อนุทิน ชาญวีรกูล: นายกฯ นักธุรกิจในครอบครัวจีนกวางตุ้ง ผู้ถูกสอนว่า "ไม่มีที่ยืนสำหรับที่สอง"

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, อนุทิน ชาญวีรกูล มีแนวโน้มที่จะได้ครองเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อ หลังพรรคภูมิใจไทยมีโอกาสสูงที่จะชนะเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ. โดยคาดว่าจะกวาด สส. กว่า 190 ที่นั่ง จากผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ
เวลาอ่าน: 10 นาที

ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง ช่วงชีวิตของอนุทิน ชาญวีรกูล อาจกล่าวได้ว่าแทบไม่มีขาลง

ในวัย 59 ปี เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของชีวิตในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทยเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา หลังแพทองธาร ชินวัตร พ้นตำแหน่งไปจากกรณีคลิปเสียงหลุดพูดคุยกับสมเด็จ ฮุน เซน บิดาของผู้นำกัมพูชา

จากรัฐบาล 'ชั่วคราว' ที่ได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินเพียงไม่กี่เดือนด้วยข้อตกลงกับพรรคประชาชนที่ยกมือโหวตให้ภายใต้เงื่อนไขแก้รัฐธรรมนูญ ในวันนี้ผู้นำพรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มอย่างมากที่จะได้หวนคืนสู่ตำแหน่งเดิมอีกครั้งหลังชนะเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 8 ก.พ.

และนี่คือเรื่องราวของเขา

ครอบครัวนักธุรกิจ

.

ที่มาของภาพ, Anutin Charnvirakul/Facebook

คำบรรยายภาพ, อนุทิน ชาญวีรกูล ในวัยเด็ก (ซ้าย) ถ่ายภาพคู่กับ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ (ขวา) อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ของไทย

อนุทินเคยเล่าเรื่องราวของตัวเองผ่าน 'วอยซ์ทีวี' ว่าเขาเกิดในครอบครัวชาวจีนกวางตุ้งที่บรรพบุรุษอพยพมาอยู่ไทย ทำให้ 'ภาษาจีน' คือภาษาแรกที่เขาพูดได้

ครอบครัวของเขาทำธุรกิจขายอุปกรณ์ก่อสร้างมาตั้งแต่รุ่นปู่ ก่อนที่จะขยายกิจการออกเป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้างทั่วไปในรุ่นพ่อ ทำให้ชีวิตในวัยเด็กของเขา "ไม่ลำบาก" และ "สะดวกสบายพอสมควร"

นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทยเล่าว่า ในวัยมัธยมเขาไม่ใช่เด็กตั้งใจเรียน เคยติดเที่ยว สูบบุหรี่ มักจะหาเวลาไปเล่นบิลเลียด และเคยสอบตก แต่จุดพลิกผันของชีวิตเกิดขึ้นเมื่อเขาสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยในไทยไม่ติด ทำให้พ่อต้องส่งเขาไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ โดยให้เงินใช้เพียงเดือนละ 75 ดอลลาร์ (ราว 2,300 บาท) นอกเหนือไปจากที่พักและอาหารการกินประจำวันที่พ่อตระเตรียมเป็น 'แพ็คเกจ' ให้แล้ว

เงินที่ไม่พอกับการใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งรวมถึง 'ค่าโทรศัพท์จีบสาว' ทำให้เขาตัดสินใจทำงานรับจ้างหลายอย่างขณะอยู่ในสหรัฐฯ เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายเพิ่มเติม อนุทินเล่าว่าเขาเคยรับทั้งงานเสิร์ฟอาหาร ล้างจาน ขับรถส่งพิซซ่า ไปจนถึงเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในหอพัก

ในการให้สัมภาษณ์กับวอยซ์ทีวี ผู้นำพรรคภูมิใจไทยมองช่วงเวลาที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐฯ แบบต้อง 'เอาตัวรอด' และ 'พึ่งพาตัวเอง' คือช่วงเวลาที่ทำให้เขาเป็นเขาในทุกวันนี้

เขาเล่าว่าตั้งแต่เด็ก ๆ เขามักจะถูกพ่อแม่สอนว่าให้เป็น 'ผู้ชนะ' ต้องรวดเร็ว ว่องไว และเฉียบขาด โดยคำสอนหนึ่งที่เขาจำได้คือ "ไม่มีที่ยืนสำหรับคนที่เป็นที่สอง"

หลังเรียนจบเขากลับมาทำงานในธุรกิจของครอบครัว และเมื่อพ่อของเขาก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง อนุทินจึงสานต่องานบริหารกิจการบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ที่พ่อของเขาก่อตั้ง

เขาเป็นผู้บริหาร 'ซิโน-ไทย' มากว่าทศวรรษ ก่อนที่จะเข้าสู่เส้นทางสายการเมืองตามรอยพ่อ

เข้าสังเวียนการเมือง

.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, อนุทินก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดบนเส้นทางสายการเมืองเมื่อปลายปีที่ผ่านมา หลังเขาได้รับเสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎรให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ต่อจากแพทองธาร ชินวัตร

ชวรัตน์ ชาญวีรกูล พ่อของอนุทินเคยมีตำแหน่งเป็น รมว.มหาดไทย ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเขายังเคยเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงสำคัญอื่น ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในช่วงปี 2551 และเคยปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ อยู่ช่วงสั้น ๆ ในช่วงที่สมชาย วงสวัสดิ์ พ้นตำแหน่งจากคำสั่งยุบพรรคพลังประชาชน

อนุทินเล่าในการสัมภาษณ์กับวอยซ์ทีวีว่า พ่อของเขายังเป็น "อดีตลูกน้องคนสนิท" ของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ของไทย ทำให้ตัวเขาได้รู้จักนักการเมืองที่มีชื่อเสียงสมัยนั้นไปด้วย และเขาได้รับความ "เมตตา" และ "เอ็นดู" จากหลายคนที่ชวนให้เข้าไปเป็นที่ปรึกษา แต่คนที่ทำให้เขาได้ "แจ้งเกิดทางการเมือง" คือ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่ชักชวนให้เขาเข้ารับตำแหน่ง รมช.สาธารณสุข ในสมัยรัฐบาล 'ทักษิณ 1' เมื่อปี 2547 ขณะที่เขามีอายุ 36 ปี

จากนั้นเขาก็เติบโตบนเส้นทางสายนี้มาตลอด โดยเขาอยู่กับพรรคไทยรักไทย (ทรท.) กระทั่งรัฐประหารในปี 2549 และถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีหลัง ทรท.ถูกยุบ โดยระหว่างเว้นวรรคทางการเมือง เขาส่งบิดาไปสังกัดพรรคพลังประชาชน (พปช.)

ต่อมาหลังจาก เนวิน ชิดชอบ ประกาศแยกทางกับทักษิณอันก่อเกิดวลีดัง "มันจบแล้วครับนาย" เนวินพร้อมด้วยอนุทิน หอบหิ้วสมาชิก "กลุ่มเพื่อนเนวิน" ออกมาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในปี 2552 ก่อนที่อนุทินจะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคในปี 2555 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ช่วงปี 2562-2568 อนุทินได้นั่งเก้าอี้รองนายกฯ 2 สมัย และรัฐมนตรีว่าการ 2 กระทรวง โดยคุมกระทรวงสาธารณสุขในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคุมกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ต่อเนื่องมายังรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร

สายสัมพันธ์เนวิน

เส้นทางการเมืองของอนุทินเติบโตขึ้นมาท่ามกลางสายสัมพันธ์อับแนบชิดของสองตระกูลการเมือง "ชาญวีรกูล" และ "ชิดชอบ" บ้านใหญ่บุรีรัมย์

เขาประกาศตัวเป็น "ลูกชาย" อีกคนของ ชัย ชิดชอบ หรือ ปู่ชัย หลายครั้งหลายหน เคยบอก "รักพี่ชายสุดหัวใจ" ต่อเนวิน ซึ่งเคยอวยพรผูกแขนให้อนุทินเมื่อปี 2567 ว่า "ผูกให้ได้เป็นนายกฯ" ในงานเลี้ยงวันเกิดครบรอบ 66 ปีของเนวินที่ จ.บุรีรัมย์

เขายังมีสายสัมพันธ์อันดีกับศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายของเนวิน ซึ่งนับถือกันเสมือนเป็นพี่-น้อง

.

ที่มาของภาพ, พรรคภูมิใจไทย/Facebook

คำบรรยายภาพ, ในงานทำบุญวันเกิดครบ 66 ปี "เนวิน ชิดชอบ" เนวิน สั่งหมอช้างผูกข้อมือ "อนุทิน" ให้เป็นนายกฯ (ภาพเมื่อ 4 ต.ค. 2567)

อนุทินเคยชี้แจงกรณีที่เขามีชื่อในทะเบียนบ้าน จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นทางการเมืองของตระกูลชิดชอบ ว่าเพราะความจำเป็นทางการเมืองในสมัยที่มีการยกร่างรัฐธรรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เคยจะกำหนดให้ผู้ที่จะสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ต้องมีพื้นเพอยู่ในท้องที่จังหวัดนั้น ๆ แต่เขาก็ไม่เคยไปพักอาศัย

เขาเคยกล่าวกับ 'มติชนสุดสัปดาห์' ว่านับถือเนวินเหมือน "พี่ใหญ่" และมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันถึงขนาดที่ว่าเนวินเป็นคนพาลูกของเขาเข้าโรงเรียนที่อังกฤษ โดยหาโรงเรียนให้เสร็จสรรพและไปส่งถึงโรงเรียน

จาก "โควิดกระจอก" สู่ยุคทองของภูมิใจไทย

อนุทินเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักในสมัยที่เขาดำรงตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากวลีที่เขาพูดว่า "โควิดกระจอก" ในปี 2563 ก่อนที่เชื้อไวรัสนี้จะแพร่ระบาดหนักในไทย และเขายังถูกวิจารณ์กรณีการจัดสรรวัคซีนที่ล่าช้า

อย่างไรก็ดี เขาฝ่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์และผลักดันนโยบายเรือธงอย่าง 'กัญชาทางการแพทย์' ที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นนโยบาย 'กัญชาเสรี' ตลอดจนจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็น 'กลไกระบบหัวคะแนน' แบบใหม่ได้สำเร็จ

ในการเลือกตั้งปี 2562 ภูมิใจไทย ภายใต้การนำของอนุทิน กลายเป็นพรรคที่เริ่มมีบทบาทในสภา หลังได้ สส. 51 คน และกลายเป็นพรรคที่ได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับสามในการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งยิ่งทำให้พรรคมีอำนาจต่อรองมากขึ้น

เขาได้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทั้งในสมัยนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน และนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ก่อนจะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลหลังสมเด็จ ฮุน เซน ของกัมพูชา ปล่อยคลิปเสียงสนทนาทางโทรศัพท์กับอดีตนายกฯ แพทองธาร เมื่อเดือน มิ.ย. 2568 แต่เขาก็เป็นฝ่ายค้านอยู่ไม่นาน ก่อนที่จะได้เสียงสนับสนุนจาก สส. พรรคประชาชนโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย ในเดือน ก.ย. 2568

.

ที่มาของภาพ, Anutin Charnvirakul/Facebook

คำบรรยายภาพ, อนุทิน ชาญวีรกูล (ซ้าย) ลงพื้นที่ร่วมกับแพทองธาร ชินวัตร (ขวา) ก่อนที่เขาจะประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลจากปมคลิปเสียงสนทนาระหว่างแพทองธารกับบิดาของผู้นำกัมพูชา

หลังรับตำแหน่งนายกฯ ควบ รมว.มหาดไทย อนุทินถูกวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งจากประเด็นการแก้ปัญหาภัยธรรมชาติ 'น้ำท่วมหาดใหญ่' เดือน พ.ย. 2568 และมีประเด็นร่วมภาพถ่ายกับนายเบน สมิธ นักธุรกิจชาวแอฟริกาใต้ที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังขบวนการฟอกเงินจากเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งต่อมานายอนุทินกล่าวชี้แจงว่าเขารู้จักกับนายเบน สมิธเพียงผิวเผิน

คำพูดประจำใจของอนุทินและพรรคภูมิใจไทย คือ "พูดแล้วทำ" ในช่วงเลือกตั้ง เขาให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยโดยพูดถึงคุณสมบัติ "ผู้นำที่พึงประสงค์" ซึ่งสอดคล้องกับจุดแข็งของตัวเองรวม 6 ข้อ ได้แก่ มีประสบการณ์ และมีความสามารถในการทำงาน ไม่ต้อง "รำมวย" หรือ "ทดลองงาน", มีพื้นฐานทางการเมืองค่อนข้างมั่นคง เป็นตัวของตัวเอง, มีความชำนาญในงานของทั้ง 2 สภา, รู้จักประชาชนในพื้นที่, เข้าใจระบบการบริหารงานภาครัฐ/ภาคราชการ ผลักดันนโยบายได้อย่างรวดเร็ว และท้ายสุด คือมีสายสัมพันธ์อันดีและประสานได้กับทุกขั้ว ทั้งทางราชการ และทางการเมือง

ชีวิตส่วนตัว

.

ที่มาของภาพ, Anutin Charnvirakul/Facebook

คำบรรยายภาพ, อนุทิน ชาญวีรกูล กับ 'จ๋า' ธนนนท์ นิรามิษ ภรรยาคนปัจจุบัน

อนุทินแต่งงานมาแล้ว 3 ครั้ง เขาเคยสร้างความฮือฮา เมื่อแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ว่าจ่ายเงินให้อดีตภรรยา 50 ล้านบาทจากข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่า

ส่วน 'หวานใจ' ภริยาคนปัจจุบัน คือ 'จ๋า' ธนนนท์ นิรามิษ ลูกสาวคหบดี จ.ระนอง เจ้าของกิจการร้านกาแฟชื่อดังของจังหวัด ซึ่งเธอเคยเผยกับประชาชาติธุรกิจว่า ประทับใจอนุทิน เพราะ "เป็นคนอบอุ่น มีอารมณ์ขัน กวนเล็ก ๆ ละเอียด และให้เกียรติคนข้าง ๆ เสมอ" และเผยว่าเขาจีบด้วยการ "เข้าทางแม่"

ในด้านไลฟ์สไตล์ส่วนตัว นายกฯ คนที่ 32 ชื่นชอบการเล่นดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ มักปรากฏภาพเขาบรรเลงแซ็กโซโฟนในวาระต่าง ๆ หรือเล่นเปียโน นอกจากนี้เขามักมีภาพไปนั่งกินอาหารข้างทางร้านดังอยู่บ่อยครั้ง

งานอดิเรกอีกอย่างของเขาคือการขับเครื่องบิน อนุทินเล่าในการให้สัมภาษณ์กับมติชนสุดสัปดาห์ว่าสำหรับเขานั้น เครื่องบินเป็น "ที่ระบายออก" เวลาที่เขามีเรื่องเครียด เพราะขณะที่ขับเครื่องบินเขาต้องใช้สมาธิจดจ่อ เขามองว่าเครื่องบินคือ "พาหนะที่ปลอดภัยที่สุดอย่างหนึ่ง" หาก "ไม่ออกนอกเกม" เขาใช้ความสามารถในการขับเครื่องบินรับหน้าที่นักบินจิตอาสาในโครงการ 'หัวใจติดปีก' ปฏิบัติหน้าที่ส่งอวัยวะช่วยชีวิตผู้คนอยู่เนือง ๆ