การเลือกตั้ง 2569 คือผลลัพธ์ที่ไม่มีโพลไหนคาดถึง และอะไรคืออุปสรรคของพรรคฝ่ายปฏิรูป

Thai Prime Minister Anutin Charnvirakul poses as he arrives at the Government House in Bangkok on February 9, 2026

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล แห่งพรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งแบบไม่มีใครคาดถึง
    • Author, โจนาธาน เฮด
    • Role, ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • เวลาอ่าน: 8 นาที

ฝุ่นที่เคยฟุ้งกระจายอย่างหนักระหว่างการขับเคี่ยวในช่วงฤดูกาลหาเสียงอย่างเข้มข้นกำลังจะจางหายไป และตอนนี้คนไทยจำนวนไม่น้อยกำลังขยี้ตาอย่างไม่อยากเชื่อ และตั้งคำถามต่อตัวเองว่า "เกิดอะไรขึ้น"

ผลสำรวจความคิดเห็นส่วนใหญ่ที่เผยแพร่ก่อนวันเลือกตั้งทำนายไว้ว่า พรรคประชาชนจะได้รับชัยชนะ บางสำนักถึงกับคาดการณ์ว่าพรรคสายก้าวหน้าแห่งนี้อาจได้เก้าอี้มากกว่า 200 ที่นั่ง ซึ่งนับเป็นพัฒนาการจากการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2023 ซึ่งพรรคก้าวไกลในขณะนั้นสามารถครองเก้าอี้ สส. ได้ถึง 151 ที่นั่ง

มีโพลจากไม่กี่สำนักเท่านั้นที่ให้พรรคภูมิใจไทยของนายกอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้ชนะ

ทว่าเมื่อเจ้าหน้าที่นับคะแนนส่วนใหญ่เรียบร้อย ก็เป็นที่ชัดเจนว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ขณะที่กลุ่มนักปฏิรูปอายุน้อยกลับพ่ายแพ้อย่างใหญ่หลวง เส้นทางของพรรคภูมิใจไทยนั้นสดใสอย่างมากในการจัดตั้งรัฐบาล แม้ยังไม่ต้องคำนึงถึงพรรคร่วมรัฐบาล เพราะมีเก้าอี้ในมือแล้วมากกว่า 190 ที่นั่ง

คำถามคือ เหตุใดพรรคสายก้าวหน้า ที่เสนอความเป็นคนรุ่นใหม่ พร้อมกับแคมเปญหาเสียงที่มีความคิดสร้างสรรค์และใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดถึงไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่พรรคแบบเดิม ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยผลประโยชน์ต่างตอบแทน และแทบไม่มีอัตลักษณ์อุดมการณ์ใด ๆ นอกจากความจงรักภักดีอย่างเหนียวแน่นถึงได้ประสบความสำเร็จแทน

การแข่งขันที่ยากขึ้นสำหรับเหล่านักปฏิรูป

ระบบการเลือกตั้งแบบผสมคือหนึ่งในเหตุผลของผลลัพธ์ที่ออกมาเช่นนี้ ในระบบการเลือกตั้งของไทย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องออกเสียงเลือกตั้งด้วยบัตรเลือกตั้งสองใบ ใบแรกสำหรับเลือก สส. แบบแบ่งเขต ส่วนอีกใบใช้สำหรับเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อตามพรรคที่พวกเขาชื่นชอบ

ในระดับประเทศ พรรคประชาชนที่ได้รับคะแนนเสียงถึงเกือบ 10 ล้านเสียง ถือว่าทำได้ดีกว่าพรรคภูมิใจไทยอย่างมาก เพราะพรรคสีน้ำเงินนี้ได้คะแนนแค่เพียงประมาณ 6 ล้านเสียงเท่านั้น อย่างไรก็ดี คะแนนนี้ยังนับว่าน้อยลงจากสถิติ 14 ล้านเสียง ที่พรรคก้าวไกลเคยทำได้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2023

อย่างไรก็ดี คะแนนเสียงแบบบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์นี้คิดเป็นสัดส่วนเพียง 20% ของที่นั่งทั้งหมด 500 ที่นั่งในรัฐสภาเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ เก้าอี้อีก 80% จึงตกไปอยู่กับการแข่งขันระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นการแข่งขันที่กำหนดให้ผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดในแต่ละเขตเลือกตั้งเป็นผู้ชนะ และคว้าที่นั่งไปตามระบบ 'ใครได้คะแนนสูงสุดเป็นฝ่ายชนะ'

นี่เป็นจุดที่พรรคประชาชน ซึ่งยังเป็นพรรคค่อนข้างใหม่และมีฐานเสียงหลักอยู่ในเขตเมือง เสียเปรียบ เพราะยังขาดเครือข่ายในพื้นที่ท้องถิ่น

ในทางตรงกันข้าม พรรคภูมิใจไทยคือมือเก๋าด้านการใช้ทรัพยากรอย่างมหาศาลเพื่อดึงบรรดาผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นมาอยู่ฝ่ายตน ซึ่งคนกลุ่มนี้มีอิทธิพลต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ของพวกเขาอย่างมาก

ที่ผ่านมา นายอนุทินสร้างให้พรรคภูมิใจไทยเติบโตขึ้นจากพรรคท้องถิ่นขนาดกลางมาเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งระดับประเทศ ด้วยการไปดึงเอาผู้แปรพักตร์จากพรรคการเมืองอื่น ๆ มาไว้กับตน

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นเรื่องยากยิ่งขึ้นสำหรับฝ่ายปฏิรูปที่จะสร้างความแตกต่างด้วยประเด็นใดประเด็นหนึ่งเพียงอย่างเดียว หากย้อนกลับไปในปี 2023 หลังจากอยู่ภายใต้การปกครองยาวนานเก้าปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายพลผู้นำรัฐประหารปี 2014 ซึ่งมีภาพลักษณ์เคร่งขรึมแต่ก็แฝงความเป็นผู้ใหญ่ใจดี สังคมตอนนั้นโหยหาการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง อีกทั้งพรรคก้าวไกลตอนนั้นยังอยู่ภายใต้การนำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้นำหนุ่มบุคลิกดีและมีเสน่ห์ดึงดูดใจเมื่อปรากฏอยู่ในหน้าจอสื่อ ซึ่งให้คำมั่นว่าด้วยข้อความที่กลายเป็นจุดขายอย่าง "มีลุงไม่มีเรา" ลุง ๆ ในที่นี่หมายถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหาร

สมการทั้งหมดสามารถจุดประกายความสนใจของสาธารณชนได้ อีกทั้งพรรคก้าวไกลยังได้แรงสนับสนุนเพิ่มเติมในช่วงท้าย ๆ ของการหาเสียงครั้งก่อน

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ สมการแบบนั้นไม่เกิดขึ้น พรรคประชาชนถูกบีบให้ต้องละทิ้งนโยบายอย่างการแก้ไขกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หลังประเด็นนี้เองที่ทำให้พรรคก้าวไกลถูกยุบ ขณะที่เหล่าผู้นำของพรรคถูกตัดสิทธิทางการเมือง

ในเวลาเดียวกัน นายอนุทินสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนจากฝั่งอนุรักษนิยมมาไว้ที่ตัวเองได้ เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งในปี 2023 ที่เสียงของกลุ่มคนเหล่านี้กระจัดกระจายไปยังพรรคต่าง ๆ

จุดยืนแนวชาตินิยมอันแข็งกร้าวของเขาต่อความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชา การสนับสนุนกองทัพอย่างหนักแน่น และความจงรักภักดีอย่างแน่นแฟ้นต่อองค์พระมหากษัตริย์ ล้วนทำให้เขาถูกมองอย่างเด่นชัดว่าเป็นผู้ถือธงนำของฝ่ายอนุรักษนิยมไทย

A shopkeeper reads the front page of Khaosod newspaper a day after the general election in Bangkok on February 9, 2026

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจากหลายสำนักคาดการณ์ว่าพรรคสายก้าวหน้าอย่างพรรคประชาชนจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ผลเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยที่ตกลงอย่างชัดเจน นี่คือพรรคการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่ครั้งหนึ่งไม่มีผู้ใดเคยเอาชนะได้

ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2023 พรรคสีแดงแห่งนี้รั้งอันดับที่สอง ด้วยเก้าอี้ทั้งหมด 141 ที่นั่ง แต่การเลือกตั้งครั้งนี้มีแนวโน้มว่าตัวเลขดังกล่าวอาจลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว หลังพรรคเพื่อไทยต้องเผชิญความปั่นป่วนทางการเมืองตลอดสามปีที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีของพรรคถึงสองคนถูกศาลรัฐธรรมนูญปลดจากตำแหน่ง อีกทั้งพรรคยังถูกวิจารณ์ว่าบริหารความสัมพันธ์กับกัมพูชาได้อย่างผิดพลาด

ขณะที่ นายทักษิณ ชินวัตร ถูกจำคุกจากคดีทุจริตในอดีต และอาจต้องเผชิญข้อร้องเรียนทางอาญาเพิ่มเติม

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2023 พรรคเพื่อไทยเองก็เสียฐานเสียงให้กับพรรคก้าวไกล มาในการเลือกตั้งครั้งนี้ พวกเขาเสียโหวตเตอร์ให้กับพรรคภูมิใจไทยและพรรคอนุรักษนิยมอื่น ๆ ที่ได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากกระแสความนิยมที่ลดลงของพรรคเพื่อไทย แม้แต่ในพื้นที่ที่เคยเป็นฐานเสียงเหนียวแน่นของพรรคอย่างภาคเหนือหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ขณะที่ผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่งในของกลุ่มการเมืองฝั่งปฏิรูปอย่างพรรคประชาชนอาจย้อนกลับไปทบทวนการตัดสินใจของพรรคที่ครั้งหนึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อครั้งที่พรรคประชาชนยกมือสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา หลังการล่มสลายของรัฐบาลเพื่อไทยชุดที่สอง

ตอนนั้น พรรคประชาชนแสดงความชอบธรรมต่อพันธมิตรที่แปลกประหลาดกับพรรคที่มีอุดมการณ์ขั้วตรงข้ามนั้นด้วยการประกาศว่าจะไม่เข้าร่วมรัฐบาล และแลกกับคำมั่นสัญญาจากนายอนุทินว่าจะจัดให้มีประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยคณะรัฐประหาร ซึ่งเป็นวาระสำคัญของฝ่ายปฏิรูป

ทว่าการไม่เรียกร้องตำแหน่งรัฐมนตรีตอบแทนเสียงสนับสนุนในรัฐสภา กลับเปิดทางให้นายอนุทินสามารถจัดตั้งคณะรัฐมนตรีด้วยกลุ่มเทคโนแครตที่มีความสามารถ ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของเขาในฐานะผู้นำที่ลงมือทำได้จริง

แม้จะมีการจัดประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญพร้อมกับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา และผลออกมาอย่างชัดเจนว่าประชาชนลงคะแนนสนับสนุนการเปลี่ยนแปลง แต่กระบวนการยกร่างและให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความยืดเยื้ออย่างมาก จนอาจถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ตอนนี้บางฝ่ายมองว่า นี่เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด ซึ่งบั่นทอนความน่าเชื่อถือของพรรคประชาชนในหมู่ผู้สนับสนุนที่ยึดมั่นในฝั่งอุดมการณ์

ที่สุดแล้ว กลุ่มนักปฏิรูปมักต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ เสมอ เพื่อให้ได้ตั้งรัฐบาล

ผู้นำหลายต่อหลายคนของกลุ่มการเมืองฝั่งนี้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง พรรคเองก็ถูกยุบมาแล้วถึงสองครั้ง และ สส. ที่ดีที่สุดของพวกเขาอีกไม่น้อยอาจต้องโทษจำคุกถึง 6 ปี ต่อโทษที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ไม่เพียงแค่แพ้เลือกตั้ง แต่สมาชิกของพรรคอีก 44 คน กำลังสุ่มเสี่ยงจะถูกตัดสิทธิทางการเมืองโดยศาลฎีกาเพราะไปสนับสนุนร่างกฎหมายของพรรคก้าวไกล ที่เสนอให้ลดโทษลง ภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

อุปสรรคเหล่านี้อาจทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วนที่เคยสนับสนุนพรรคก้าวไกลเมื่อสามปีก่อนรู้สึกผิดหวัง อัตราการออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ที่ 65% ลดลงอย่างมากจากสถิติ 75% ในปี 2023

ทว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล จะไม่ต้องเผชิญข้อจำกัดเช่นนั้น เพราะกลไกมากมายจากองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จนเปรียบเสมือนกับ 'กุญแจมือ' ที่พันธนาการประชาธิปไตยไทย มักถูกใช้กับรัฐบาล พรรคการเมือง และนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเข้ามาท้าทายระเบียบอำนาจเดิมเท่านั้น

ตราบใดที่เขาสามารถตกลงเงื่อนไขกับพรรคร่วมรัฐบาลขนาดเล็กได้ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็มีโอกาสสูงที่จะอยู่ครบวาระสี่ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้นำพลเรือนไทยไม่มีใครทำได้มาเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว