เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับตัวประกันชาวไทยที่ได้รับการปล่อยตัว

ตัวประกันชาวไทยที่ถูกกลุ่มฮามาสควบคุมตัวไว้ในฉนวนกาซาได้รับการปล่อยตัวเพิ่มเติมอีก 3 คน ทำให้ยอดรวมของคนไทยที่ได้รับอิสรภาพคืนกลับมา อยู่ที่ 17 ราย

ชายไทย 3 ราย เป็นตัวประกันชุดล่าสุดที่ได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 26 พ.ย. เวลา 20.36 ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 01.36 น. ของวันที่ 27 พ.ย. ตามเวลาไทย)

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นผู้ประกาศ “ข่าวดี” และรายชื่อของบุคคลที่ได้รับการปล่อยตัวผ่านบัญชีเอกซ์ของเขา โดยระบุว่า ทั้ง 3 คนได้เดินทางโดยรถยนต์ถึงด่านเคเรม ชาลอม (Kerem Shalom check-point) พร้อมระบุว่า “จากการตรวจร่างกายในเบื้องต้น ทุกคนสุขภาพดี ไม่มีใครต้องการการรักษาพยาบาลเร่งด่วน, ทุกคนพูดคุยและเดินได้ปกติ, นายวิเชียร เต็มทอง มีอาการเจ็บช่องท้องเวลาที่หายใจลึก ๆ เนื่องจากต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหายใจลำบาก, ทุกคนดีใจที่ได้รับการปล่อยตัว โดยรวมสุขภาพจิตใจยังดี พูดคุยได้ปกติ”

ด้านกระทรวงการกระทรวงการต่างประเทศของไทยระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทั้ง 3 รายอยู่ที่โรงพยาบาลที่ฝ่ายอิสราเอลจัดไว้เพื่อตรวจสุขภาพ โดยเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ไปช่วยเหลืออำนวยความสะดวก และประสานการติดต่อกับครอบครัวที่โรงพยาบาลแล้ว

กระทรวงการต่างประเทศคาดว่า ยังมีคนไทยที่ถูกควบคุมตัวอีกจำนวน 15 ราย ซึ่งรัฐบาลไทยจะพยายามอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่เหลือให้ได้รับการปล่อยตัวอย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด และจะนำคนไทยทั้ง 17 รายที่ได้รับการปล่อยตัวและผ่านกระบวนการเยียวยาเบื้องต้นในอิสราเอลแล้ว กลับสู่ประเทศไทยโดยเร็วต่อไป

ด้านอิสราเอลได้ปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์ 39 คน เป็นการแลกเปลี่ยนภายใต้ข้อตกลงพักการสู้รบชั่วคราว 4 วัน ระหว่างอิสราเอลและฮามาส นับตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.

ก่อนหน้านี้ ดร.มาเจด อัล-อันซารี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ ในฐานะตัวกลางการเจรจา กล่าวว่า ในส่วนของตัวประกันชาวอิสราเอลที่ได้รับการปล่อยตัว 13 คน เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงพักการสู้รบชั่วคราว 4 วัน โดยแลกเปลี่ยนกับผู้หญิงและเด็กชาวปาเลสไตน์ 39 คน ที่อยู่ในการควบคุมของอิสราเอล ส่วนตัวประกันชาวไทยชุดที่สอง 4 คน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อตกลงพักรบชั่วคราวระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส

รัฐบาลอิสราเอล ได้เปิดเผยรายชื่อของชาวอิสราเอล 13 คน ที่ได้รับการปล่อยตัว ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 8 คน ตั้งแต่อายุ 3-17 ปี และผู้หญิง 5 คน

กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลโดยไม่คาดคิดเมื่อ 7 ต.ค. โดยสังหารผู้คนไปราว 1,200 คน และจับชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติป็นตัวประกันราว 240 คน

ขณะที่กองทัพอิสราเอลตอบโต้กลับทั้งทางอากาศและทางบก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซากว่า 14,500 คน ตามการเปิดเผยของกระทวงสาธารณสุขซึ่งบริหารโดยกลุ่มฮามาส

รายชื่อตัวประกันชาวไทย 17 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวจนถึง 27 พ.ย.

