 เม.ย. 2560 ซึ่งเหลือเวลาอีกประมาณ 2 ปี พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า “อนาคตคืออนาคตนะจ๊ะ”
อย่างไรก็ตามมีอีกหลายคำถามที่ผู้สื่อข่าวยิงคำถามรัว ๆ แต่นายกฯ ไม่ได้ตอบ ไม่ว่าจะเป็น จะตัดสินใจอย่างไรเพราะถ้าไปต่อจะไปได้แค่ 2 ปี, จะอยู่ครบเทอมหรือเลือกยุบสภา, ความเป็นไปได้ในการปรับ ครม., รวมถึงการเตรียมทายาททางการเมือง ซึ่งมีการปล่อยชื่อ พล.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. และ พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ.

ต่อมาในเวลา 12.30 น. พล.อ. ประยุทธ์ ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรก โดยได้เข้าสักการะท้าวมหาพรหม บนตึกไทยคู่ฟ้า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังนำพวงมาลัยมาไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่ และศาลตาศาลยาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ ด้วย
จากนั้นในช่วงบ่าย พล.อ. ประยุทธ์ได้เปิดตึกไทยคู่ฟ้ารอรับเอกอัครราชทูต 2 ประเทศ ที่มาเยี่ยมคารวะในโอกาสเข้ารับหน้าที่คือ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคาซัคสถานประจำประเทศไทย และเอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย








