พบวาฬหลังค่อมอพยพข้ามสองมหาสมุทร 13,000 กม. ไกลที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา

ที่มาของภาพ, Natalia Botero-Acosta
- Author, เฮเลน บริกก์ส
- Role, ผู้สื่อข่าวสิ่งแวดล้อม บีบีซีนิวส์
นักวิทยาศาสตร์พบวาฬหลังค่อมตัวหนึ่งมีพฤติกรรมอพยพย้ายถิ่นที่อยู่ที่ยาวนานและผิดปกติที่สุดเท่าที่มีเคยมีการบันทึกไว้ โดยเป็นไปได้ว่ามีสาเหตุมาจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง
วาฬหลังค่อมตัวดังกล่าวถูกพบนอกชายฝั่งของประเทศโคลอมเบียในมหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อปี 2017 แล้วมาพบอีกครั้งในหลายปีต่อมาใกล้กับเกาะแซนซิบาร์ ในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งมีระยะห่างกันอย่างน้อย 13,000 กิโลเมตร
ผู้เชี่ยวชาญต่างเชื่อว่า การเดินทางไกลเช่นนี้อาจเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ปริมาณอาหารของพวกมันหมดลง หรือบางทีอาจเป็นเพราะการผจญภัยอันแสนยาวนานเพื่อหาคู่
เอกาเทรินา คาลาชนิโควา จากโครงการแทนซาเนีย เซตาเชียนส์ บอกว่า ความสำเร็จดังกล่าวเป็นเรื่องที่ "น่าประทับใจอย่างยิ่งและเป็นเรื่องไม่ปกติ แม้แต่กับสายพันธุ์ที่มีอัตราการอพยพสูงเช่นนี้"
ภาพถ่ายด้านล่าง คือ ภาพของวาฬตัวเดิมที่ถูกถ่ายภาพได้ในปี 2022 ที่นอกชายฝั่งของแซนซิบาร์

ที่มาของภาพ, Ekaterina Kalashnikova
ดร.คาลาชนิโควา บอกว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นการเดินทางของวาฬหลังค่อมตัวหนึ่งที่มีระยะทางไกลที่สุดเท่าที่มีการจดบันทึกมา
โดยทั่วไปแล้ว วาฬหลังค่อมจะอาศัยอยู่ในมหาสมุทรทั่วโลก ทุก ๆ ปี พวกมันจะเดินทางเป็นระยะทางไกล และถือเป็นหนึ่งในการอพยพที่ยาวนานที่สุดในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยพวกมันจะว่ายจากแหล่งเพาะพันธุ์ในเขตร้อนไปยังแหล่งหาอาหารในน่านน้ำที่เย็นกว่า
ทว่า การเดินทางของวาฬหลังค่อมตัวผู้ตัวนี้ เป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าเดิม เพราะเกี่ยวข้องกับแหล่งเพาะพันธุ์ที่อยู่ห่างไกลกันถึงสองแห่ง
ทฤษฏีหนึ่งที่อธิบายเรื่องนี้คือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศกำลังเปลี่ยนแปลงความอุดมสมบูรณ์ของคริลล์ (krill) หรือ สัตว์ที่มีลักษณะคล้ายกุ้งตัวเล็ก ๆ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของวาฬหลังค่อม จึงทำให้พวกมันต้องเดินทางเป็นระยะทางที่ไกลกว่าเพื่อหาอาหาร
อีกทฤษฎีหนึ่งที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ อาจเป็นเพราะวาฬเหล่านี้ต้องการสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์หรือแหล่งผสมพันธุ์แห่งใหม่ เนื่องจากจำนวนประชากรของวาฬเริ่มฟื้นคืนกลับมาผ่านโครงการอนุรักษ์ระดับโลกต่าง ๆ
"แม้ว่าเหตุผลที่แท้จริงยังไม่ทราบอย่างแน่ชัดนัก แต่ท่ามกลางปัจจัยต่าง ๆ อาจจะเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก เหตุการณ์ทางสิ่งแวดล้อมแบบสุดขั้ว (อย่างที่พบเห็นได้มากขี้นในทุกวันนี้) รวมทั้งกลไกเชิงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์นี้ก็ได้" ดร.คาลาชนิโควา กล่าว

ที่มาของภาพ, BBC/Victoria Gill
วาฬหลังค่อมตัวผู้ที่ว่ายน้ำพเนจรตัวนี้ คือหนึ่งในกลุ่มวาฬหลังค่อมที่ถูกถ่ายภาพไว้ได้จากเรือสำรวจลำหนึ่งในมหาสมุทรนอกชายฝั่งทะเลของโคลอมเบีย เมื่อปี 2013 ซึ่งต่อมามันถูกพบในบริเวณใกล้เคียงอีกในปี 2017 และอีกครั้งที่นอกชายฝั่งเกาะแซนซิบาร์ในปี 2022
นักวิทยาศาสตร์คนนี้บอกว่า วาฬหลังค่อมตัวนี้ถูกพบในจุดที่มีระยะทางห่างไกลกันถึง 13,046 กิโลเมตร ตามเส้นรอบวงใหญ่ (great circle distance) ซึ่งเป็นระยะทางที่สั้นที่สุดระหว่างจุดสองจุดบนโลกที่วาฬตัวนี้ได้เดินทาง แต่ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันว่าระยะทางที่วาฬได้เดินทางจริงอาจจะไกลกว่านี้มาก
เนื่องจากโลกของเรามีรูปทรงกลม ระยะทางที่สั้นที่สุดระหว่างจุดสองจุดจะแสดงในระยะทางบนวงใหญ่ (great circle distance) ซึ่งจะสอดคล้องกับส่วนโค้งที่เชื่อมจุดสองจุดบนทรงกลมนั่นเอง
ผลการศึกษาครั้งนี้อยู่บนฐานข้อมูลภาพถ่ายวาฬหลายพันรูปที่ส่งมาจากบรรดานักวิจัย นักสังเกตการณ์วาฬ และบุคคลทั่วไปที่เป็นสมาชิกของเว็บไซต์ทางวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อว่า happywhale.com
ฐานข้อมูลดังกล่าวจะใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ ในการจับคู่รูปร่างและรูปแบบของครีบหางของวาฬหลังค่อม เพื่อจัดทำแผนที่การเคลื่อนไหวของพวกมันในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก
งานวิจัยฉบับนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิทยาศาสตร์ Royal Society Open Science และคุณสามารถเรียนรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวาฬหลังค่อมได้ในสารคดีชุด The Secret's of Antarctica's Giants (ความลับของยักษ์ใหญ่แห่งทวีปแอนตาร์กติกา) ทางบีบีซี ไอเพลเยอร์












