เหตุใดพฤติกรรมการทารุณกรรมสัตว์อาจเป็นสัญญาณความรุนแรงภายในครอบครัวได้

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/New Paopimon
งานศึกษาในไทยชี้ ในบรรดาสัตว์ที่ถูกทารุณกรรม สัตว์เร่ร่อน-จรจัด ตกเป็นเหยื่อการทารุณกรรมมากที่สุด ตามมาด้วยสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ ขณะที่งานวิจัยในต่างประเทศพบว่าพฤติกรรมการทารุณกรรมสัตว์ อาจเป็นสัญญาณความรุนแรงภายในครอบครัว
สืบเนื่องจากข้อถกเถียงของสังคมในขณะนี้ เมื่อมีคลิปวิดีโอสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนถูกผูกด้วยเชือกไว้ในห้องน้ำ พร้อมกับร้องเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกเจ้าของใช้น้ำร้อนราดลงบนตัว เนื่องจากเธออ้างว่า รู้สึกโมโหที่สุนัขตัวดังกล่าวขโมยขนม ถูกนำมาเผยแพร่ในเพจเฟซบุ๊กชื่อ "ปากหมา ปากแมว" เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยพบว่า มีผู้เข้าชมมากกว่า 2.8 ล้านครั้ง และมีการแชร์ต่อออกไปอีกมากกว่า 15,000 ครั้ง
ปฏิกิริยาส่วนใหญ่ของผู้คนบนสื่อสังคมออนไลน์ ต่างรู้สึกโกรธต่อการกระทำของเจ้าของสุนัขที่ปรากฏในคลิปดังกล่าว ซึ่งต่อมาทราบว่า เป็นผู้หญิงมีชื่อเล่นว่า "บิว" อาศัยอยู่ใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ต่อมาพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พ.ค. และสามีของหญิงรายนี้ก็ประกาศหาบ้านใหม่ให้สุนัขตัวดังกล่าวที่มีชื่อเรียกว่า "หมวยเล็ก" ทันทีหลังเกิดเหตุ
ล่าสุดสุนัขไซบีเรียนตัวนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เล็กเล็ก" หลังจากได้เจ้าของคนใหม่ ซึ่งอาศัยอยู่ที่ จ.หนองบัวลำภู โดยบิวบอกว่า นิว (ชื่อเล่น) เจ้าของคนใหม่ และนายยุทธภูมิ แก้วเข้ม หรือ "บูม หมูทะ" อินฟลูเอ็นเซอร์ทางสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังเป็นผู้ประสานรับสุนัขไปดูแลต่อ
ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์พีพีทีวีได้โทรศัพท์สัมภาษณ์กับสามีของบิวเมื่อวานนี้ (5 มิ.ย.) เขาบอกว่า ภรรยาของเขากำลังตั้งครรภ์อยู่ อาจมีอารมณ์ไม่คงที่ รวมถึงทั้งคู่ก็มีปัญหาส่วนตัวกันอยู่บ้าง เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ประกาศหาบ้านใหม่ให้สุนัขตัวนี้ทันที แต่ก็มองว่า พฤติกรรมการขโมยอาหารของสุนัขไม่ปกติ
ด้านมูลนิธิ SOS Animal Thailand และมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นองค์กรพิทักษ์สิทธิและสวัสดิภาพสัตว์ ได้เข้าแจ้งความกับสถานีตำรวจภูธรบางพลีแล้ว ในข้อหาทารุณกรรมสัตว์

ที่มาของภาพ, SOS Animal Thailand Foundation
ทาง บิว หญิงตั้งครรภ์เจ้าของคนเก่าซึ่งเป็นผู้ใช้น้ำร้อนราดบนตัวสุนัขตัวนั้น ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัววานนี้ว่า เธอรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ทำไปเพราะขาดสติ และขอโทษสังคมจากภาพรุนแรงที่เกิดขึ้น ส่วนตัวไม่ทราบว่าสุนัขตั้งท้องอยู่ และเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนตัวนี้มาตั้งแต่มันอายุ 45 วัน โดยเธอบอกว่ามันมีพฤติกรรม “กัดข้าวของและก่อการร้ายในบ้านเรื่อย ๆ ตามประสา”
“บิวอยากใช้พื้นที่ส่วนตัวอธิบายให้สังคมรับรู้ว่าทุก ๆ คน มีแรงกดดัน มีสภาพแวดล้อม มีวิธีจัดการกับอารมณ์เมื่อจนมุมต่างกัน และบิวผิดพลาดที่จัดการอารมณ์ไม่ดี” เธอระบุ พร้อมกับบอกว่า ในส่วนของการดำเนินคดีให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ก็ย้ำทิ้งท้ายด้วยว่า “ไม่มีใครราดน้ำร้อน เพราะหมาขโมยขนมหรอกค่ะ มันมีหลายปัจจัยที่กดดันให้ทำ เพื่อให้หมาไปหาบ้านใหม่ที่พร้อมดูแล” ซึ่งทำให้ผู้คนไม่พอใจจนบิวต้องปิดเฟซบุ๊กไปในที่สุด
งานศึกษาในไทยชี้ว่า สัตว์จรจัดถูกทำร้ายมากที่สุด รองลงมาคือ สัตว์เลี้ยง
ในปี 2562 วิทยานิพนธ์หัวข้อ อาชญากรรมต่อสัตว์: ประสบการณ์การทารุณกรรมสัตว์ผ่านการรับรู้ของสังคมไทย ของ ณธัญ วงศ์วานิช นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า สัตว์จรจัด สัตว์เร่รอน คือ กลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อการทารุณกรรมมากที่สุด รองลงมาคือ สัตว์เลี้ยงที่ถูกทำร้ายโดยเจ้าของ
ในแง่ของผู้กระทำทารุณกรรมสัตว์นั้น อาจมาจากความเดือนร้อนรำคาญ ความโกรธ ความชอบ ความจำเป็น หรือความโลภ
ณธัญ บอกว่า หากประชากรในชุมชนเกิดความกระทบกระทั่งกับสัตว์จรจัด ก็อาจเห็นว่าพวกมันสร้างความเดือดร้อนรำคาญ จึงเกิดความบันดาลโทสะ หรือจัดการสัตว์เหล่านั้นด้วยวิธีของตนเองเพื่อบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น
อีกกรณีหนึ่งที่เขาพบคือ คนบางกลุ่มมีทัศนคติมองว่า สัตว์มีสถานะด้อยกว่า สามารถทำร้ายทารุณเพื่อสนองอารมณ์ตนเอง ผ่านการกลั่นแกล้ง ทำร้าย และใช้ความรุนแรงต่อพวกมัน เพราะคิดว่าสัตว์ไม่ต่างอะไรจากสิ่งของ
บางกลุ่มมองว่าสัตว์เป็นสินทรัพย์ ซื้อขายได้ ครอบครองได้ และสามารถสร้างรายได้ให้ตนเอง กรณีนี้มักเกิดขึ้นในคาเฟ่สัตว์เลี้ยงที่จัดหาที่อยู่ไม่ถูกสุขอนามัยและเหมาะสมต่อสวัสดิภาพสัตว์ เช่น กักขังแมว 50 ตัวไว้ในที่คับแคบ รวมถึงการบังคับเพาะพันธุ์สัตว์เลี้ยงสายพันธุ์ใหม่โดยไม่คำนึงถึงสวัสดิภาพของพวกมันหลังเกิดจากการทดลองผสมพันธุ์ เพื่อตอบสนองลูกค้าที่ต้องการสัตว์แปลก หรือบางกรณีพบการทารุณกรรมสัตว์และเปิดให้เข้าชมผ่านดาร์กเว็บ (dark web) เพื่อแลกกับเงินบิทคอยน์ เป็นต้น
ในอังกฤษพบว่า การทารุณกรรมสัตว์อาจเป็นสัญญาณความรุนแรงภายในครอบครัว
ในปี 2554 ราชสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ (Royal Society for the Prevention of Cruelty to Animals – RSPCA) ร่วมกับองค์กรต่อต้านความรุนแรงในครอบครัวและการล่วงละเมิด (Against Domestic Violence and Abuse Devon-ADVA) และกองกำลังตำรวจประจำมลฑลเดวอนและคอร์นวอลล์ในทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ เพื่อหยิบยกปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าวมาประเมินความเสี่ยง
พวกเขาพบว่าในการประเมินความเสี่ยงสูงของปีดังกล่าวนั้น อัตราการทารุณกรรมสัตว์เลี้ยงในครัวเรือนอยู่ที่ประมาณ 20%
สตีฟ ปาร์กเกอร์ ซึ่งเป็นหัวหน้าสารวัตรสืบสวนในขณะนั้นบอกกับบีบีซีว่า สัตว์เลี้ยงมักถูกทำร้ายหรือข่มขู่ เพื่อเป็นเครื่องมือควบคุมเหยื่อที่ถูกล่วงละเมิด
ผู้ถูกละเมิดรายหนึ่งในมลฑลเดวอนออกมาเปิดเผยว่า อดีตคู่ครองของเขาทำร้ายและคร่าชีวิตสุนัขของเธอ
“วันหนึ่ง เมื่อฉันกลับมาจากที่ทำงาน ก็พบว่าสุนัขของฉันถูกรัดคออยู่ในโรงเก็บสวนในสวน นี่เป็นช่วงเวลาที่ฉันรู้สึกอย่างรุนแรงว่า ฉันต้องหนีออกจากมาจากจุดนั้นให้ได้ เพราะฉันรู้ว่าตอนนี้สุนัขของฉันตายไปแล้ว และเขาอาจหันมากระทำความรุนแรงกับลูกของฉัน”

ที่มาของภาพ, Getty Images
นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณเตือนล่วงหน้าอื่น ๆ อีก ได้แก่ พฤติกรรมหึงหวงที่มากเกินไป การถูกล่วงละเมิดทางจิตใจและร่างกายระหว่างตั้งครรภ์หรือภายหลังการคลอดบุตร รวมถึงการสะกดรอยตามในโลกความเป็นจริงและทางออนไลน์ เป็นต้น
ข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานเรื่อง การทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างการทารุณกรรมสัตว์และความรุนแรงในครอบครัว ด้วยแบบจำลองระบบทางชีวนิเวศวิทยาของบรอนเฟนเบนเนอร์ ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือน พ.ค. 2563 ทาง PubMed Central โดยจากการทบทวนวรรณกรรมหลายชิ้นระหว่างทำการศึกษางานชิ้นนี้ พวกเขาพบว่าในบางกรณี การทารุณกรรมสัตว์เป็นเครื่องหมายหรือสัญญาณถึงความน่ากลัวอื่น ๆ ที่อาจเชื่อมโยงกับพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงในวัยเด็กซึ่งผลมาจนถึงตอนโต
บ่อยครั้งยังพบว่า สัตว์เลี้ยงสามารถตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัวได้ในฐานะเบี้ยล่าง เนื่องจากผู้กระทำต้องการสร้างความหวาดกลัวเพื่อควบคุมและมีอำนาจเหนือคู่ครองหรือลูก ๆ โดยแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถทำสิ่งที่เลวร้ายต่อสมาชิกครอบครัวได้อย่างไรบ้าง ผ่านการทำร้ายสัตว์เลี้ยง โดยมีหลักฐานหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่าเด็กและผู้ใหญ่ที่เผชิญสถานการณ์เช่นนี้ ต่างได้รับผลกระทบทางจิตใจทั้งทางตรงและทางอ้อมในฐานะพยานผู้พบเห็นเหตุการณ์ความรุนแรง











