อนุทิน ชาญวีรกูล: นายกฯ นักธุรกิจในครอบครัวจีนกวางตุ้ง ผู้ถูกสอนว่า "ไม่มีที่ยืนสำหรับที่สอง"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง ช่วงชีวิตของอนุทิน ชาญวีรกูล อาจกล่าวได้ว่าแทบไม่มีขาลง
ในวัย 59 ปี เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของชีวิตในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทยเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา หลังแพทองธาร ชินวัตร พ้นตำแหน่งไปจากกรณีคลิปเสียงหลุดพูดคุยกับสมเด็จ ฮุน เซน บิดาของผู้นำกัมพูชา
จากรัฐบาล 'ชั่วคราว' ที่ได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินเพียงไม่กี่เดือนด้วยข้อตกลงกับพรรคประชาชนที่ยกมือโหวตให้ภายใต้เงื่อนไขแก้รัฐธรรมนูญ ในวันนี้ผู้นำพรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มอย่างมากที่จะได้หวนคืนสู่ตำแหน่งเดิมอีกครั้งหลังชนะเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 8 ก.พ.
และนี่คือเรื่องราวของเขา
ครอบครัวนักธุรกิจ

ที่มาของภาพ, Anutin Charnvirakul/Facebook
อนุทินเคยเล่าเรื่องราวของตัวเองผ่าน 'วอยซ์ทีวี' ว่าเขาเกิดในครอบครัวชาวจีนกวางตุ้งที่บรรพบุรุษอพยพมาอยู่ไทย ทำให้ 'ภาษาจีน' คือภาษาแรกที่เขาพูดได้
ครอบครัวของเขาทำธุรกิจขายอุปกรณ์ก่อสร้างมาตั้งแต่รุ่นปู่ ก่อนที่จะขยายกิจการออกเป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้างทั่วไปในรุ่นพ่อ ทำให้ชีวิตในวัยเด็กของเขา "ไม่ลำบาก" และ "สะดวกสบายพอสมควร"
นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทยเล่าว่า ในวัยมัธยมเขาไม่ใช่เด็กตั้งใจเรียน เคยติดเที่ยว สูบบุหรี่ มักจะหาเวลาไปเล่นบิลเลียด และเคยสอบตก แต่จุดพลิกผันของชีวิตเกิดขึ้นเมื่อเขาสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยในไทยไม่ติด ทำให้พ่อต้องส่งเขาไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ โดยให้เงินใช้เพียงเดือนละ 75 ดอลลาร์ (ราว 2,300 บาท) นอกเหนือไปจากที่พักและอาหารการกินประจำวันที่พ่อตระเตรียมเป็น 'แพ็คเกจ' ให้แล้ว
เงินที่ไม่พอกับการใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งรวมถึง 'ค่าโทรศัพท์จีบสาว' ทำให้เขาตัดสินใจทำงานรับจ้างหลายอย่างขณะอยู่ในสหรัฐฯ เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายเพิ่มเติม อนุทินเล่าว่าเขาเคยรับทั้งงานเสิร์ฟอาหาร ล้างจาน ขับรถส่งพิซซ่า ไปจนถึงเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในหอพัก
ในการให้สัมภาษณ์กับวอยซ์ทีวี ผู้นำพรรคภูมิใจไทยมองช่วงเวลาที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐฯ แบบต้อง 'เอาตัวรอด' และ 'พึ่งพาตัวเอง' คือช่วงเวลาที่ทำให้เขาเป็นเขาในทุกวันนี้
เขาเล่าว่าตั้งแต่เด็ก ๆ เขามักจะถูกพ่อแม่สอนว่าให้เป็น 'ผู้ชนะ' ต้องรวดเร็ว ว่องไว และเฉียบขาด โดยคำสอนหนึ่งที่เขาจำได้คือ "ไม่มีที่ยืนสำหรับคนที่เป็นที่สอง"
หลังเรียนจบเขากลับมาทำงานในธุรกิจของครอบครัว และเมื่อพ่อของเขาก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง อนุทินจึงสานต่องานบริหารกิจการบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ที่พ่อของเขาก่อตั้ง
เขาเป็นผู้บริหาร 'ซิโน-ไทย' มากว่าทศวรรษ ก่อนที่จะเข้าสู่เส้นทางสายการเมืองตามรอยพ่อ
เข้าสังเวียนการเมือง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ชวรัตน์ ชาญวีรกูล พ่อของอนุทินเคยมีตำแหน่งเป็น รมว.มหาดไทย ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเขายังเคยเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงสำคัญอื่น ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในช่วงปี 2551 และเคยปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ อยู่ช่วงสั้น ๆ ในช่วงที่สมชาย วงสวัสดิ์ พ้นตำแหน่งจากคำสั่งยุบพรรคพลังประชาชน
อนุทินเล่าในการสัมภาษณ์กับวอยซ์ทีวีว่า พ่อของเขายังเป็น "อดีตลูกน้องคนสนิท" ของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ของไทย ทำให้ตัวเขาได้รู้จักนักการเมืองที่มีชื่อเสียงสมัยนั้นไปด้วย และเขาได้รับความ "เมตตา" และ "เอ็นดู" จากหลายคนที่ชวนให้เข้าไปเป็นที่ปรึกษา แต่คนที่ทำให้เขาได้ "แจ้งเกิดทางการเมือง" คือ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่ชักชวนให้เขาเข้ารับตำแหน่ง รมช.สาธารณสุข ในสมัยรัฐบาล 'ทักษิณ 1' เมื่อปี 2547 ขณะที่เขามีอายุ 36 ปี
จากนั้นเขาก็เติบโตบนเส้นทางสายนี้มาตลอด โดยเขาอยู่กับพรรคไทยรักไทย (ทรท.) กระทั่งรัฐประหารในปี 2549 และถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีหลัง ทรท.ถูกยุบ โดยระหว่างเว้นวรรคทางการเมือง เขาส่งบิดาไปสังกัดพรรคพลังประชาชน (พปช.)
ต่อมาหลังจาก เนวิน ชิดชอบ ประกาศแยกทางกับทักษิณอันก่อเกิดวลีดัง "มันจบแล้วครับนาย" เนวินพร้อมด้วยอนุทิน หอบหิ้วสมาชิก "กลุ่มเพื่อนเนวิน" ออกมาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในปี 2552 ก่อนที่อนุทินจะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคในปี 2555 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ช่วงปี 2562-2568 อนุทินได้นั่งเก้าอี้รองนายกฯ 2 สมัย และรัฐมนตรีว่าการ 2 กระทรวง โดยคุมกระทรวงสาธารณสุขในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคุมกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ต่อเนื่องมายังรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร
สายสัมพันธ์เนวิน
เส้นทางการเมืองของอนุทินเติบโตขึ้นมาท่ามกลางสายสัมพันธ์อับแนบชิดของสองตระกูลการเมือง "ชาญวีรกูล" และ "ชิดชอบ" บ้านใหญ่บุรีรัมย์
เขาประกาศตัวเป็น "ลูกชาย" อีกคนของ ชัย ชิดชอบ หรือ ปู่ชัย หลายครั้งหลายหน เคยบอก "รักพี่ชายสุดหัวใจ" ต่อเนวิน ซึ่งเคยอวยพรผูกแขนให้อนุทินเมื่อปี 2567 ว่า "ผูกให้ได้เป็นนายกฯ" ในงานเลี้ยงวันเกิดครบรอบ 66 ปีของเนวินที่ จ.บุรีรัมย์
เขายังมีสายสัมพันธ์อันดีกับศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายของเนวิน ซึ่งนับถือกันเสมือนเป็นพี่-น้อง

ที่มาของภาพ, พรรคภูมิใจไทย/Facebook
อนุทินเคยชี้แจงกรณีที่เขามีชื่อในทะเบียนบ้าน จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นทางการเมืองของตระกูลชิดชอบ ว่าเพราะความจำเป็นทางการเมืองในสมัยที่มีการยกร่างรัฐธรรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เคยจะกำหนดให้ผู้ที่จะสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ต้องมีพื้นเพอยู่ในท้องที่จังหวัดนั้น ๆ แต่เขาก็ไม่เคยไปพักอาศัย
เขาเคยกล่าวกับ 'มติชนสุดสัปดาห์' ว่านับถือเนวินเหมือน "พี่ใหญ่" และมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันถึงขนาดที่ว่าเนวินเป็นคนพาลูกของเขาเข้าโรงเรียนที่อังกฤษ โดยหาโรงเรียนให้เสร็จสรรพและไปส่งถึงโรงเรียน
จาก "โควิดกระจอก" สู่ยุคทองของภูมิใจไทย
อนุทินเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักในสมัยที่เขาดำรงตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากวลีที่เขาพูดว่า "โควิดกระจอก" ในปี 2563 ก่อนที่เชื้อไวรัสนี้จะแพร่ระบาดหนักในไทย และเขายังถูกวิจารณ์กรณีการจัดสรรวัคซีนที่ล่าช้า
อย่างไรก็ดี เขาฝ่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์และผลักดันนโยบายเรือธงอย่าง 'กัญชาทางการแพทย์' ที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นนโยบาย 'กัญชาเสรี' ตลอดจนจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็น 'กลไกระบบหัวคะแนน' แบบใหม่ได้สำเร็จ
ในการเลือกตั้งปี 2562 ภูมิใจไทย ภายใต้การนำของอนุทิน กลายเป็นพรรคที่เริ่มมีบทบาทในสภา หลังได้ สส. 51 คน และกลายเป็นพรรคที่ได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับสามในการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งยิ่งทำให้พรรคมีอำนาจต่อรองมากขึ้น
เขาได้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทั้งในสมัยนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน และนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ก่อนจะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลหลังสมเด็จ ฮุน เซน ของกัมพูชา ปล่อยคลิปเสียงสนทนาทางโทรศัพท์กับอดีตนายกฯ แพทองธาร เมื่อเดือน มิ.ย. 2568 แต่เขาก็เป็นฝ่ายค้านอยู่ไม่นาน ก่อนที่จะได้เสียงสนับสนุนจาก สส. พรรคประชาชนโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย ในเดือน ก.ย. 2568

ที่มาของภาพ, Anutin Charnvirakul/Facebook
หลังรับตำแหน่งนายกฯ ควบ รมว.มหาดไทย อนุทินถูกวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งจากประเด็นการแก้ปัญหาภัยธรรมชาติ 'น้ำท่วมหาดใหญ่' เดือน พ.ย. 2568 และมีประเด็นร่วมภาพถ่ายกับนายเบน สมิธ นักธุรกิจชาวแอฟริกาใต้ที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังขบวนการฟอกเงินจากเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งต่อมานายอนุทินกล่าวชี้แจงว่าเขารู้จักกับนายเบน สมิธเพียงผิวเผิน
คำพูดประจำใจของอนุทินและพรรคภูมิใจไทย คือ "พูดแล้วทำ" ในช่วงเลือกตั้ง เขาให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยโดยพูดถึงคุณสมบัติ "ผู้นำที่พึงประสงค์" ซึ่งสอดคล้องกับจุดแข็งของตัวเองรวม 6 ข้อ ได้แก่ มีประสบการณ์ และมีความสามารถในการทำงาน ไม่ต้อง "รำมวย" หรือ "ทดลองงาน", มีพื้นฐานทางการเมืองค่อนข้างมั่นคง เป็นตัวของตัวเอง, มีความชำนาญในงานของทั้ง 2 สภา, รู้จักประชาชนในพื้นที่, เข้าใจระบบการบริหารงานภาครัฐ/ภาคราชการ ผลักดันนโยบายได้อย่างรวดเร็ว และท้ายสุด คือมีสายสัมพันธ์อันดีและประสานได้กับทุกขั้ว ทั้งทางราชการ และทางการเมือง
ชีวิตส่วนตัว

ที่มาของภาพ, Anutin Charnvirakul/Facebook
อนุทินแต่งงานมาแล้ว 3 ครั้ง เขาเคยสร้างความฮือฮา เมื่อแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ว่าจ่ายเงินให้อดีตภรรยา 50 ล้านบาทจากข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่า
ส่วน 'หวานใจ' ภริยาคนปัจจุบัน คือ 'จ๋า' ธนนนท์ นิรามิษ ลูกสาวคหบดี จ.ระนอง เจ้าของกิจการร้านกาแฟชื่อดังของจังหวัด ซึ่งเธอเคยเผยกับประชาชาติธุรกิจว่า ประทับใจอนุทิน เพราะ "เป็นคนอบอุ่น มีอารมณ์ขัน กวนเล็ก ๆ ละเอียด และให้เกียรติคนข้าง ๆ เสมอ" และเผยว่าเขาจีบด้วยการ "เข้าทางแม่"
ในด้านไลฟ์สไตล์ส่วนตัว นายกฯ คนที่ 32 ชื่นชอบการเล่นดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ มักปรากฏภาพเขาบรรเลงแซ็กโซโฟนในวาระต่าง ๆ หรือเล่นเปียโน นอกจากนี้เขามักมีภาพไปนั่งกินอาหารข้างทางร้านดังอยู่บ่อยครั้ง
งานอดิเรกอีกอย่างของเขาคือการขับเครื่องบิน อนุทินเล่าในการให้สัมภาษณ์กับมติชนสุดสัปดาห์ว่าสำหรับเขานั้น เครื่องบินเป็น "ที่ระบายออก" เวลาที่เขามีเรื่องเครียด เพราะขณะที่ขับเครื่องบินเขาต้องใช้สมาธิจดจ่อ เขามองว่าเครื่องบินคือ "พาหนะที่ปลอดภัยที่สุดอย่างหนึ่ง" หาก "ไม่ออกนอกเกม" เขาใช้ความสามารถในการขับเครื่องบินรับหน้าที่นักบินจิตอาสาในโครงการ 'หัวใจติดปีก' ปฏิบัติหน้าที่ส่งอวัยวะช่วยชีวิตผู้คนอยู่เนือง ๆ
































