น้ำท่วม : อุตุฯ เตือนทั่วประเทศ-กทม. ฝนตกหนักจากร่องมรสุม 11-17 ก.ย.

ที่มาของภาพ, Survive - สายไหมต้องรอด
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกคำเตือนให้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยระมัดระวังฝนตกหนักต่อเนื่องช่วงระหว่างวันที่ 11-17 ก.ย. จากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่าน ส่วนพยากรณ์อากาศ 24 ชม. ข้างหน้า ทั่วไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 11 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่พยากรณ์อากาศประจำวันว่า เหตุที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง เป็นเพราะร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง
กรมอุตุฯ ระบุว่า ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มในระยะนี้
เฉพาะพื้นที่ กทม. จะมีฝนฟ้าคะนอง 80% ของพื้นที่ และตกหนักบางแห่ง ซึ่งถือเป็นการรับฝนหลายวันต่อเนื่องของ กทม. หลังจากช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 10 ก.ย. รายงานจากสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ระบุว่า ฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ปริมาณฝนสูงสุดวัดได้ 114.0 มม. ที่จุดวัดสถานีคลองแสนแสบ-คลองตัน เขตวัฒนา ทำให้วานนี้ มีสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของ กทม. อาทิ ย่านรามคำแหง ซอยสุขุมวิท 71 เขตบางเขน ตั้งแต่บริเวณวงเวียนบางเขนตัดถนนแจ้งวัฒนะ ถนนพหลโยธินต่อเนื่องย่านสะพานใหม่
นอกจากนี้ยังมีรายงานจากประชาชนในบริเวณเขตบางเขน เขตสายไหม เขตหลักสี่ เขตดอนเมือง ที่อาศัยบริเวณซอยย่อย ต่างต้องเผชิญกับน้ำท่วมฉับพลันที่ลงมาซ้ำปริมาณน้ำที่มีอยู่เดิมของสัปดาห์ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Survive - สายไหมต้องรอด

ที่มาของภาพ, สำนักงานเขตบางเขน

ที่มาของภาพ, facebook/สะพานใหม่
ด้านสำนักการระบายน้ำ กทม. ได้ เร่งระบายน้ำ โดยเดินเครื่องผลักดันน้ำทุกจุดรวม 20 เครื่อง ตามแนวคลองเปรมประชากร ตั้งแต่คลองบ้านใหม่ถึงรัชวิภา เพื่อเร่งระบายลงอุโมงค์คลองบางซื่อ ขณะที่หลายเขตริมแม่น้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุน
สำหรับ พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ในช่วงวันที่ 11 - 13 ก.ย. มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 14 - 17 ก.ย. ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ที่มาของภาพ, กรมอุตุนิยมวิทยา
น้ำเต็มคลอง กับฝนที่ตกในพื้นที่ ความกังวลน้ำท่วม กทม.
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังสัญจรที่เขตบางเขนเมื่อช่วงเช้า ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ว่า บริเวณเขตบางเขน สายไหม และดอนเมือง ว่าขณะนี้ คลองหลัก 3 คลอง ได้แก่ คลองเปรม คลองลาดพร้าว และคลองประเวศบุรีรมย์ ปริมาณน้ำยังเกินวิกฤตทั้ง 3 คลอง ต้องใช้เวลาในการสูบออก เพราะช่วงที่ผ่านมาฝนตกหนักเป็น 100 มิลลิเมตรทุกวัน และฝนก็มาเร็ว
"เมื่อเช้าส่วนใหญ่ก็ถนนหลักก็แห้งหมด ยกเว้นในส่วนพหลโยธินช่วงที่อยู่ติดคลอง คงต้องเร่งทั้ง 2 ฝ่าย คือในแง่ของการระบายน้ำออก และการดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนฉะนั้นทั้ง 4 เขตคือทางบางเขน หลักสี่ สายไหม ดอนเมือง ก็จะเร่งดูแลตั้งศูนย์ผู้อพยพและผู้ที่อยู่ริมคลองไม่สามารถอยู่ในบ้านได้เราก็มีศูนย์มาให้พักพิงก่อนและมีการจัดส่งน้ำให้"
นายชัชชาติ กล่าวว่าที่หนักตอนนี้คือ ดอนเมืองซึ่งเป็นพื้นที่ของคลองเปรมด้านบนที่ทางเข้าชุมชนเป็นทางเดิน รถเข้าไม่ได้เพราะฉะนั้นต้องใช้เรือเข้าไปให้บริการ
ผู้ว่าฯ กทม. ยังกล่าวถึงการประสานงานกับกรมชลประทานว่า มีการคุยกันตลอดเพราะว่ากรมชลประทานดูแลเรื่องน้ำภาพรวมด้านนอกในฝั่งของปทุมธานี ฝั่งฉะเชิงเทรา ฝั่งปากน้ำด้านล่าง ก็มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและมีการให้ทรัพยากรกับ กทม. เช่น เครื่องปั๊มน้ำ ส่วนปัญหาน้ำเหนือหรือน้ำหนุนไม่มีปัจจัยอะไรมาก เพราะน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงกว่าระดับคลองอยู่แล้ว จึงต้องกั้นและต้องดูดออกเป็นหลัก
"สิ่งที่กังวลตอนนี้คือน้ำที่เต็มคลอง ที่มาจากน้ำฝนตามพื้นที่มากกว่า ไม่ได้กังวลเรื่องน้ำหนุนหรือว่าน้ำเหนือที่ลงมาเพราะว่าอย่างไรก็ตามเราก็ต้องปิดประตูดูดออก"
ชัชชาติยืนยันไม่มีปัญหากับกรมชลประทานปมจัดการน้ำท่วม
จากกระแสที่หลายคนในสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่า นายชัชชาติขาดการประสานงานกับหน่วยงานรัฐอื่น ๆ เช่น กรมชลประทาน และผู้ว่าของจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบนั้น ล่าสุดวันที่ 12 ก.ย. เขายืนยันไม่ขาดการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมชลประทานเรื่องการบริหารจัดการน้ำท่วม พร้อมระบุที่ผ่านมาสองเดือนสื่อสารกันอย่างต่อเนื่อง "เมื่อสองเดือนก่อน เราเจอท่านรองอธิบดี(กรมชลประทาน) ไปเจอกับเราที่ประตู(ระบายน้ำ) ทุกคนคุยกันตลอด กรุงเทพฯ เราดูกรุงเทพ กรมชลประทานดูภาพรวม เขาก็จะเห็นภาพว่าตรงนี้ออกไม่ได้ ออกได้ ผมเชื่อว่า เขาต้องบริหาร เอากรุงเทพฯ รอดก่อน มันก็ไม่ได้ ต้องให้กรมชลประทานเป็นคนดู เราต้องบริหารตามสภาพที่มีหน่วยงานกลางเป็นคนประสาน ถ้าไม่มีกรมชลประทาน ผมว่าทะเลาะกันตาย เราดูดออกอย่างเดียว คนนั้นดูดเข้า ดูดออก โอ้โห" ผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับว่ายังไม่ได้พูดคุยหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้คุยกับผ่านทางโทรศัพท์ เนื่องจากมีกรมชลประทานเป็นผู้ประสานงานอยู่แล้ว และรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับน้ำทั้งหมด อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการนัดประชุมระหว่างผู้ว่าราชการปทุมธานี สมุทรปราการ และฉะเชิงเทราหารือกันเร็ว ๆ นี้เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว












