"ลูกของผมร้องไห้ทุกครั้งที่ผมฆ่าหมาเพื่อเอาเนื้อมาขาย" สำรวจความนิยมการบริโภคเนื้อสุนัขในเวียดนาม

รูปสุนัขในกรง

ที่มาของภาพ, BBC/Humane Society International

"ในช่วงที่ความต้องการเนื้อสุนัขพุ่งสูงที่สุด ผมต้องเชือดสุนัขราว 60-70 ตัวในหนึ่งเดือน ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า ซึ่งผมก็ขายเนื้อสุนัขให้กับลูกค้าทั่วไปด้วย" นายคิว เวียต ฮัง บอกกับบีบีซีแผนกภาษาเวียดนาม

นายคิว เวียด ฮัง เคยเป็นเจ้าของฟาร์มเลี้ยงสุนัขแห่งหนึ่งใน จังหวัดท้ายเงวียน ของเวียดนาม ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี 2016 แต่หยุดทำมาแล้วสองปี หลังจากที่เขาตัดสินใจจะออกจากธุรกิจนี้และเปลี่ยนมาขายอุปกรณ์ทางการเกษตรและปุ๋ยแทน

"ผมหยุดทำฟาร์มเลี้ยงสุนัขในปี 2022 ในขณะนั้นคาดว่ามีสุนัขอยู่ในฟาร์มไม่ 100 ตัว ก็ 200 ตัว"

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีองค์กรหลายแห่งรวมทั้งบุคคลต่าง ๆ พากันรณรงค์ให้หยุดการบริโภคเนื้อสุนัขในเวียดนาม เช่นเดียวกันกับคนรุ่นใหม่ในเวียดนามก็รับประทานเนื้อสุนัขลดลงเรื่อย ๆ มากกว่าคนในรุ่นก่อน ๆ นี่จึงเป็นสาเหตุของความเสื่อมถอยของธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสุนัขเพื่อจำหน่ายเนื้อที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับความนิยม เช่นเดียวกันกับในพื้นที่ย่านเหญิตเตินในกรุงฮานอย

ธุรกิจจำหน่ายเนื้อสุนัขในเวียดนามเป็นอย่างไร

The remaining dogs after Mr. Dao Van Cuong's dog meat shop in Trang Bom district (Dong Nai province) closed on November 17.
สุนัขที่ยังคงมีชีวิตอยู่หลังจากร้านค้าเนื้อสุนัขของนายดาว วัน เกือง ใน จ.ด่งนายปิดตัวลงในวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Humane Society International

คำบรรยายภาพ, สุนัขที่ยังคงมีชีวิตอยู่หลังจากร้านค้าเนื้อสุนัขของนายดาว วัน เกือง ใน จ.ด่งนาย ปิดตัวลงเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา

"มีชีวิตอยู่เพื่อจะได้กินใส้กรอกเนื่อสุนัข ตายไปจะได้ห่อทอง" นี่คือ คำขวัญที่แสดงให้เห็นว่า เนื้อสุนัขถือว่าเป็นอาหารรสเลิศชนิดหนึ่งมาอย่างยาวนานในบรรดาคนเวียดนาม

นอกจากรสชาติดีแล้ว สำหรับผู้ชายจำนวนมากยังเชื่อว่าการรับประทานเนื้อสุนัขสามารถช่วยเสริมสมรรถภาพทางร่างกายได้อีกด้วย

ร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูเนื้อสุนัข บางครั้งก็เรียกว่า เนื้อชะมด ครั้งหนึ่งมีอยู่อย่างแพร่หลายจนกระทั้งในปัจจุบันยังคงมีให้เห็นอยู่หลายแห่ง โดยเฉพาะในจังหวัดทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งชื่อเมืองกลายเป็นตราสินค้าหรือยี่ห้อที่พูดกันแบบปากต่อปากในกลุ่มผู้นิยมรับประทานด้วย เช่น ยี่ห้อเหวียตจี, บิ่นห์ดิ่นห์ และเหญิตเติน เป็นต้น

ในอดีต ที่นครไซ่ง่อนหรือนครโฮจิมินห์ในปัจจุบัน คนทั่วไปสามารถหาเนื้อสุนัขรับประทานได้อย่างง่ายดายในภัตตาคารหรือร้านอาหารบนถนนคง กวิน หรือ ถนนฟาม วัน ไฮ หรือบริเวณแถวสนามบิน

ร้านอาหารเหล่านั้นได้เนื้อสุนัขมาจากหลายแห่งด้วยกัน เช่น สุนัขที่ถูกขโมยมา จากฟาร์มเลี้ยสุนัข และแม้แต่จากผู้จัดหาข้ามพรมแดนจากลาว กัมพูชา และจีน

แม้ว่าจะไม่มีสถิติรวบรวมข้อมูลไว้อย่างสมบูรณ์ แต่ในเวียดนามมีฟาร์มที่เลี้ยงสุนัขเพื่อการพาณิชย์ที่มีจำนวนสุนัขรวมกันหลายพันตัว ตามการรายงานของสมาคมมนุษยธรรมนานาชาติหรือเอชไอเอส (Humane Society International -HIS) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในองค์กรที่รณรงค์ให้ยุติการบริโภคเนื้อสุนัขในเวียดนาม

หนังสือพิมพ์ดานเวียต เคยรายงานไว้เมื่อเดือน ก.ค. 2023 ว่า มีฟาร์มเลี้ยงสุนัขแห่งหนึ่งในย่านทานห์ นินห์ อ.ฟู บิงห์ จังหวัดท้ายเงวียน โดยบรรยายบรรยากาศภายในฟาร์มไว้ว่า

"ความรู้สึกในระหว่างการเดินทางเข้าไประหว่างกรงสุนัขในฟาร์มเลี้ยงสุนัขขนาดใหญ่แห่งนี้มันช่างน่าสะพรึงชวนขนลุก สุนัขจำนวนหลายร้อย หลายพันตัว พยายามกระโดดให้สูงเท่าที่พวกมันจะทำได้ ความรู้สึกคล้าย ๆ กับว่า พวกมันต้องการกระโดดให้สูงกว่ารั้วลดหนามเหล่านั้น

เจ้าของฟาร์มเลี้ยงสุนัขคนหนึ่งเล่าให้ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ดานเวียตว่า ในขณะนั้นฟาร์มของเขามีสุนัขราว 1,500 ตัว หลังจากขายไปแล้วหลายรุ่น

"มีรถบรรทุกหลายคันมาซื้อเนื้อสุนัขไปราว 600-700 กก. ในแต่ละเที่ยว"

เจ้าของฟาร์มสุนัขอีกรายบอกว่า เขาลงทุนไปมากกว่า 2 พันล้านดอง (ราว 2.68 ล้านบาท) เพื่อที่จะปรับปรุงฟาร์มที่ได้มาตรฐานและสามารถเพิ่มยอดขายเนื้อสุนัขได้ถึง 4 ตันต่อเดือน

ข้อมูลสถิติของ HIS ประเมินว่า มีสุนัขถูกฆ่าเพื่อนำเนื้อไปขายแต่ละปีในเวียดนามราว 5 ล้านตัว

นายดาว วัน เกือง อดีตเจ้าของร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูเนื้อสุนัข ใน อ.จาง บอม จ. ดองไน ซึ่งเพิ่งเลิกกิจการที่ทำมานานเกือบ 10 ปี เล่าให้บีบีซีแผนกเวียดนามฟังว่า "ครอบครัวของผมรู้ว่าจะไปหาเนื้อสุนัขมาจากไหน พี่ชายของผมเดินทางไปรอบ ๆ เพื่อซื้อสุนัขมาแล้วก็นำมาให้ผม ในช่วงบ่าย ผมจะไปซื้อสุนัข แล้วนำมาเชือดในช่วงเช้าเพื่อแล่เนื้อพวกมัน ผมจะขายเฉพาะเนื้อจากหมาที่มีสุขภาพดี ผมจะไม่ขายเนื้อหมาที่ป่วยหรือหมาที่ตัวอ้วน โดยจะขายอย่างน้อย 1-2 ตัวต่อวัน"

นอกจากที่เขามีร้านอาหารแล้ว นายเกืองยังมีร้านขายเนื้อสุนัขอีกหลายสาขา ยังบอกอีกว่า เขาหารายได้จากการขายเนื้อสุนัขราว 30-40 ล้านดองต่อเดือน (ราว 39,000 - 52,000 บาท) ถือว่ายังน้อยกว่าระดับปกติที่เขาขายกันในเวียดนาม ขณะที่ร้านอาหารของเขาบางครั้งมีลูกค้ามากกว่า 200 คนต่อวัน แต่บางครั้งก็มีเพียง 30-40 คนเท่านั้น

นายเหงียน วู กวง ผู้จัดการโครงการเพื่อนสัตว์ของ HSI บอกกับบีบีซีเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ว่า ในจังหวัดท้ายเงวียนมีจุดจำหน่ายเนื้อสุนัข 79 แห่ง จากการสำรวจครั้งล่าสุดของ HSI นอกจากนี้พวกเขายังได้เข้าช่วยเหลือสัตว์ ณ จุดจำหน่ายทั้งเนื้อสุนัขและเนื้อแมวอย่างน้อย 28 แห่ง เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา

"ล้างมือและแขวนเขียงแล้ว"

นายดาว วัน เกือง เล่าใหัฟังว่า ตลอดช่วงที่เขาทำงาน เขาจะฝันร้ายว่าถูกสุนัขรุมกัดจนต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกอยู่บ่อยครั้ง แต่เพราะว่าเขาต้องหาเลี้ยงชีพ จึงไม่สามารถเลิกจากการขายเนื้อสุนัขได้

"เมื่อก่อน เพราะความขัดสน ผมเลยต้องขายเนื้อหมาประทังชีวิต ผมรู้สึกเสียใจต่อพวกหมาเหล่านั้น ในตอนนั้น ผมเองก็ต้องการหางานใหม่ แต่ก็หาไม่ได้" เขาพูดเปิดใจ และว่า "ผมก็รู้สึกกลัวที่จะต้องฆ่าหมาเหล่านั้นด้วย ขณะที่ไก่และเป็ดถูกมองเป็นเพียงสัตว์ปีก แต่สำหรับหลายคนที่รักหมา พวกเขามองว่ามันคือสัตว์เลี้ยง"

นายคิว เวียด ฮัง ในจ.ท้ายเงวียน ก็บอกเล่าเรื่องราวคล้าย ๆ กันที่เขาเผชิญระหว่างที่เขาเลี้ยงสุนัขหลายร้อยตัวที่ต้องฆ่าและขายเนื้อพวกมันทุก ๆ วัน

"ในอดีต ผมต้องแอบเลี้ยงพวกมันที่หลังบ้าน และสัตวบาลก็ไม่ได้ตรวจสอบอะไรมาก ผมเลี้ยงพวกมันเพื่อเอาเนื้อไปขาย จริง ๆ ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า บางวันผมต้องเชือดหมาจำนวนมาก แต่บางวันก็ฆ่าเพียงไม่กี่ตัว" เขาเล่า

เขาเล่าให้ฟังอีกว่า ที่มาของเนื้อสุนัขของเขามาจากหลายแหล่ง ในจำนวนนั้นคือ เลี้ยงพวกมันตั้งแต่ตัวยังเล็ก หรือไม่ก็ซื้อสุนัขโตเต็มวัยมาเชือดเพื่อแล่เนื้อขาย

"ตอนที่ผมทำงาน บ่อยครั้งก็ฝันร้าย ครั้งหนึ่งผมฝันว่ามีหมาตัวหนึ่งหันมาแว้งกัด" เขาเล่า

จนมาถึงวันหนึ่ง ทั้งนายเกืองและนายฮัง ได้ตัดสินใจเลิกการเป็นพ่อค้าขายเนื้อหมาหลังจากที่เขาทำมาแล้วหลายปี

นายเกืองเล่าว่า "เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้พบกับสัตวแพทย์และสมาคมช่วยเหลือสุนัขและแมว พวกเขาแนะนำว่า ให้ผมเลิกฆ่าพวกมันเสีย โดยที่พวกเขาจะสนับสนุนธุรกิจของผม นั่นจึงเป็นเหตุผมที่ผมเลิกค้าเนื้อพวกมัน และผมก็ไม่ต้องการทำมันอีก"

ในตอนนี้ ด้วยความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เขาได้เปลี่ยนมาขายสีและแก๊สบรรจุถัง แม้ว่าจะได้รายได้น้อยกว่า แต่นายเกืองบอกว่ารู้สึกสบายใจมากขึ้น

"ผมเลือกที่จะทำงานนี้[ฆ่าสุนัขเพื่อขายเนื้อ]เพราะชีวิตยากลำบาก ไม่มีใครที่ต้องการทุบหัวหมาหรอกครับ" เขากล่าว

ส่วนนายฮังบอกว่า ส่วนหนึ่งของเหตุผลในการเลิกอาชีพนี้คือ ลูก ๆ ของเขา

"ลูก ๆ ของผมเติบโตแล้วในตอนนี้ พวกเขาไม่ต้องการให้พ่อของเขาฆ่าสุนัขอีกต่อไป ก่อนหน้านั้น ลูก ๆ ของผมร้องไห้ทุกครั้ง [เมื่อผมฆ่าพวกมัน]"

"มันเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจและการหาเลี้ยงชีพ ผมไม่ได้ต้องการทุบหัวและเชือดหมาเพื่อเอาเนื้อหรอกนะ ผมจะฆ่าหมาก็ต่อเมื่อตอนลูก ๆ อยู่ที่โรงเรียนแล้วเท่านั้น"

"ในช่วงพีค ๆ ผมต้องฆ่าสุนัขราว 60-70 ตัวต่อเดือน ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้ผมยังขายปลีกเนื้อสำหรับลูกค้าทั่วไปอีกด้วย เมื่อผมปิดฟาร์มและหยุดฆ่าพวกมัน จิตใจผมผ่อนคลายขึ้นเยอะ แม้ว่ารายได้จะไม่ดีเท่าแต่ก่อนก็ตาม" เขากล่าวเสริม

ความเสี่ยงต่อสุขภาพ

Humane Society International relocated the dogs to a new home after Mr. Dao Van Cuong's dog meat restaurant in Trang Bom district, Dong Nai province closed on November 17.
องค์กร HSI ได้ย้ายสุนัขไปยังบ้านหลังใหม่หลังจากร้านอาหารของนายเกืองใน อ.จาง บอม ปิดไปเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Humane Society International

คำบรรยายภาพ, องค์กร HSI ได้ย้ายสุนัขไปยังบ้านหลังใหม่ หลังจากร้านอาหารของนายเกืองใน อ.จาง บอม ปิดไปเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา

การเลี้ยงและขายเนื้อสุนัขยังคงได้รับความนิยม แต่การควบคุมและการตรวจตราก็ไม่ได้เข้มงวดมากนัก ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงด้านสุขภาพหลายประการ โดยจากข่าวประชาสัมพันธ์ของ HSI ที่อ้างอิงถึงคำพูดของ นาย เหงียน เจือง เกียง หัวหน้ากรมสัตวบาลและสัตวแพทยศาสตร์ประจำ จ.ดองไน ว่า ในการต่อสู้กับโรคพิษสุนัขบ้า จะต้องพิจารณาถึงวิธีการที่โรคนี้ระบาด โดยวิธีที่ป้องกันโรคดังกล่าวนี้คือการฉีดวัคซีนให้กับสุนัขและแมวทุก ๆ ปี การบริบาลฝูงสัตว์ดังกล่าว การให้การศึกษา และการฉีดวัคซีน เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า

หัวหน้ากรมสัตวบาลและสัตวแพทยศาสตร์ประจำ จ.ดองไน กล่าวอีกว่า ธุรกิจและการค้าเนื้อสุนัขก็เป็นส่วนหนึ่งในการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าด้วย และยังระบุว่า กิจกรรมใด ๆ เกี่ยวข้องกับการค้าสุนัข การขนส่ง การฆ่า โดยเฉพาะการขโมยสุนัข เป็นสาเหตุกระตุ้นให้สุนัขมีความตื่นตระหนกมากขึ้นอีก (ซึ่งจะทำให้มีโอกาสที่พวกมันจะทำร้ายมนุษย์ และแพร่กระจายเชื้อโรคเพิ่มขึ้นอีก เป็นต้น)

ในแถลงการณ์ดังกล่าวยังระบุอีกว่า การที่เด็กคนหนึ่งพบเห็นพฤติกรรมการฆ่าสุนัขและแมวเพื่อนำเนื้อไปขายจะกลายเป็นประสบการณ์เชิงลบที่ยากจะลืม และมีผลต่อความรักหรือการดูแลรักษา

สถานการณ์การค้าเนื้อสุนัขกำลังถดถอยหรือไม่ ?

A dog farm in Thai Nguyen province is to be closed in 2023.
ฟาร์มเลี้ยงสุนัขแห่งหนึ่งใน จ.ท้ายเงวียน ปิดตัวลงในปี 2023

ที่มาของภาพ, Humane Society International

คำบรรยายภาพ, ฟาร์มเลี้ยงสุนัขแห่งหนึ่งใน จ.ท้ายเงวียน ปิดตัวลงในปี 2023

ความต้องการบริโภคเนื้อสุนัขในเวียดนามในขณะนี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลายประการ หนึ่งในนั้นคือ การเคลื่อนไหวทางสังคมที่เรียกร้องให้ยุติการบริโภคเนื้อสุนัขได้ขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะทางแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่เปิดโอกาสให้คนเวียดนามได้ยอมรับแนวโน้มการใช้ชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ ในโลก รวมถึงแนวโน้มการพิจารณาให้สุนัขและแมวเป็นเสมือนเพื่อนของมนุษย์ในฐานะสัตว์เลี้ยง ไม่ใช่อาหาร

อีกด้านหนึ่ง แม้ว่าจะไม่มีการออกระเบียบสั่งห้ามใด ๆ แต่หน่วยงานในท้องถิ่นหลายแห่ง เช่น กรุงฮานอยและเมืองฮอยอันได้พยายามโน้มน้าวให้เจ้าของร้านอาหารต่าง ๆ ยุติการขายเนื้อสุนัขด้วย

ภาพสุนัข

ที่มาของภาพ, Humane Society International

อย่างในเดือน ธ.ค. 2023 เจ้าหน้าที่เมืองฮอยอันระบุว่า ทางการประสบความสำเร็จในการชักจูงเจ้าของร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูเนื้อสุนัขแห่งสุดท้ายให้ยุติการขายเนื้อสุนัขได้แล้ว และทำให้เมืองนี้เป็นเมืองแรกของเวียดนามที่ไม่มีการจำหน่ายเนื้อสุนัขในประเทศ

หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเวียดนามรายงานเมื่อเดือน ส.ค. 2023 โดยอ้างคำพูดของผู้อำนวยการกรมสัตวบาล ประมง และสัตวแพทยศาสตร์ที่ระบุว่า ในระหว่างปี 2018-2023 ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการค้าเนื้อสุนัขและแมวในกรุงฮานอยได้ลดลงแล้วราว 60-70%