จนถึงช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 27 พ.ย. ตามเวลาประเทศไทย ตัวประกันชาวไทยได้รับการปล่อยตัวมาแล้ว 3 ชุด รวมทั้งสิ้น 17 คน

วันที่ 24 พ.ย. 2566 คนไทยได้รับการปล่อยตัว 10 คน

  • น.ส.ณัฐฐาวรี มูลกัน
  • นายสันติ บุญพร้อม
  • นายบุญถม พันธ์ฆ้อง
  • นายมงคล ผจวบบุญ
  • นายวิทูรย์ ภูมี
  • นายวิชัย กาละปัตย์
  • นายบัญชา กองมณี
  • นายบุดดี แสงบุญ
  • นายอุทัย ทุ่นศรี
  • นายอุทัย แสงนวล

วันที่ 26 พ.ย. 2566 คนไทยได้รับการปล่อยตัว 4 คน

  • นายนัฐพร อ่อนแก้ว
  • นายคมกฤษ ชมบัว
  • นายอนุชา อ่างแก้ว
  • นายมณี จิระชาติ

วันที่ 27 พ.ย. 2566 (ตามเวลาไทย) คนไทยได้รับการปล่อยตัว 3 คน

  • นายวิเชียร เต็มทอง
  • นายสุรินทร์ เกสูงเนิน
  • นายพรสวรรค์ ปินะกาโล

กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ทั้งหมดระหว่างการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตได้ให้ความช่วยเหลือด้านการแปลภาษา การดูแลขั้นพื้นฐาน และทยอยแจ้งญาติที่ประเทศไทย

ในเบื้องต้น ทั้งหมดจะอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลา 48 ชม. ซึ่งแพทย์อิสราเอลจะดูแลอย่างเต็มที่ โดยจะจัดคณะทางการแพทย์ 6 ชุด แต่ละชุดประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ และเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต เพื่อดูแลผู้ได้รับการปล่อยตัวและโรงพยาบาลจะจัดนักจิตวิทยาที่พูดภาษาไทยได้เพื่อให้ได้พูดคุย

สำหรับตัวประกันชาวไทยที่ได้รับการปล่อยตัวทุกคน จะได้รับสิทธิประโยชน์ในฐานะเหยื่อของการก่อการร้าย ตามกฎหมายอิสราเอล

ตัวประกันคนไทยชุดแรก

เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 24 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่นของอิสราเอล ตัวประกันกลุ่มแรกได้รับการปล่อยตัวโดยกลุ่มฮามาส โดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงพักการสู้รบชั่วคราว 4 วัน ทั้งนี้ มีตัวประกันชาวไทยได้รับการปล่อยตัวด้วย 10 คน แต่การปล่อยตัวประกันชาวไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อตกลงพักรบชั่วคราวระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส

สำหรับการปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลโดยกลุ่มฮามาสกลุ่มแรกมีทั้งสิ้น 13 คน ในจำนวนนั้นมีเด็ก 4 คน อายุ 2, 4, 6 และ 9 ปี รวมถึงหญิงสูงวัยอายุ 85 ปีหนึ่งคน

ขณะเดียวกันก็มีชาวไทย 10 คน ได้รับการปล่อยตัว พร้อมกับชาวฟิลิปปินส์อีก 1 คน โดยการปล่อยตัวประกันชาวไทยนี้มีรัฐบาลกาตาร์เป็นตัวกลางช่วยเจรจา

ตัวประกันทั้งหมดถูกนำตัวไปตรวจร่างกายในอียิปต์โดยเจ้าหน้าที่กาชาดสากล ก่อนที่จะถูกส่งตัวเข้าไปรักษาตัวในเขตอิสราเอล

เสียงยินดี จากครอบครัวตัวประกันที่ได้รับการปล่อยตัวชุดแรก

“คิดว่าสภาพของเขาจะแย่กว่านี้ แต่ภาพที่ออกมา เขาดูดีกว่าที่คิดมาก แม้ว่าจะผอมลงไปหน่อย ทั้งครอบครัวดีใจมาก สำหรับข่าวดีนี้”

นี่คือความรู้สึกของนางอุไร จันทชาติ พี่สาวของนายบุญถม พันธ์ฆ้อง ตัวประกันชาวไทยวัย 39 ปี ที่เพิ่งถูกปล่อยตัวจากฉนวนกาซาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พร้อมกับคนไทยทั้งหมด 10 คน โดยหนึ่งในนั้นคือ น.ส.ณัฐฐาวรี มูลกัน ภรรยาของนายบุญถม ซึ่งถูกกลุ่มฮามาสจับไปเป็นตัวประกันพร้อมกัน

ครอบครัวของนายบุญถมทราบข่าวดีว่าเขาได้รับการปล่อยตัวพร้อมกับภรรยา ผ่านข้อความแชทที่ส่งมาจากหลานชายซึ่งทำงานภาคการเกษตรอยู่ที่ประเทศอิสราเอล เมื่อช่วงตีหนึ่งตามเวลาประเทศไทย

นายบุญถมพร้อมกับตัวประกันคนไทยทั้ง 10 คน อยู่ในความดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาล Shamir Medical Center จากแถลงการณ์ล่าสุดของกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ทั้งหมดจะอยู่ในความดูแลของแพทย์เป็นเวลา 48 ชั่วโมง ทำให้ตอนนี้ยังไม่มีญาติในอิสราเอลหรือคนในครอบครัวที่ประเทศไทยคนใดติดต่อได้

นายบุญถม ทำงานในไร่มันสำปะหลังที่อิสราเอลมาแล้ว 5 ปี ถือเป็นเสาหลักของครอบครัว แต่ละเดือนเขาจะส่งเงินกลับมาให้ครอบครัวที่ไทยไม่เคยขาด เพราะมีแม่วัยชรา ซึ่งอาศัยอยู่ใน ต.บ้านหินโงม อ.สร้างคอม จ.อุดรธานี

“กว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา คือความทุกข์ของครอบครัว แต่เราไม่เคยคิดว่าเขาตาย เรารู้สึกว่าเขายังอยู่ และวันนี้สิ่งที่เราคิดก็เป็นความจริง” พี่สาวของนายบุญถมระบุ

ทางครอบครัวของนายบุญถมที่ จ.อุดรธานี ได้พูดคุยกับครอบครัวของ น.ส.ณัฐฐาวรี แล้วเช่นกัน และทราบว่าครอบครัวภรรยาของนายบุญถมก็รู้สึกดีใจไม่ต่างกัน

นางอุไรไม่แน่ใจว่า นายบุญถมและภรรยาจะเดินทางกลับไทย หรือตัดสินใจทำงานต่อในอิสราเอล พวกเขาคงต้องปรึกษาหารือกันอีกครั้ง หลังจากนายบุญถมและภรรยาหายดี และได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล

ขณะที่ น.ส.กิตติยา ถึงแสง แฟนสาวของนายวิชัย กาละปัตย์ ตัวประกันคนไทยวัย 28 ปีที่ได้รับการปล่อยตัวในครั้งนี้เช่นกัน อธิบายความรู้สึกกระวนกระวายใจนับตั้งแต่แฟนหนุ่มของเธอหายตัวไป เพราะก่อนหน้านี้เธอได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทางการไทยว่า แฟนหนุ่มที่คบกันมาเป็นเวลา 3 ปี เสียชีวิตในระหว่างที่กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลในวันที่ 7 ต.ค. แต่เมื่อรัฐบาลประกาศรายชื่อของผู้ที่เสียชีวิต กลับไม่มีรายชื่อของเขาอยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าว

เธอบอกว่า เธอมาทราบอีกทีเมื่อ 5 วันก่อนว่ามีชื่อของนายวิชัยอยู่ในกลุ่มตัวประกันที่ถูกฮามาสจับตัวไป พร้อมระบุว่ารู้สึกดีใจมากที่จะได้พบกับคนรักอีกครั้ง และอยากให้คนรักของตนรักษาสภาพร่างกายและจิตใจให้สมบูรณ์ก่อน เมื่อพร้อมจึงค่อยกลับไทยก็ได้

“ตอนนี้ฉันรอเขาได้ รอมานานขนาดนี้แล้ว ให้รออีกหน่อยก็ไม่มีปัญหา” เธอระบุ

เสียงจากญาติตัวประกันชาวไทยชุดที่สอง

นัฐพร อ่อนแก้ว ใส่เสื้อสีเขียว นั่งยิ้มอยู่กับเพื่อนตัวประกันคนไทยอีก 3 หลังพวกเขาได้รับการปล่อยตัวจากกลุ่มฮามาสเป็นชุดที่ 2 เป็นภาพที่ทำให้ ทองคูณ อ่อนแก้ว มารดา กระโดดดีใจตัวลอยทั้งน้ำตาพร้อมกับญาติ ๆ เมื่อเช้าวันนี้ (26 พ.ย.) ที่บ้านใน จ.นครพนม เมื่อเห็นว่าลูกชายปลอดภัย

“ดีใจ ดีใจมาก ร้องกรี๊ดกันทั้งบ้าน โผเข้ากอดกัน”

แม่ของนัฐพรเดาว่าลูกชายคงได้กินแค่ขนมปัง เลยทำให้เขาซูบผอมลงกว่าเดิมนิดหน่อย “อยากกอดลูกใจจะขาดแล้ว” ทองคูณบอกกับบีบีซีไทยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

เป็นเวลาเกือบ 2 เดือน ที่ทองคูณและครอบครัวที่ไทยไม่ทราบข่าวคราวและชะตากรรมของลูกชายเลย

ภาพสุดท้ายที่ครอบครัวได้เห็น คือ นัฐพรถูกจับเป็นตัวประกันพร้อมกับคนอื่น ๆ ในลักษณะนั่งกับพื้น มือไพล่หลัง จากคลิปที่กลุ่มฮามาสเผยแพร่ออกมาหลังปฏิบัติการโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา

นี่คือข่าวดีที่สุดในชีวิตของทองคูณ เธอบอกว่า เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟในอิสราเอล เพิ่งโทรแจ้งมาว่าลูกชายอยู่ระหว่างการตรวจร่างกายกับแพทย์ที่โรงพยาบาล

อีกหนึ่งครอบครัวคนไทย วนิดา มาอาษา ภรรยาของนายอนุชา อ่างแก้ว บอกกับบีบีซีไทยว่า เธอได้รับข่าวการปล่อยตัวสามีเมื่อ 6 โมงเช้าวันนี้ โดยคนในครอบครัวเป็นคนส่งคลิปถ่ายทอดสดการปล่อยตัวประกันมาให้ พร้อมกับถามว่าคนในคลิปใช่ อนุชา หรือเปล่า

แม้เห็นหน้าสามีไม่ชัดนัก แต่วนิดาจำได้ทันทีว่าผู้ชายไทยใส่เสื้อลายขวาง และกำลังเดินลงจากรถส่งตัวประกันคือสามีของเธอ

เช้าวันนี้ ครอบครัวของอนุชาใน อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ต่างโผเข้ากันกอดด้วยความดีใจและโล่งใจ

“เห็นแค่เงาก็รู้เลยค่ะ ว่าเป็นเขาแน่ ๆ ขนาดเห็นแค่นั้น เราก็ดีใจมาก”

ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา วนิดา เฝ้าบอกลูกสาววัย 7 ขวบ ว่าสาเหตุที่พ่อไม่โทรหาตามปกติ เพราะว่าป่วยหนัก ต่อมาโทรศัพท์พังทำให้ติดต่อกันไม่ได้ ปู่กับย่าก็พากันร้องไห้ เมื่อได้ยินหลานพูดลอยๆ ขึ้นมาว่า “คิดถึงพ่อ” เพราะไม่มีใครบอกกับเด็กน้อยได้ว่า ชะตากรรมของอนุชาในฐานะตัวประกันของกลุ่มฮามาสนั้น จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

ในตอนแรก ครอบครัวต่างลุ้นว่า อนุชา จะอยู่ในรายชื่อ 10 คนแรกที่ได้รับการปล่อยตัวเมื่อวานนี้หรือไม่ แต่ก็ต้องผิดหวัง ทำให้พวกเขาไม่กล้าตั้งความหวังไว้มากนัก เมื่อฮามาสเริ่มปล่อยตัวประกันชุดที่สอง เมื่อช่วงเช้ามืดตามเวลาประเทศไทย

วนิดาเล่าเหตุการณ์น่าประหลาดที่เกิดขึ้นกับลูกสาวเมื่อคืนที่ผ่านมา จู่ ๆ เด็กน้อยก็พูดกับปู่ขึ้นมาว่า “เดี๋ยวพ่อก็ได้ออกมาแล้ว คืนนี้” ทั้งที่ไม่เคยมีใครในบ้านบอกว่าพ่อของเธอถูกจับตัวประกัน “คำพูดนั้นทำให้ปู่นอนน้ำตาไหลทั้งคืน แล้วเช้าวันนี้ แฟนก็ได้ออกมาจริง ๆ ”

วนิดาเล่ากับบีบีซีไทยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เธอและครอบครัวดีใจมาก ๆ และรอคอยได้พบกับอนุชาอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้